CPALL หุ้นยักษ์ค้าปลีกไทย เจ๋งแค่ไหนเมื่อเทียบกับค้าปลีกระดับโลก

หุ้นค้าปลีกหรือ Retail Stock ทั้งที่เทรดอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และตลาดหุ้นต่างประเทศ ล้วนเป็นหุ้นขนาดใหญ่ทั้งนั้น วันนี้ Wealthy Thai เลยอยากมานำเสนอหุ้นค้าปลีกดังๆ ของโลก ว่าเมื่อเทียบกับ Performance ค้าปลีกไทย เป็นอย่างไรบ้าง โดยจะขอเปรียบเทียบหุ้น 3 ตัวที่มีความใกล้เคียงกัน ซึ่งประกอบด้วยหุ้นบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ที่เทรดอยู่ในตลาดหุ้นไทย (SET) หุ้นบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือ THAI BEVERAGE PUBLIC CO.,LTD เทรดอยู่ในตลาดหุ้นสิงคโปร์ (SGX) และหุ้น WALMART.INC ที่เทรดอยู่ในตลาดหุ้นนิวยอร์ก (NYSE)


ก่อนที่จะลงรายละเอียดหุ้นแต่ละตัว ต้องบอกนักลงทุนก่อนว่า หุ้นแต่ละตัวอาจจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน และไม่เหมือนกันซะทีเดียว การเปรียบเทียบในครั้งนี้ Wealthy Thai พิจารณาจากภาพรวมหุ้นที่ถือว่าเป็น “หุ้นใหญ่ค้าปลีก” เหมือนกัน โดยใช้ข้อมูลจาก Share Investor เป็นหลัก (วันที่ 26 พ.ค.63)


ทั้งนี้เนื่องจากหน่วยค่าเงินของหุ้นแต่ละตัว จะเป็นหน่วยสกุลเงินท้องถิ่นนั้นๆ ประกอบด้วย เงินบาท (THB) เงินดอลลาร์สิงคโปร์ (SGD) และเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) แต่เพื่อให้การเปรียบเทียบเห็นภาพที่เข้าใจง่ายมากขึ้น เราจะแปลงค่าเงินเป็น “สกุลเงินบาท” โดยอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ณ วันที่ 27 พ.ค. 63 โดยอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สิงคโปร์ เท่ากับ 22.22 บาท และ1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 31.87 บาท


http://www.shareinvestor.com/ ระบุข้อมูลหุ้น CPALL ว่าผลประกอบปี 2562 มีรายได้ 550,900.79 ล้านบาท โดยรายได้หลักของ CPALL มาจากรายได้การขายสินค้าอุปโภคบริโภคใน 7-11 และมีกำไรก่อนหักภาษีอยู่ที่ 26,763.857 ล้านบาท ขณะที่หุ้นสัญชาติไทยอย่าง ThaiBev ธุรกิจเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ และร้านอาหาร แต่เทรดอยู่ในตลาดหุ้นสิงคโปร์ 2562 มีรายได้ประมาณ 268,517.97 ล้านบาท (12,084.517 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์) และมีกำไรก่อนหักภาษีอยู่ที่ประมาณ 31,447.54 ล้านบาท  (1,415.281 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์)


และหุ้น Walmart ค้าปลีกยักษ์ในสหรัฐอเมริกา ทั้งแบบค้าปลีกและค้าส่ง ภายใต้แบรนด์ Walmart, Wal-Mart และ Walmart Neighborhood Market รวมถึง walmart.com และแบรนด์อีคอมเมิร์ซอื่น ๆ ในต่างประเทศ เช่น Walmart International ปี 2562 มีรายได้ประมาณ 16.70 ล้านล้านบาท (523,964.00 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และมีกำไรก่อนหักภาษีอยู่ที่ประมาณ 641,096.90 ล้านบาท  (20,116.00 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

 

 

การขยายสาขาเซเว่นในกัมพูชา หนุน CPALL โตระยะยาว

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่ากำไรสุทธิหุ้น CPALL ในไตรมาสแรก อยู่ที่ 5,645 ล้านบาท -2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (YoY) เนื่องจากได้รับผลกระทบจาก Covid-19 ตามที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ แต่รายได้รวมยังบวก 5.2% ทั้งนี้คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลัง ผลประกอบการจะดีขึ้นตามการผ่อนคลายล็อคดาวน์  ขณะเดียวกันการขยายสาขาไปกัมพูชาไม่ได้รับผลกระทบ กลับจะช่วยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวได้อีกด้วย

 

 

Covid-19 ฉุดธุรกิจเบียร์ไทยเบฟ Q2 ติดลบ 23.5%

ในรายงานงบครึ่งปีแรก 2563 (ตุลาคม 2562-มีนาคม 2563) บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือThaiBev รายงานงบการเงินว่า การระบาดของ COVID-19 กระทบกับชีวิตประจำวันของผู้บริโภค และซัพพลายเชนของสินค้า ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกกระทบด้วยเช่นกัน การดำเนินงานของบริษัทในสภาวะเช่นนี้จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด


ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ThaiBev มีรายได้จากการขาย 137,092 ล้านบาท ลดลง 3.9% กำไรสุทธิอยู่ที่ 15,918 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 11.8% แต่ในไตรมาส 2/2563 (มกราคม-มีนาคม 2563) มีรายได้จากการขาย 61,411 ล้านบาท ลดลง 12.3% และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 5,576 ล้านบาท ลดลง 17.5% โดยเฉพาะธุรกิจเบียร์ ที่รายได้จากการขายติดลบมากที่สุด 23.5%

 

 

อีคอมเมิร์ซ Walmart โตถึง 74%

สุดท้ายหุ้น Walmart สวนทางกับหุ้น CPALL ที่ยอดขายยังบวกได้ 10.00% โดยเฉพาะช่องทาง “อีคอมเมิร์ซ” ที่โตถึง 74% ทั้งนี้จะต้องติดตามผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจากสหรัฐอเมริกาถือว่าเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 หนักที่สุด โดย Walmart รายงานว่า บริษัทใช้เงินประมาณ 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับปรับปรุงธุรกิจในช่วง Covid-19

 

 

ที่มาข้อมูล

http://www.shareinvestor.com/

https://www.set.or.th/

https://www.settrade.com/settrade/home

https://corporate.walmart.com/

http://thaibev.listedcompany.com/

Share: