ใครที่พลาด ‘รอบแรก’…ลุ้นรัฐออก ‘รอบ2’ อีกครั้ง!!!

ปิดฉากไปอย่างสวยหรู สำหรับ “พันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่น-เราไม่ทิ้งกัน" หลังจากเปิดขาย ได้เพียง 1 สัปดาห์ (วันที่ 14 – 21 พ.ค. 20) ยอดขายก็เต็มวงเงิน 50,000 ล้านบาท ไปเรียบร้อย


เรียกว่าเปิดขายช่วง2 วันแรกก็เต็มแล้ว ยังไม่ทันที่จะเปิดขายในช่วงที่3 ตามแผนแต่ประการใด


กระแสตอบรับที่ดีนี้ ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่า...มีความเป็นไปได้ที่ทาง “สำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.)” น่าจะมีการพิจารณาเปิดขายอีกรอบในเร็วๆ นี้


ซึ่งทาง สบน. เองอยู่ระหว่างการประเมินว่าจะเปิดในรุ่นต่อไปหรือไม่ เนื่องจากประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก เพราะดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากธนาคารชัดเจน ตรงนี้คงต้องติดตามข่าวกันอย่างใกล้ชิด


แต่วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวเกี่ยวกับเบื้องหลังความสำเร็จของ “พันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่น-เราไม่ทิ้งกัน" ครั้งนี้มาฝากกัน

 

 

ขายเกลี้ยงใน 1 สัปดาห์...คนรอซื้อ ‘ช่วง 2 – 3’ ชวดไปตามๆ กัน

ภายหลังจาก “กระทรวงการคลัง” ออกจำหน่าย “พันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่น-เราไม่ทิ้งกัน” ในปีงบประมาณ 2020 (แบบไร้ใบตราสาร) วงเงินรวมไม่เกิน 50,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 รุ่น คิด ‘อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันได’ 


-รุ่นอายุ 5 ปี เฉลี่ย 2.40% ต่อปี

-รุ่นอายุ
10 ปี เฉลี่ย 3.00% ต่อปี


โดยแบ่งการขายออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่


-‘ช่วงที่ 1’ (วันที่ 14 – 20 พ.ค. 20) ขายให้ ‘ผู้สูงอายุ’ ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท ไม่เกิน 5 หมื่นบาท

-
‘ช่วงที่ 2’ (วัน 21- 27 พ.ค. 20) ขายให้ประชาชนรายย่อยสัญชาติไทยซื้อได้ก่อน เป็นวงเงินจำหน่ายที่เหลือจากช่วงที่ 1 ซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท แต่ไม่เกิน 2 ล้านบาท/คน/ธนาคาร

-
‘ช่วงที่ 3’ (วันที่ 28 พ.ค. – 10 มิ.ย. 20) เปิดขายให้ประชาชนทั่วไปและนิติบุคคลที่ไม่แสวงหาผลกำไร วงเงินจำหน่ายที่เหลือจากช่วงที่ 2 ลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท แต่ไม่จำกัดวงเงินซื้อสูงสุด


“แต่ใครจะคาดคิดว่าเสียงตอบรับจากนักลงทุนจะดีเหนือความคาดหมาย เพราะผ่านไปเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น (วันที่ 14 – 21 พ.ค. 20) ก็เต็มวงเงินเรียบร้อย เพิ่งเปิดขายช่วงที่2 ได้วันแรกเท่านั้นเอง นั่นทำให้ยังมีนักลงทุนที่ผิดหวังและพลาดโอกาสการลงทุนในช่วงที่ 2 และ 3 อีกมากเลยทีเดียว จึงเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการพิจารณาขายอีกรอบตามมา เพราะวงเงิน 50,000 ล้านบาท นี้ น่าจะเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น (สามารถออกเพิ่มเติมได้วงเงินตาม พ.ร.ก. กู้เงินโควิด-19 ไม่เกิน 200,000 ล้านบาท) ใครที่พลาดโอกาสคงต้องติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดกันต่อไป”

 

 

“ผลตอบแทน” เหนือเงินฝาก...กุญแจความสำเร็จ

เสียงตอบรับที่ดีเกินคาดนี้ เหตุผลสำคัญส่วนหนึ่งน่าจะมาจากบริบท ‘ดอกเบี้ยต่ำ’ ที่กระทบผู้พึ่งพารายได้ดอกเบี้ยจากเงินฝากเป็นสำคัญ


การออกแบบ “พันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่น-เราไม่ทิ้งกัน" ให้จ่ายดอกเบี้ยแบบขั้นบันได โดยเพิ่มขึ้นในปีหลังๆ ก็จูงใจให้นักลงทุนถือไปจนครบอายุ และโดยปกติแล้วนักลงทุนที่ลงทุนใน ‘พันธบัตรออมทรัพย์’ ก็จะเป็นกลุ่มนักลงทุนบุคคลทั่วไปที่ซื้อแล้วถือไปจนครบอายุกันอยู่แล้วด้วย

 

 

อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยที่รัฐให้ ‘รุ่น 5 ปี’ 2.40% ต่อปี เมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล อายุ 5 ปี เท่ากันอยู่ที่ 0.74% ต่อปี ต่อปี ยังสูงกว่า 1.66% ต่อปี


ในขณะที่ ‘รุ่น 10 ปี’ ผลตอบแทนเฉลี่ย 3.0% ต่อปี เทียบกับพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี เท่ากันอยู่ที่ 1.13% ต่อปี ก็ยังสูงกว่า 1.87% ต่อปี


“ผลตอบแทนเฉลี่ยหลังหักภาษีดอกเบี้ย 15% ก็ยังอยู่ที่ 2.04% ต่อปี และ 2.55% ต่อปี ตามลำดับ ซึ่งยังคงสูงกว่าผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่อายุเท่ากันอยู่พอสมควร เฉลี่ย 1.30 – 1.42% ต่อปี และยิ่งทิ้งห่าง ‘ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์’ ที่ต่ำเตี้ยติดดินอยู่เฉลี่ย 0.25-0.50% อย่างเห็นได้ชัด จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมเสียงตอบรับจึงล้นหลามขนาดนี้”


สำหรับ พันธบัตรออมทรัพย์” ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลงทุน ซึ่งนักลงทุนควรจะต้องพิจารณาจัดสรรเงินมาลงทุนอย่างเหมาะสมด้วยเช่นกัน ถ้าแบ่งเงินมาแล้วว่า...ส่วนนี้กระจายมาสินทรัพย์มั่นคง อายุ 5 ปี 10 ปี ถือได้ไม่เดือดร้อน ต้องการความสบายใจและผลตอบแทนดีกว่า ‘เงินฝาก’ ก็จัดสรรมาได้ แต่สำคัญ คือ ควรกระจายการลงทุนไปในหลากหลายสินทรัพย์ เพื่อให้พอร์ตการลงทุนสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับคุณได้อย่างเหมาะสมในระยะยาวด้วยนั่นเอง


ใครที่ ‘ไม่ชื่นชอบความเสี่ยง’ และมองหาโอกาสลงทุนที่สบายใจ ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝาก ‘พันธบัตรออมทรัพย์’ น่าจะเป็นหนึ่งในทางเลือกให้คุณได้ ส่วนใครที่พลาดโอกาส “พันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่น-เราไม่ทิ้งกัน” ในครั้งนี้ คงต้องตามลุ้นอย่างใกล้ชิดว่า ‘รัฐ’ จะมีการออก ‘รอบ2’ ออกมาหรือไม่ และเมื่อไรเท่านั้นเอง

Share: