การลงทุนยิ่ง ‘ยาก-ซับซ้อน’... “กองทุนส่วนบุคคล” ยิ่งตอบโจทย์!!!

 

“กองทุนส่วนบุคคล (Private Fund)” คือ รูปแบบการลงทุนที่มีเอกสิทธิ์เฉพาะตัวสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการลงทุน ซึ่งคุณสามารถมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายการลงทุน ตามวัตถุประสงค์ เงื่อนไข และข้อจำกัดของคุณเอง

 

อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการลงทุนให้เหมาะสมกับสถาวการณ์ตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลง เพื่อตอบสนองความต้องการและสร้างผลตอบแทนสูงสุดแก่ลูกค้าภายใต้ความเสี่ยงที่ยอมรับได้

           

แต่เหมือนว่าในช่วงที่สถานการณ์ระบาด ‘ไวรัสCOVID-19’ จะทำให้ภาพรวมอุตสาหกรรมนี้ ไม่ดีนัก จนทำให้เม็ดเงินในอุตสาหกรรมช่วงไตรมาสที่1/63 หดตัวไป 1.22% มาอยู่ที่ราว 1,110,889.47 ล้านบาท

 

ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ ได้นำมุมมองของผู้เชี่ยวชาญจาก 2 สถาบัน ได้แก่ “บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด” และ “บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทาลิส จำกัด” ต่อทิศทาง ‘กองทุนส่วนบุคคล (Private Fund)’ มาแชร์ให้ผู้อ่านได้ดูกัน

 

“บลจ.ไทยพาณิชย์” แชมป์ส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด 44.03% ส่วน “บลจ.พรินซิเพิล” แชมป์โตสุด 63.69%

 

ตลาด “กองทุนส่วนบุคคล (Private Fund)” ถือเป็นตลาดของกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ที่มีความมั่งคั่งสูง สามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้แบบเฉพาะเจาะจงรายบุคคลกันไปเลยทีเดียว อยากได้ยังไง สามารถออกแบบมาตอบโจทย์ได้หมด แต่ในช่วง ‘วิกฤต COVID-19’ ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

           

“จาก 23 บลจ. มี 16 แห่ง ที่มีสินทรัพย์สุทธิ ‘ติดลบ’ โดยมีบลจ. 9 แห่ง คิดเป็น 39.13% จากทั้งหมด ที่มีการเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ย ในขณะที่อีก 14 แห่ง คิดเป็น 60.89% มีการเติบโตต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม”

 

 

 

สำหรับบลจ.ที่มี ‘ส่วนแบ่งการตลาด’ มากสุด 5 อันดับแรก มีส่วนแบ่งรวมกัน 81.53% นำมาโดย

  1. “บลจ.ไทยพาณิชย์” มีสินทรัพย์สุทธิ 489,082.30 ล้านบาท มีส่วนแบ่ง 44.03%
  2. “บลจ.กสิกรไทย” มีสินทรัพย์สุทธิ 174,807.13 ล้านบาท มีส่วนแบ่ง 15.74%
  3. “บลจ.กรุงศรี” มีสินทรัพย์สุทธิ 113,648.52 ล้านบาท มีส่วนแบ่ง 10.23%
  4. “บลจ.กรุงไทย” มีสินทรัพย์สุทธิ 74,447.15 ล้านบาท มีส่วนแบ่ง 6.70%
  5. “บลจ.ทิสโก้” มีสินทรัพย์สุทธิ 53,708.69 ล้านบาท มีส่วนแบ่ง 4.83%

 

COVID-19” ฉุดตลาดลง...แต่ดึงนักลงทุนเพิ่ม

 

โดย “นายฉัตรพี ตันติเฉลิม” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทาลิส จำกัด ในฐานะอุปนายกกองทุนส่วนบุคคล สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) ให้ความคิดเห็นว่า “กองทุนส่วนบุคคล (Private Fund)” ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตได้หลังเจอสถานการณ์ COVID-19

 

แม้ว่าในช่วงสิ้นเดือนมีนาคม ที่ผ่านมาตัวเลขของ “กองทุนส่วนบุคคล (Private Fund)” ไม่ว่าจะเป็นมูลค่ากองหรือจำนวนกองที่ลดลงนั้น เป็นเพราะการปรับตัวลงของทุกสินทรัพย์ จึงทำให้บางคนปิดกองไปบ้างซึ่งไม่น่าแปลกนัก

 

ฉัตรพี ตันติเฉลิม

 

แต่ในขณะเดียวกันก็มีนักลงทุนรายใหม่และรายเก่าที่เห็นโอกาสจากช่วงที่ตลาดปรับตัวลดลงและสนใจด้วยเช่นกัน สะท้อนจากปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มสูงขึ้น

“สำหรับบลจ.ทาลิสเอง ก็เห็นสถานการณ์ที่มีลูกค้าเก่าสนใจจะเพิ่มเม็ดเงิน และมีลูกค้าใหม่ที่สนใจจะเปิดเพิ่ม เพื่อใช้ประโยชน์จากสถานการณ์เช่นนี้ซึ่งถือว่าเป็นแพทเทิร์นปกติในทุกสถานการณ์”

 

New Normal”…จะเปลี่ยน ‘พฤติกรรมคน’ และ ‘การลงทุน’

 

สถานการณ์ระบาดของไวรัส COVID-19 ได้ทำให้เกิด New Normal” โดยเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิต การจับจ่ายสินค้า การเรียนการศึกษา ซึ่งมีทั้งใน ‘ทางบวก’ และ ‘ทางลบ’

 

ซึ่งคาดว่าจะมีผลการลงทุนด้วยเช่นกัน ที่จะทำให้มีการเลือกลงทุนมากขึ้น ศึกษาข้อมูลมากขึ้น เนื่องจากไม่สามารถใช้ข้อมูลในอดีตมาวิเคราะห์ได้ จึงทำให้ Active investment Fund มีบทบาทมากขึ้นและได้รับความนิยมมากขึ้น จึงเป็นผลดีแก่ “กองทุนส่วนบุคคล (Private Fund)” 

 

“สำหรับมุมมองต่อ ‘Private Bank’ ในปัจจุบัน ฐานลูกค้าของบริษัทกับ ‘Private Bank’ เป็นคนละกลุ่มกัน จึงไม่มีการแข่งขันหรือการทับซ้อนกัน ซึ่งฐานลูกค้าของบริษัทยังเป็นรายย่อยมากกว่าแตกต่างจาก Private Bank ที่ค่อนมีฐานลูกค้ารายใหญ่”

 

‘สถาบัน’ และ ‘ลูกค้าบุคคล’…จะหนุน “กองทุนส่วนบุคคล (Private Fund)” เติบโตได้

 

ฟาก “ธีรนาถ รุจิเมธาภาส” กรรมการอำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด ได้ให้มุมมมองว่า “กองทุนส่วนบุคคล (Private Fund)”  แนวโน้มการเติบโตจาก ‘นักลงทุนสถาบัน’ และ ‘ลูกค้าบุคคล’ เนื่องจากที่ผ่านมานักลงทุนสถาบันได้มีเข้าซื้อกองทุนตราสารหนี้และเกิดการแย่งกันขาย เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง

 

จึงประเมินว่ามีโอกาสที่นักลงทุนสถาบันจะหันมาจัดตั้ง“กองทุนส่วนบุคคล (Private Fund)” ในการลงทุนตราสารหนี้ เพื่อการดูแลจัดการที่ง่ายขึ้น และเพื่อไม่ให้เกิดความตื่นหนก เหมือนช่วงที่ผ่านมา

 

ส่วนลูกค้าบุคคล ในช่วงนี้ภาวะตลาดค่อนข้างผันผวนจึงทำให้มีความจำเป็นที่ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญ เข้ามาช่วยบริหารจัดการและดูแลการลงทุนมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงลง

 

       

ธีรนาถ รุจิเมธาภาส

 

“ในยามที่ตลาดดี ลูกค้าอาจจะชอบการลงทุนด้วยตัวเองมากกว่า แต่ในยามที่ตลาดผัวผวน ทำให้เรามีความจำเป็นต่อลูกค้ามากขึ้น ด้วยการกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์และดูแลความเสี่ยง จึงทำให้ในยามที่ผลตอบแทนของตลาดติดลบ เราก็อาจทำให้ผลตอบแทนติดลบได้น้อยกว่าตลาด”

 

สำหรับมุมมองต่อ ‘Private Bank’ มองได้ทั้ง 2 มุม ทั้งการเป็น ‘พันธมิตร’ และ ‘คู่แข่ง’ ในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากทาง Private Bank มีหน้าที่ให้คำปรึกษาและแนะนำการลงทุน

 

โดยในปัจจุบันมีลูกค้าไม่น้อยที่ต้องการให้ช่วยจัดสัดส่วนการลงทุน เงินออม ตราสารหนี้ ตราสารทุน ซึ่งบางบริการทางแบงก์ก็สามารถให้บริการได้ แต่บางอย่างที่ไม่มีใบอนุญาตก็จะติดต่อมาหาเราแทน


ท้ายสุดเมื่อการลงทุนมีความ
‘ยาก’ และ ‘ซับซ้อน’ มากขึ้น รูปแบบของ “กองทุนส่วนบุคคล (Private Fund)” ที่ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ทางด้านการลงทุนอย่างใกล้ชิด รูปแบบและนโยบายการลงทุนได้ถูกออกแบบให้เหมาะสมกับคุณโดยเฉพาะจะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้น ดั่งจะเห็นได้จากมูลค่าตลาดที่ทะลุ 1 ล้านล้านบาทไปแล้วในปัจจุบันนั่นเอง

Share: