คาด SET ทดสอบ 1,355 – 1,360 จุด สลับอ่อนตัว หวังเศรษฐกิจทั่วโลกฟื้นหลังหลายประเทศคลายล็อคดาวน์

บล.กรุงศรี

มองแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้เป็นบวก คาด SET ปรับตัวขึ้นทดสอบ 1,355 – 1,360 จุดก่อนจะสลับอ่อนตัว ตามความคาดหวังภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกจะฟื้นตัวขึ้นหลังหลายประเทศเดินหน้าผ่อนคลาย Lockdown อีกทั้งการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งล่าสุด EU ประกาศตั้งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูจากไวรัส Covid-19 มูลค่า 7.5 แสนล้านยูโร นอกจากนี้ปัจจัยภายในศบค.เตรียมผ่อนคลาย Lockdown เฟส3 ในช่วงสัปดาห์นี้จะเป็นแรงหนุนต่อทิศทางตลาดหุ้น อย่างไรก็ตามคาดว่าดัชนีจะมีแรงขายในกลุ่มพลังงานหลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงจากความกังวลความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-จีนจะส่งผลกระทบต่อ demand การใช้น้ำมัน นอกจากนี้ Valuation SET ที่ค่อนข้างตึงตัวจะเป็นแรงกดดันให้ดัชนีสลับอ่อนตัว

 

กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

  • TMB, KKP, TISCO, AH, SAT

  • MINT, CENTEL, ERW, AOT คาดหวังรัฐออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวหลังคลาย Lockdown

  • MAJOR SPA  คาดศบค.ผ่อนคลาย Lockdown เฟส 3 ในสัปดาห์นี้

  • กลุ่มหุ้นที่ได้เข้าคำนวณ MSCI Thailand Index รอบใหม่ AWC, BAM, KTC มีผล 29 พ.ค.

  • กลุ่มที่คาดว่างบ 2Q20 จะเติบโตขึ้น (CKP, TASCO, STA, RS, EPG)

 

หุ้นแนะนำวันนี้

  • MINT (ปิด 7 ซื้อ/เป้า 25)ได้ Sentiment บวกจากภาครัฐเตรียมออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ส่วนธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศก็มีปัจจัยบวกจากข่าวสเปนประกาศเปิดรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกเข้ามาท่องเที่ยวได้ตั้งแต่เดือน ก.ค.เป็นต้นไป ขณะที่เยอรมนีเตรียมยกเลิกคำเตือนการเดินทางไป 31 ประเทศในยุโรปในช่วงกลางเดือน มิ.ย.ซึ่งเร็วกว่าแผนเดิม ถือเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อธุรกิจโรงแรมของ MINT ในยุโรปโดยเฉพาะโรงแรม NH Hotel ของ MINT ในสเปน

  • CPALL (ปิด 25 ซื้อ/เป้า IAA Consensus 80)CPALL เป็นหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์มากสุดจากมาตรการเยียวและกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเนื่องจากมีสาขากระจายครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศ นอกจากนี้ราคาหุ้น CPALL ยัง laggard จากหุ้นค้าปลีกอื่นๆในช่วงที่ผ่าน

 

 

บล.เอเชีย เวลท์

ประเมินภาพรวมตลาดหุ้นไทยยังคงผันผวน ในลักษณะ Side-way กลยุทธ์การลงทุน แนะนำลงทุนหุ้นในกลุ่มที่ยัง Laggard อย่างกลุ่มธนาคาร กลุ่มขนส่ง (AOT และ BEM) และกลุ่มที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวชัดเจนในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะ Theme เรื่องของการเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนของภาครัฐฯ ยังคงน่าสนใจ 


อย่างไรก็ตามการลงทุนต้องเริ่มกลับมาระมัดระวังเรื่องของ Valuation ที่เริ่มจำกัด หลังปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 3.3% ในเดือน พ.ค. ตอบรับปัจจัยบวกเรื่องของราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัว และการกลับมา ฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ จากมาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์ ระยะที่ 3 ทำให้ราคาหุ้นในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากปัจจัยบวกดังกล่าวปรับเพิ่มขึ้น จนเริ่มมี Upside ที่จำกัด ขณะที่ปัจจัยลบจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับจีน เริ่มเพิ่มขึ้น 


ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยเฉพาะปัญหาการเมืองระหว่างประเทศ จากสถานการณ์ตึงเครียดในฮ่องกงที่เริ่มเพิ่มขึ้น หลังรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ รายงานต่อสภาคองเกรสสหรัฐฯ ว่า ฮ่องกงไม่ได้มีความเป็นอิสระในการปกครองตนเองจากจีนอีกต่อไป เป็นประเด็นที่เพิ่มน้ำหนักให้กับประเด็นการค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมา ฮ่องกงได้รับสิทธิพิเศษในการยกเว้นภาษี สินค้าส่งออกไปยังสหรัฐฯ ขณะที่ปัจจุบันสหรัฐยังคงเก็บภาษี สินค้าที่จีนส่งออกไปยังสหรัฐฯ จากผลของการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน 


ล่าสุดอังกฤษเตรียมเปิดห้างและธุรกิจบางส่วน ในวันที่ 1 มิ.ย. ตามมาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์เฟส 2 และเยอรมนีเตรียมยกเลิกคำเตือนการเดินทางไปยัง 31 ประเทศในยุโรป ในช่วงกลางเดือน มิ.ย. นี้ รวมทั้งไทยเตรียมจะกลับมาเปิดให้ต่างประเทศเข้ามาในท่องเที่ยวได้ในช่วง ก.ค. (เป็นปัจจัยบวกต่อ AOT) อย่างไรก็ตามต้องติดตามสถานการณ์ COVID-19 อย่างใกล้ชิด หลังหลาย ๆ ประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการดังกล่าว 


คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (EU) เปิดเผยรายละเอียดของกองทุนฟื้นฟู วงเงิน 7.5 แสนล้านยูโร ประกอบด้วยเงินให้เปล่าจำนวน 5 แสนล้านยูโร และเงินกู้ 2.5 แสนล้านยูโรสำหรับชาติสมาชิก EU เพื่อช่วยเยียวยาเศรษฐกิจของ EU จากผลกระทบของการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยเฉพาะอิตาลีและสเปนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด 

 

มุมมองทางเทคนิค

คาดว่า SET Index วันนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,334 - 1,357 จุด (มีแนวรับอยู่ที่ 1,340 1,334 และ 1,323 จุด และมีแนวต้านอยู่ที่ 1,351 1,357 และ 1,368 จุด) หุ้นแนะนำทางเทคนิควันนี้ได้แก่ BDMS GFPT KKP TRUE และ BBL

Share: