“กระจายการลงทุน”...ช่วย ‘เพิ่มโอกาส-ลดความเสี่ยง’!!!

เปิดศักราชปี2020 มาได้ 5 เดือน โลกยังอยู่ในท่ามกลางมรสุมของ ‘วิกฤติ COVID-19’ อย่างต่อเนื่อง ความรุนแรงมากน้อยแตกต่างกันออกไป


ได้ผ่านช่วงที่ ‘ตลาดหุ้น’ แดงเดือด ดิ่งขั้วมฤตยู ในหลายตลาดต้องใช้ ‘Circuit Breaker’ ไปหลายรอบ แต่ใครจะคิดว่าในเวลาอันรวดเร็วตลาดทั่วโลกต่างดีดกลับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมี.ค.ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน


ตั้งแต่ต้นปีมาถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 27 พ.ค. 20) ‘ตลาดหุ้นไทย’ ยังติดลบ 14.86% แต่ ‘กองหุ้นไทย’ ที่มีผลงานดีสุดกลับมีผลตอบแทนเป็นบวก 1.78% แล้ว ได้แก่ “กองทุนเปิดกรุงไทยหุ้น เอ็ม เอ ไอ (KT-mai)” ของ ‘บลจ.กรุงไทย’ นั่นเอง


แต่มองไปในตลาดหุ้นทั่วโลก กองหุ้นที่มีผลงานดีสุดของแต่ละกลุ่มนั้น ก็มีผลงานแตกต่างกันออกไป ซึ่งอาจสื่อถึง ‘โอกาส’ ใน ‘วิกฤติ’ ได้เป็นอย่างดี


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีบทสรุปที่สุด ‘กองหุ้นต่างประเทศ’ ในช่วง 5 เดือนแรกมาฝากกัน

 

 

“กอง ONE-UGG-RA” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด 29.05%

ในช่วงแรกของ ‘วิกฤติ COVID-19’ ที่โลกตกอยู่ท่ามกลางความหวาดกลัวนั้น จะเห็นว่า ‘กองทุนทองคำ’ ทะยานขึ้นมาอยู่กลุ่มผู้นำผลตอบแทนโดดเด่นของโลกในช่วงแรกไปครองตามคาด


แต่หลังจากที่ความกังวลคลายลง เศรษฐกิจเริ่มกลับมาขับเคลื่อน พร้อมกับมาตรการกอบกู้เศรษฐกิจโลกขนานใหญ่ของทุกประเทศทั่วโลก ก็ทำให้ ‘หุ้น’ กลับมา Rebound พร้อมกันทั้งโลกเช่นกัน และในระยะเวลาเพียงไม่ถึง 2 เดือน หลายตลาดก็ทะยานแซงหน้า ‘ทองคำ’ ไปเรียบร้อยแล้ว


หากเราดึงเอา “กองทุนที่มีผลงานดีสุด” แต่ละกลุ่มที่อยู่ในตลาดโลกออกมา (ย้ำว่า...รายชื่อกองทุนเหล่านี้ คือ อันดับ1 ในกลุ่มของตัวเองทั้งสิ้น) จะพบว่า ในบางประเภทสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่น โดย TOP5 กลุ่ม ‘กองทุน’ ที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีสุดในช่วง 5 เดือนแรกนั้น พบว่าเป็น ‘กองหุ้น’ ถึง 4 กอง และยังเป็น ‘กองทุนทองคำ’ อยู่ 1 กอง โดยสามารถผลตอบแทนได้มากกว่า 19.00% ทั้งสิ้น แบ่งตามประเภทได้ ดังนี้


-‘กองหุ้นโลก’
-‘กองหุ้นสหรัฐ’
-‘กองหุ้นสุขภาพโลก’
-‘กองทุนทองคำ’
-‘กองหุ้นเทคโนโลยี’


“โดยกองที่มีผลงานดีสุดในช่วง 5 เดือนแรก ได้แก่ “กองทุนเปิดวรรณ อัลติเมท โกลบอล โกรว์ธ หน่วยลงทุนชนิดไม่จ่ายเงินปันผล สำหรับผู้ลงทุนทั่วไป (ONE-UGG-RA)” ของ ‘บลจ.วรรณ’ อยู่ในกลุ่ม ‘กองหุ้นโลก’ ให้ผลตอบแทน 29.05%

 

 

อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีอีกหลายตลาดที่แม้ตลาดจะ Rebound กลับขึ้นมา แต่กองทุนที่มีผลงานในแต่ละกลุ่มก็ยังคงมีผลตอบแทน ‘ติดลบ’ อยู่นั่นเอง ได้แก่


-‘กองหุ้นตลาดเกิดใหม่’
-‘กองหุ้นโครงสร้างพื้นฐานโลก’
-‘กองหุ้นอาเซียน’
-‘กองหุ้นอินเดีย’
-‘กองทุนน้ำมัน’


“โดยกองทุนน้ำมันมีผลงานติดลบมากสุด แม้แต่ “กองทุนเปิดเคแทม ออยล์ ฟันด์ (KT-OIL)” ของ ‘บลจ.กรุงไทย’ ที่มีผลงานดีสุดก็ยังให้ผลตอบแทนติดลบ 36.82%



กลยุทธ์การลงทุนที่แนะนำกันมานานและยังคงทันสมัยอยู่ในปัจจุบันรวมทั้งในโลกยุค ‘หลัง COVID-19’ นั่นคือ การกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสม เพราะสินทรัพย์แต่ละประเภทมีช่วงเวลาของตัวเองที่แตกต่างกันออกไป นั่นจะทำให้เงินของคุณได้ทำงานอยู่ตลอดเวลา ไม่พลาดโอกาสในการลงทุน ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอในระยะยาว ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดความเสี่ยงของพอร์ตโดยรวมได้อีกด้วย

Share: