สู้พิษ COVID-19 ไม่ไหว 5 หุ้นเด่น “กลุ่มวัสดุก่อสร้าง” ร่วงหมด!!

ประกาศงบ Q1/63 กันหมดแล้ว ยกเว้นบางบริษัทที่ได้รับกระทบทำให้ต้องเลื่อนส่งงบไตรมาสนี้ออกไป ซึ่งในสัปดาห์นี้ Weathy Thai นำเสนอคอนเทนต์ผลประกอบการแต่ละเซ็คเตอร์กันอย่างต่อเนื่อง วันนี้มาดูงบ “วัสดุก่อสร้าง” ว่าได้รับผลกระทบจากการหยุดดำเนินงานมากน้อยแค่ไหน

 

เราคัดเลือกหุ้นเด่นในกลุ่มมา 5 ตัว มาฝากกัน ไปดูกันเลย!! โดยบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สรุปผลประกอบการหุ้นกลุ่มวัสดุก่อสร้างว่า มีกำไรสุทธิรวม 8,155.51 ล้านบาท ปรับลดลง 45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

 

 

โดยหุ้นที่กำไรปรับลดลงมากที่สุดคือ หุ้นบริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO ที่ขาดทุนสุทธิ 783.82 ล้านบาท หรือลดลง 209% ขณะเดียวกันรายได้การขายและบริการอยู่ที่ 5,111 ล้านบาท ลดลง 27.9% จากยอดขายในตลาดต่างประเทศที่ลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากการปิดประเทศในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 และความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ รวมถึงผลกระทบจาก "ราคาน้ำมัน" ทำให้ราคาขายสินค้าของบริษัทปรับลดลงตามอย่างมีนัยสำคัญ

 

ช่วงครึ่งปีหลัง…กำลังเข้าสู่ไฮซีซั่น

 

ขณะที่บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด กลับมองว่าผลประกอบการที่ขาดทุนนั้น ถือว่าเป็นจุดต่ำสุดแล้ว และเริ่มเห็นสัญญาณบวกชัดเจนจากตลาดในประเทศตั้งแต่เดือนเม.ย. และตลาดต่างประเทศตั้งแต่เดือนพ.ค. โดยเข้าสู่ High season ของตลาดในประเทศ ขณะที่ตลาดต่างประเทศนั้นจีนเริ่มกลับมาออเดอร์ที่เลื่อนออกไป ในช่วง 1Q63 ตั้งแต่เดือนพ.ค. และเพิ่มคำสั่งซื้อเพื่อถัวเฉลี่ยต้นทุนในช่วงที่ “ราคายางมะตอย” ปรับตัวลงมามากจากช่วงก่อนเกิด COVID-19 ส่วนยอดขายในมาเลเซียจากที่ได้รับผลกระทบในช่วง Lockdown ทำให้ไม่มีรายได้เลย ทางการมาเลเซียจะเริ่มให้ภาคก่อสร้างกลับมาเดินหน้าต่อได้ในวันที่ 13 พ.ค.

 

ด้านราคาขายเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวจากที่ลดลงไปราว 50% ในช่วงเดือนมี.ค. จากราคาต้นปีเหลือ US$170/ตัน ปัจจุบันขึ้นมาเกือบ US$200/ตัน ผู้บริหารคาดว่าจะขึ้นไปแตะระดับ US$300/ตัน ได้ในเดือน มิ.ย. เพราะ Demand แน่นมากทั้งในประเทศและต่างประเทศตั้งแต่เดือนพ.ค. เป็นต้นไป ทำให้ปัจจุบันโรงกลั่นถูกใช้เต็มกำลังการผลิต ขณะที่ราคาน้ำมันที่ต่ำลง ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยลดลงจาก 1Q63 และมีโอกาสเห็นกำไรจากสต๊อกได้ใน Q2/63 หนุน GPM  


 
ด้านหุ้นใหญ่มาร์เก็ตแค็ปแสนล้านอย่างบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ SCC มีกำไรสุทธิ 6,971.20 ล้านบาท ปรับลดลง 40% บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่ากำไรสุทธิที่ลดลง 40% ออกมาตามคาดก็จริง แต่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้เล็กน้อย โดยในกลุ่ม “เอสซีจี” ทั้งหมด พบว่าธุรกิจบรรจุภัณฑ์เป็นธุรกิจเดียวที่โตได้จากบรรจุภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภคที่ยังเติบโตได้ดี ขณะที่วัสดุก่อสร้าง กำไรติดลบเล็กน้อย หรือ -2% โดยเฉพาะการขายในประเทศ จากการชะลอตัวของภาคก่อสร้าง ส่วนธุรกิจปิโตรเคมีได้รับผลกระทบตั้งแต่ COVID-19 เข้ามาในช่วงกลางไตรมาสทำให้กำไรทรุด
 

หลัง COVID-19 ธุรกิจเอสซีจีจะฟื้นไหม?

 

นักวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า SCC จะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไตรมาส 1-2 หรือช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจากการปิดประเทศส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขาย แต่เชื่อว่าในช่วงครึ่งปีหลังสถานการณ์จะดีขึ้น มองวงจรกำไรใกล้จุดต่ำสุด แนะนำ “ซื้อ” สำหรับลงทุนระยะยาว และหวังว่าจะกลับมาเติบโตได้ในปีหน้า
 

ถัดมาเป็นหุ้นไซส์เล็กอย่างบริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า แม้ว่า DRT จะถูกกระทบจากปัจจัยแวดล้อมในด้านลบ แต่มี “กำไรปกติ” เท่ากับ 168 ล้านบาท (+73%QoQ, +2%YoY) ดีกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ ส่วนในแง่ผลกระทบจาก COVID-19 ทำให้ต้องปิดสาขา Modern Trade และลูกค้าโครงการที่ชะลอตัว ขณะที่ลูกค้าเอเย่นต์และส่งออกเพิ่มขึ้นเล็กน้อย รวมแล้วทำให้ยอดขายลดลงจากปี ก่อนเหลือ 1,234 ล้านบาท (+ 1 7%QoQ,- 7%YoY) แต่ DRT ยังได้แรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นเป็น 2 9.7% จาก 26.8-26.9% ในไตรมาสก่อนและปีก่อน จากต้นทุนเยื่อกระดาษที่ถูกลง ทำให้ลดต้นทุนได้ จึงแนะนำซื้อ โดยให้ราคาพื้นฐาน 6.20 บาท
 

ผู้บริหารประเมิน COVID-19 ไม่ยืดเยื้อถึง Q3 ยอดขายจะลดลง 10% ใกล้เคียงนักวิเคราะห์คาด
 

อย่างไรก็ตามถ้าการแพร่ระบาดของ Covid -19 ไม่ต่อเนื่องถึงไตรมาส 3  ผู้บริหาร DRT ประเมินยอดขายในปีนี้จะลดลงประมาณ 10% สำหรับประมาณการของบล.เมย์แบงก์ประเมินยอดขายเท่ากับ 4,292 ล้านบาท ลดลง 10% และมีกำไรสุทธิเท่ากับ 463 ล้านบาท ลดลง 19% ทั้งนี้ DRT มีที่ดินที่แก่งคอย 64 ไร่ กำลังพิจารณาขายโดยมีต้นทุนรวม 5 ล้านบาท ในขณะที่ราคาตลาดประเมิน 18 -19 ล้านบาท ถ้าขายได้จะมีกำไรหลักหักค่าใช้จ่ายต่างๆ และภาษี ประมาณ 10 ล้านบาท จะเข้ามาช่วยเพิ่มกำไรใน Q2/63
 

Share: