“อุตตม” ตั้งรับมือเปิดศึกอภิปรายพรุ่งนี้ ดึง “โฆษกคลัง” ติว สส.พรรคพปชร. โต้กู้ 1 ล้านล้าน

พรุ่งนี้ (27 พ.ค. 2563) จะเป็นวันแรกของการอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน เกี่ยวกับการแก้ปัญหาสถานการณ์ โควิด-19 ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง “นายอุตตม สาวนายน” จะถูกซักฟอกมากที่สุด


นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ
กล่าวว่า วันนี้ (26 พ.ค.) กระทรวงการคลัง ได้ส่ง นายลวรณ แสงสนิท โฆษกกระทรวงฯและผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ให้ข้อมูลและทำความเข้าใจกี่ยวกับพ.ร.ก.กู้เงิน ให้แก่สส.ของพรรค เนื่องจากทางพรรค ได้ทำหนังสือประสานขอเจ้าหน้าที่ฯ มาช่วยติว เพราะบางครั้ง สส. ก็ต้องร่วมชี้แจงในการอภิปรายครั้งนี้ด้วย


สำหรับเรื่องถูกอภิปราย คือ การออกพ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท เพื่อเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งฝ่ายค้านพุ่งเป้าไปที่มาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท ว่า เหมือนตีเช็คให้เปล่า


“ทั้งรัฐมนตรี นายกฯ ทำงานสามารถตรวจสอบไอ้อยู่แล้ว จึงไม่รุ้สึกกังวล ด้านรัฐมนตรีการคลังก็เรียมพร้อม เพราะท่านตั้งใจทำงาน ไม่ได้มีแผลอะไร ทำงานอย่างเดียว ที่ผ่านมาก็ทำงานหนักสุดจากมาตรการเยียวยา5 พัน ซึ่งแม้ตอนนี้จบ แต่ก็ยังทำต่อโครงการก้าวต่อไปเราไม่ทิ้งกัน“


อย่างไรก็ตาม นายธนกร กล่าวอ้างถึงในอดีตว่า การกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เคยเกิดขึ้นแล้วในสมัยพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยมาแล้วเหมือนกัน และสำหรับครั้งนี้ สถานการณ์โควิดเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และประเทศต่างๆ ก็ทำแบบนี้เหมือนกันพื่อช่วยเศรษฐกิจเหมือนกัน


“ผมเข้าใจว่าฝ่ายค้าน ไม่ได้ไม่เห็นด้วย แต่ก็ต้องตรรวจสอบตามหน้าที่ ซึ่งเวทีอภิปราย 5 วันนี้ รัฐบาจะใช้ประโยชน์ในการทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนด้วย ฝ่ายค้านต้องตรวจสอบ เพราะเป็นผลดีกับพี่น้องประชาชน”


นายธนกร กล่าวถึงการถูกพุ่งเป้าการใช้เงิน 4 แสนล้านบาทฟื้นฟูเศรษฐกิจ ว่า ตนไม่เข้าใจว่า ทำไมฝ่ายค้านต้องมาพุ่งเป้าที่กระทรวงการคลัง เพราะเงินในส่วนนี้ก็กระจายไปทุกหน่วยงานทุกกระทรวงเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ขณะที่กระทรวงการคลังเป็นเพียงผู้ทำหน้าทีกู้เงินมาให้ใช้จ่าย ขณะเดียวกัน ปัจจุบันก็มีกระบวนการตรวจสอบที่เข้มข้นมาก ทั้งองค์กรอิสระ(NGO)ภาคประชาชน ก็ตรวจสอบ


ทั้งนี้ สำหรับมาตรการเยียวยา 4 แสนล้านบาทเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจนั้น รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งมีสภาพัฒน์ เป็นประธานฯ และขณะนี้กำลังจะเริ่มดำเนินการมาตรการดังกล่าวในช่วงนี้ โดยเปิดให้หน่วยงานราชการต่างๆ กองทุนหมู่บาน ชุมชนในท้องถิ่น มูลนิธิต่างๆ สามารถทำโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งมี 4 แผนงานสำคัญ โดยกระบวนการพิจารณาอนุมัติโครงการ จะต้องเสนอโครงการมายังสภาพัฒน์พิจารณา และส่งต่อให้คณะกรรมการกลั่นกรอง และเสนอต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติต่อไป ซึ่งเริ่มเปิดให้ยื่นโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 5 มิ.ย. 2563 เป็นต้นไป

 

 

ตั้งซุปเปอร์บอร์ดแค่ติดตาม ไม่ใช่แทรกแซงการบินไทย

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวถึงกรณี บมจ.การบินไทย (THAI) ได้ดำเนินการยื่นขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง ในวันนี้ ว่า ตามกระบวนการเมื่อยื่นขอฟื้นฟูฯ แล้ว จะต้องรอศาลล้มละลายกลาง พิจารณาก่อนว่า รับหรือไม่ หลังจากนั้น จึงจะพิจารณาเคาะรายชื่อผู้จัดทำแผนฟื้นฟูเป็นใคร อย่างไรก็ตาม ผู้ทำแผนและผู้บริหารแผนก็ไม่จำเป็นต้องเป็นชุดเดียวกัน ซึ่งขึ้นกับคณะเจ้าหนี้และผู้บริหารในการบินไทย ในส่วนของกระทรวงการคลัง ก็เป็นจ้าหนี้ด้วย นอกจากเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่


อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รัฐบาลได้มีการตั้งคณะกรรมการติดตามผลดำเนินการแก้ไขปัญหา บมจ.การบินไทย ซึ่งมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานชุดนี้ ซึ่งจะทำหน้าที่ในการติดตามว่า การบินไทยดำเนินงานตามแผนอย่างไร ในช่วงต่อจากนี้ไป ซึ่งจะต้องรายงานให้ครม. รับทราบว่าแผนได้ดำเนินการถึงไหนแล้ว ซึ่งจริงๆก็ไม่ใช่เป็นซุปเปอร์บอร์ดด้วย เพราะคณะกรรมการติดตามชุดนี้ ไม่ได้จะเข้าไปแทรกแซงอะไร


“ซุปเปอร์บอร์ดชุดรองนายกฯวิษณุ จะเป็นประโยชน์ช่วยติดตามให้รัฐบาล รู้ว่ามีอะไรเกี่ยวข้อง รัฐบาลก็พร้อมจะเข้าไปช่วย ”นายอุตตมกล่าว

Share: