สร้าง “ความมั่นคงในชีวิต”...ด้วย ‘ประกัน’

หากพูดถึง ‘ความมั่นคงในชีวิต’ ทุกคนคงอยากให้ตัวเองและครอบครัวมีความมั่นคง ปลอดภัยในชีวิตมีความสุขและดำเนินชีวิตเป็นไปตามที่เราได้กำหนดและวางแผนไว้แต่สิ่งที่เราไม่ได้คาดคิดอาจเกิดขึ้นได้เสมอ ซึ่งไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร และจะกระทบกับแผนอนาคตที่วางไว้มากน้อยเพียงใด นั่นคือ ‘ความเสี่ยง’ ที่ทำให้ชีวิตเราไม่มั่นคง

 

“ดังนั้น สิ่งที่ทุกคนควรวางแผนเผื่อไว้ในอนาคตคือต้องมีแผนสำรองไว้หากเกิดอะไรขึ้นในชีวิต รวมทั้ง ‘การจัดการกับความเสี่ยง’ ที่อาจเกิดขึ้นเพื่อช่วยให้เราและครอบครัวสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างที่ตั้งใจไว้จึงเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะมาทำความรู้จักกับวิธีการตอบสนองหรือจัดการความเสี่ยงเพื่อวางแผนสำรองให้กับชีวิตของเราและครอบครัวที่เรารักกันค่ะ”

 

วิธีการตอบสนอง หรือ ‘จัดการความเสี่ยง’ ที่นิยมใช้โดยทั่วไปมี 4 วิธีดังนี้

 

1. การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง เช่น กลัวเสียชีวิตจากเครื่องบินตก ก็หลีกเลี่ยงความเสี่ยงโดยไม่โดยสารเครื่องบินเลย

2.การลดความเสี่ยง เช่น กลัวจะเป็นโรคร้ายแรง ก็ลดความเสี่ยงโดยการทำให้ร่างกายแข็งแรงเพื่อลดการเจ็บป่วย

3.การรับความเสี่ยงไว้เอง เช่น เก็บเงินให้เพียงพอสำหรับค่ารักษาพยาบาลที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

4.การโอนความเสี่ยง เช่น ทำประกันสุขภาพ เพื่อโอนความเสี่ยงให้บริษัทประกันจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แทน

 

 

สำหรับ ‘การวางแผนสำรองในชีวิต’ นั้นแต่ละคนสามารถมีแนวทางในการเลือกการตอบสนองหรือจัดการกับความเสี่ยงแตกต่างกันไป ซึ่งต้องวางแผนให้ครอบคลุมครบทุกด้านในแต่ละเรื่องว่าเราจะใช้วิธีการใดในการจัดการกับความเสี่ยงนั้นยกตัวอย่างเช่น

 

หมวดเรื่องสุขภาพ ความเสี่ยงมีตั้งแต่การเจ็บป่วยแบบเล็กน้อยไปจนถึงการเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง ซึ่งค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจะแตกต่างกัน ทั้งนี้การเจ็บป่วยแบบเล็กน้อย อาจเลือกวิธีการรับความเสี่ยงไว้เอง เพราะมีความสามารถเพียงพอในการเก็บเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล

 

“แต่ถ้าเป็นการเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง อาจเลือกวิธีการโอนความเสี่ยงเพราะถ้าป่วยเป็นโรคร้ายแรงแล้ว ค่ารักษาพยาบาลมักสูงมาก จนไม่สามารถเก็บเงินได้เองเพียงพอ จึงต้องทำ ‘ประกันโรคร้ายแรง’ ไว้ โดยจ่ายค่าเบี้ยประกันเพื่อแลกกับการชดเชยความเสี่ยงซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่ามีบริษัทประกันจ่ายค่ารักษาพยาบาลแทนเรา”

 

หมวดเรื่องเกษียณ ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น คือ ‘เงินไม่พอใช้หลังเกษียณ ดังนั้น ลองคำนวณว่า ณ วันเกษียณ เราต้องมีเงินเตรียมไว้เท่าไรที่จะเพียงพอกับค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ เพื่อวางแผนเก็บออมเงิน หรือเลือกวิธีการโอนความเสี่ยงโดยทำ ‘ประกันชีวิตแบบบำนาญ’ เพื่อแลกกับความมั่นใจว่าจะได้รับเงินบำนาญอย่างสม่ำเสมอ เสมือนยังมีรายได้ให้ใช้จ่ายหลังเกษียณ

 

หมวดเรื่องเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ความเสี่ยงที่ครอบครัวอาจได้รับผลกระทบจากการ ‘สูญเสียรายได้’ ของเสาหลักครอบครัว ค่าใช้จ่ายจัดงานศพ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการศึกษาของบุตรโดยผู้ที่เป็นเสาหลักครอบครัว อาจเลือกวิธีการโอนความเสี่ยงด้วยการทำ ‘ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ’ เพื่อมั่นใจว่า หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับตัวเอง ครอบครัวหรือคนที่รักจะมีเงินใช้จ่ายเพียงพอและสามารถปรับตัวใช้ชีวิตต่อไปได้

 

“จากที่ยกตัวอย่างมาในแต่ละหมวด จะทำให้เราเห็นภาพในการวางแผนชีวิตได้มากขึ้นและรู้จักวิธีการจัดการกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้ ซึ่งสิ่งสำคัญในการวางแผนเรื่องความมั่นคงในชีวิตนั้นเราสามารถวางแผนได้โดยเลือกการจัดการความเสี่ยงด้วยวิธี ‘การโอนความเสี่ยง’ ให้กับบริษัทประกัน เพื่อมั่นใจได้ว่าหากเกิดความเสี่ยงอะไรขึ้น อย่างน้อยก็มีเงินทุนประกันช่วยทำให้ชีวิตของเราและครอบครัวยังคงเดินต่อไปได้”

 

ดังนั้น อยากชวนทุกคนมาเริ่มต้น ‘วางแผนชีวิต’ และจัดการกับ ‘ความเสี่ยง’ ที่อาจเกิดขึ้นเพื่อทำให้เรามีความมั่นคงในชีวิตกันค่ะ

 

ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand,TFPA Facebook Fanpageและ  www.tfpa.or.th

 

Share: