รู้จัก...ประกันภัยร้านทอง ถูกปล้น ชิงทรัพย์ ลูกจ้าง-ลูกค้า ได้รับความคุ้มครองเป็น...ล้าน!!!

“ตั้งแต่ต้นปีราคาทองปรับขึ้นต่อเนื่องประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว มีคนที่ถือทองคำ นำทองมาขายคืนจำนวนมาก ขณะเดียวกันภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ร้านทองอาจจะเป็นเป้าหมายของกลุ่มโจร หรือมิจฉาชีพมากขึ้น จากปกติที่เป็นเป้าหมายอยู่แล้ว แต่จำนวนคนมารอขายทองเยอะแน่นร้าน หากจะมาปล้น หรือชิงทรัพย์จริง อาจจะยากหน่อย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า จะไม่เกิดขึ้น ดังนั้น ประกันภัยร้านทองเป็นเรื่องที่สมาคมฯ ส่งเสริมให้ร้านทองต่าง ๆ ควรทำเพื่อป้องกันความเสี่ยง” คำบอกเล่าจาก จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำและประกรรมการ บริษัท ห้างขายทองจินฮั้วเฮง จำกัด


เหตุการณ์ปล้นร้านทองเคยเป็นข่าวใหญ่อยู่หลายครั้งหลายครา อย่างช่วงต้นปีที่ผ่านมาก็เกิดคดีสะเทือนขวัญปล้นร้านทอง ที่ จ.ลพบุรี ซึ่งการทำ “ประกันภัยร้านทอง” นั้น นอกจากจะให้การประกันเฉพาะทองที่ขายในร้านแล้ว แต่หากเกิดเหตุขึ้นขณะที่เรากำลังเลือกซื้อทองอยู่ในร้าน เราก็ได้รับความคุ้มครองด้วยนะ จะมีข้อมูลและรายละเอียดอย่างไรบ้าง วันนี้ Wealthy Thai ให้ติดตามฝากกัน จะได้ทราบสิทธิความคุ้มครองของตัวเราเอง!!!

 

 

ประกันภัยร้านทอง คืออะไร

ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ระบุว่า  “ประกันภัยร้านทอง”  เป็นการประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองความเสียหายให้กับเจ้าของร้านทอง ในกรณีที่ร้านทองถูกปล้นทรัพย์ หรือชิงทรัพย์ โดยจะให้ความคุ้มครองทั้ง ทองคำ ตัวอาคารและอุปกรณ์ภายในร้าน รวมทั้งค่ารักษาพยาบาลและเงินชดเชยผลประโยชน์การเสียชีวิต

 

 

3 ความคุ้มครองหลัก

สำหรับประกันภัยร้านทอง จะให้ความคุ้มครอง  3 ความคุ้มครองสำคัญ ได้แก่

  1. คุ้มครองทองคำ หากเกิดเหตุปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือวิ่งราว ภายในสถานที่เอาประกันภัย บริษัทที่รับประกันภัยให้ความคุ้มครองทองคำที่มีไว้เพื่อจำหน่าย เช่น ทองคำแท่ง ทองคำรูปพรรณ

  2. คุ้มครองตัวอาคาร ให้ความคุ้มครองตัวอาคาร ตู้นิรภัย กระจก เฟอร์นิเจอร์ เครื่องตกแต่งติดตั้งตรึงตรา เครื่องใช้และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ตู้แสดงสินค้าทองคำ เครื่องชั่ง และโทรทัศน์วงจรปิด เป็นต้น อันเกิดจากการชิงทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์ การวิ่งราวภายในสถานที่เอาประกันภัย

  3. ข้อนี้สำคัญและเกี่ยวข้องกับเราโดยตรง หากเราอยู่ในสถานที่เกิดเหตุเมื่อเกิดการปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือวิ่งราว ซึ่งประกันภัยร้านทองให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและเงินชดเชยผลประโยชน์การเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ สายตา ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงของเจ้าของร้าน บุคคลในครอบครัว อาทิ คู่สมรส บุตร บิดา มารดาของผู้เอาประกันภัยหรือของคู่สมรส หรือบุคคลใดๆ ซึ่งอยู่ในการอุปการะและอาศัยอยู่ในสถานที่เอาประกันภัยเดียวกันกับผู้เอาประกันภัย เป็นต้น รวมทั้งลูกจ้าง และลูกค้า

 

 

เบี้ยประกัยและความคุ้มครอง

อัตราเบี้ยประกันภัยจะขึ้นอยู่กับมูลค่าทองคำที่แท้จริงในสต็อก มูลค่าตัวอาคาร (รวมทั้ง ตู้นิรภัย กระจก เฟอร์นิเจอร์ เครื่องตกแต่งติดตั้งตรึงตรา เครื่องใช้และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ตู้แสดงสินค้าทองคำ เครื่องชั่ง และโทรทัศน์วงจรปิด) รวมไปถึงทุนประกันค่ารักษาพยาบาลและเงินชดเชยการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ สายตา ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงของเจ้าของร้าน บุคคลในครอบครัว ลูกจ้าง ลูกค้า ทั้งนี้ หากร้านรองอยู่ในห้างสรรพสินค้า มีตำรวจหรือ รปภ.เฝ้าในเวลาทำการไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง มีสัญญาณแจ้งเหตุตรงไปยังสถานีตำรวจ มีกระจกนิรภัยหรือลูกกรงเหล็ก มีกล้องวงจรปิด มีสิทธิ์ที่จะได้รับส่วนลดจากบริษัทประกันภัย

 

 

ลูกค้าได้รับความคุ้มครองสูงหลักล้าน

  1. ปัจจุบันบริษัทประกันวินาศภัยหลายราย มีการให้บริการประกันภัยร้านทอง ซึ่งรายละเอียดเบี้ยประกันและความคุ้มครองอาจจะแตกต่างกันไป ซึ่งข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำได้รวบรวมข้อมูลไว้ 7 บริษัท ได้แก่ กรุงเทพประกันภัย เมืองไทยประกันภัย วิริระประกัยภัย ทิพยประกัยภัย มิตรแท้ประกัยภัย เจพีประกันภัย และแองโกลอีสต์ แต่ละบริษัทจะมีหลายแผนประกันให้เลือก ส่วนใหญ่มี 3 แผนหลัก อาทิ มิตรแท้ประกัยภัยที่เบี้ยเริ่มต้นเพียง 13,000 บาทต่อปี ทิพยประกัยภัย มีแผนประกันที่ให้คุ้มครองทองคำ 10 ล้านบาท และคุ้มครองชีวิต (เจ้าของร้าน บุคคลในครอบครัว ลูกจ้าง และลูกค้า) ถึง 1 ล้านบาท แองโกลอีส์ ที่ให้ลูกค้ากำหนดตามความต้องการของลูกค้าโดยไม่จำกัดทุนประกันภัย เป็นต้น

 


สามารถดูรายละเอียดเบื้องต้นได้จากตาราง ซึ่งตามตารางนี้ คุ้มครองโดยไม่รวมกรณีความรับผิดส่วนแรก หรือความเสียหายส่วนแรกที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับภาระตามข้อตกลงของสัญญาประกันภัย รายละเอียดต่างๆ มี ดังนี้

 

 

เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย

จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวกับ Wealthy Thai ว่า สมาคมฯ สนับสนุนให้ร้านค้าทองมีการทำประกันภัยร้านทอง เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยง จากเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เพราะจะได้รับความคุ้มครองทั้งทรัพย์สินและคุ้มครองชีวิตด้วย แต่ปัจจุบันร้านค้าทองยังมีการทำประกันภัยร้านทองน้อยมาก อาจจะน้อยกว่า 2-3% ของร้านทองทั้งหมดในประเทศ ส่วนใหญ่ที่มีการทำประกันภัยร้านทองจะเป็นร้านที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งร้านทองอาจจะมีความกังวลเรื่องเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายปีต่อปี หากไม่เกิดเหตุก็ไม่ได้คืน แต่หากพิจารณาเมื่อเกิดเหตุปล้น ชิงทรัพย์ การติดตามทองกลับมาอาจจะทำได้ยาก ทั้งนี้ อยากให้ร้านทอง พิจารณาเบี้ยประกันภัยร้านทองหลักหมื่นบาทต่อปี เทียบกับรูปแบบการจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่นิยมทำกันเพื่อดูแลหน้าร้าน ค่าจ้างโดยรวมทั้งปีอาจจะสูงกว่าที่ต้องจ่ายเบี้ยประกัน


“ภาวะเศรษฐกิจไม่ดี คนจึงนำทองออกมาขาย คนซื้อไม่ค่อยมี แต่จากพื้นฐานเศรษฐกิจและความกังวลปัจจัยต่างๆ ทำให้แนวโน้มราคาทองคำยังอยู่ในขาขึ้นอยู่ โดยตั้งแต่ต้นปีปรับขึ้นมาราว 30%” นายจิตติ กล่าว

 

 

เบี้ยประกันภัยร้านทองไม่ได้ปรับขึ้น

สถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่ดี มีแนวโน้มจะเกิดเหตุปล้น ชิงทรัพย์ร้านทองเพิ่มขึ้น เบี้ยประกันภัยร้านทองจะมีการรับเพิ่มขึ้นหรือไม่ Wealthy Thai ได้สอบถามไปยัง อานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้คำตอบว่า ขณะนี้เบี้ยประกันภัยร้านทอง ยังอยู่ในระดับเดิม ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนหรือปรับเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ซึ่งเมื่อมีการทำประกันภัยร้านทองจะได้รับความคุ้มครองทันที ระยะเวลาเอาประกันภัย 1 ปี


จากข้อมูลข้างต้นสำหรับร้านทองอาจจะใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการพิจารณาได้ แต่อาจจะมีรายละเอียดปลีกย่อย หรือโปรโมชั่นต่างๆ สามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมจากบริษัทที่สนใจจะทำประกันได้ โดยต้องศึกษารายละเอียดให้ชัดเจนก่อนทำประกันภัยทุกครั้ง



ฟากผู้บริโภคอย่างเราๆ กรณีที่ได้เข้าไปอยู่ในสถานที่เกิดเหตุ (แต่ไม่อยากให้เกิดขึ้น) หากร้านทองมีการทำประกันไว้ก็จะได้รับความคุ้มครองตามรายละเอียดข้างต้นนั่นเอง แต่ขึ้นกับว่าร้านทองจะทำประกันไว้หรือไม่ หรือร้านทองเลือกทำประกันแผนใด...

Share: