JKN ผลงานไตรมาส 2 ฟอร์มสวย ตุนแบ็กล็อกเกือบ 300 ลบ.ย้ำปีนี้รายได้โต 10-15%

นายธีรภัทร์ เพ็ชรโปรี รองกรรมการผู้จัดการสายงานการเงินและบัญชี บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN เปิดเผยว่า แนวโน้มไตรมาส 2/2563 คาดว่ายังมีทิศทางการเติบโตที่ดี โดยสิ้นไตรมาส 1/2563 บริษัทมี Backlog ประมาณ 282 ล้านบาท แบ่งเป็น ในประเทศ 213 ล้านบาท ส่งออกอีกประมาณ 69 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้เกือบหมดในไตรมาส 2/2563

 

ทั้งนี้กลยุทธ์ไตรมาส 2 /2563 บริษัทยังคงเน้นการจำหน่ายคอนเทนต์ให้กับช่องทีวีดิจิตอลในประเทศ ซึ่งจะเห็นคอนเทนต์ของบริษัทออกอากาศผ่านทางทีวีดิจิตอลมากขึ้น ทั้งในช่อง 8 ช่อง GMM25 ช่อง Workpoint TV  รวมทั้งช่อง true4u และช่อง 3 เป็นต้น

 

ส่วนทิศทางผลประกอบการครึ่งปีหลัง 2563 คาดว่าจะมีทิศทางการเติบโตที่ดีเช่นเดียวกับช่วงครึ่งปีแรก ดังนั้นบริษัทยังคงเป้ารายได้ปี 2563 จะเติบโตที่ระดับ 10-15% จากปี 2562 พร้อมกับวางเป้ารักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับไม่น้อยกว่า 40% โดยปัจจุบันยังอยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้า เพื่อจำหน่ายคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง และสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ และได้ปรับเพิ่มงบซื้อคอนเทนต์เป็น 800-1,000 ล้านบาท จากเดิม 800 ล้านบาท ตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น

 

ขณะที่ความคืบหน้า ซีรีส์สยามรามเกียรติ์ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอน PRE-PRODUCTION ซึ่งปัจจุบันรอสถานการณ์ COVID-19 กลับมาสู่สภาวะปกติก่อน หากแล้วเสร็จ คาดว่าจะมีอีก 2-3 โปรเจค ที่คาดว่าจะเข้ามาสร้างรายได้ในช่วงไตรมาส 3-4/2563 นี้

 

ขณะที่ในแง่ของการส่งออกคอนเทนต์ที่บริษัทเป็นเจ้าของ สามารถทำรายได้เป็นส่วนใหญ่ของการส่งออกได้ โดยในปี 2563 ได้มีการขยายไปยังมาเลเซียและบูรไน และคาดว่าจะสามารถปิดการขายเพิ่มขึ้นอีกหลายประเทศในปี 2563 โดยประเทศที่มีศักยภาพที่บริษัทขยายไปได้ อาทิ มาเลเซีย บรูไน ที่จะสร้างรายได้ในช่วงไตรมาส 2/2563 ขณะเดียวกันยังมีประเทศ  บังคลาเทศ ภูฏาน ใต้หวัน ดูไบ ศรีลังกา เป็นต้น นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างต่อสัญญากับ BEC เป็นปีที่ 3 นำคอนเทนต์ไทยไปขายตลาดโลก ซึ่งยังมียอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ด้านความคืบหน้าในการย้ายกระดานซื้อขายจากตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เป็นกระดานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการขออนุมัติ ซึ่งยังอยู่ในแผนของบริษัทที่จะเข้าซื้อขายใน SET ช่วงไตรมาส 3-4/2563

 

นายธีรภัทร์ กล่าวอีกว่า ณ สิ้นไตรมาส 1/2563 บริษัทมีลูกหนี้การค้าระดับ 1,780 ล้านบาท โดยบริษัทมีการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง อาทิ การดึงสถาบันการเงินเข้ามาค้ำประกันกับลูกค้าต่างประเทศ เป็นต้น โดยคาดหวังช่วงที่เหลือของปี 2563 ตัวเลขลูกหนี้การค้าจะปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง

Share: