ลุ้นเม็ดเงิน ‘กอง SSFX’ ปล่อยผีส่งท้ายเดือนมิ.ย. - หนุน ‘ตลาดหุ้นไทย’!!!

เผลอแป๊บเดียว ก็เข้าสู่เดือน ‘มิ.ย.’ ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของการขาย “กองทุนรวมเพื่อการออมพิเศษ (SSF Extra : SSFX)” กันแล้ว

           

จากช่วงเริ่มต้นหลายสำนักประเมินเม็ดเงินลงทุนที่จะเข้ามาในตลาดหุ้นผ่าน ‘กอง SSFX’ ต่ำสุดก็ระดับ 1.2 หมื่นล้านบาท ขึ้นไป มากน้อยแตกต่างกันไปตามแต่ละค่าย

           

แต่ผ่านมา 2 เดือน แล้ว มีเม็ด ‘เงินไหลเข้าสุทธิ’ ประมาณ 2,400 ล้านบาท เท่านั้น

           

เชื่อว่าในเดือนมิ.ย.นี้ จะมีเม็ดเงินไหลเข้ามามากสุด เพราะเป็นเดือนสุดท้ายที่จะลงทุนเพื่อรับประโยชน์ทางภาษีได้ และก็เป็นฤดูกาลของการลงทุนในกองทุนกลุ่มประหยัดภาษี ที่เม็ดเงินส่วนใหญ่จะไหลเข้ามาในช่วงโค้งสุดท้ายอยู่นั่นเอง

           

วันนี้ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวความเคลื่อนไหวของ ‘กอง SSFX’ มาฝากกัน

 

คาดเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิ ‘กอง SSFX’…อาจต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

         

หากย้อนไปดูเม็ดเงินลงทุนสุทธิใน “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)” ในช่วงที่ผ่านมานั้น จะไหลเข้าสุทธิแต่ละปีเฉลี่ยประมาณ 30,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่แต่ละสถาบันเอาไว้ใช้เป็นฐานในการประเมินเม็ดเงินลงทุนสุทธิใน ‘กอง SSFX’ ในช่วงที่ผ่านมา

 

“ซึ่ง ‘กอง SSFX’ สามารถลงทุนได้ 200,000 บาท น้อยกว่าเมื่อครั้งเป็น ‘กอง LTF’ ดังนั้นในแง่เม็ดเงินก็มีการประเมินกันไว้ว่าจะต่ำกว่าด้วยเช่นกัน โดยหากใช้สัดส่วนประมาณ 40% ตามสิทธิที่ใช้ได้เดิม ก็น่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิได้ประมาณ 12,000 ล้านบาท”

         

ด้าน บจ.มอร์นิ่งสตาร์รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ให้ข้อมูลว่า หากดูตัวเลขเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสุทธิใน ‘กอง SSFX’ ในช่วงเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 934 ล้านบาท ต่ำกว่าเดือนเม.ย. ที่ 1.5 พันล้านบาท มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมทั้งสิ้น 2.6 พันล้านบาท ในขณะที่ “กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)” มีเงินไหลเข้าสุทธิรวมราว 40 ล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าเดือนเม.ย. เช่นกัน ทั้งนี้อาจเกิดจากในช่วงเดือนพ.ค. ดัชนี SET Index มีการปรับตัวในทิศทางขาขึ้น ทำให้มีนักลงทุนบางส่วนรอจังหวะลงทุนตามทิศทางตลาดหุ้น

 

                     

 

“อย่างไรก็ตามในช่วงปลายเดือนพ.ค. เริ่มมีเงินไหลเข้าสุทธิ ‘กอง SSFX’ ในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ในช่วงเดือนมิ.ย. มีเงินไหลเข้ามากขึ้นเนื่องจากเป็นเดือนสุดท้ายของการลงทุน ‘กอง SSFX’ รวมทั้งมาตรการผ่อนคลายระยะที่ 3 อาจทำให้บรรยากาศการลงทุนเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้”

 

ทั้งนี้ คงยากที่จะประเมินเม็ดเงินที่จะไหลเข้าสุทธิใน ‘กอง SSFX’ ได้ แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่เม็ดเงินอาจไม่ได้มากอย่างที่ตลาดคาดการณ์กันเอาไว้ ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลกระทบจาก COVID-19 ที่ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว รายได้อาจจะลดลง รวมถึงระยะเวลาการลงทุนที่นานกว่า คือ 10 ปี ตรงนี้ก็มีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนด้วยเช่นกัน แต่เชื่อว่าแต่ละบลจ.คงมีตัวเลขของตัวเองในใจอยู่แล้ว ทราบว่าฐานลูกค้าของตัวเองอยู่ตรงไหน แต่ทาง ‘Morningstar’ ไม่ได้มีการประเมินตัวเลขนี้เอาไว้แต่ประการใด

 

“กอง SSF”…เงินจะไหลเข้าสุทธิในช่วงเดือนสุดท้ายของปีตาม ‘ฤดูกาล’

 

ในส่วนของ ‘กอง  SSF’ เป็นการลงทุนในระยะยาว ทำให้ในภาพรวม ‘กอง SSF’ นักลงทุนยังเลือกที่จะลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายลงทุนใน ‘หุ้น’ ก่อนซึ่งเห็นได้จากกลุ่มกองทุนหุ้นมีเงินไหลเข้าสุทธิสูงกว่ากองทุนประเภทอื่นๆ ในช่วงที่ผ่านมา

 

“โดยมองว่าพฤติกรรมการลงทุนใน ‘กอง SSF’ จะคล้ายกับการลงทุนในกองทุนประหยัดภาษีปกติ ที่นักลงทุนจะตัดสินใจไปลงทุนในช่วง ‘โค้งสุดท้ายของปี’ โดยเฉพาะในเดือนสุดท้ายเช่นเดียวกัน แต่เม็ดเงินเราก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมากเช่นเดียวกัน ส่วนหนึ่งอาจจะไม่ตอบโจทย์กลุ่มนักลงทุน เพราะฐานลูกค้าที่วางไว้น่าจะอยู่ระดับ ซึ่งคนกลุ่มนี้อาจจะไม่สนใจที่จะลงทุน รวมถึงอาจเป็นกลุ่มคนที่อาจได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ที่กระทบต่อรายได้ของเขาด้วยเช่นกัน”

 

ท้ายสุดเป็นสิ่งที่คงต้องตามลุ้นกันต่อไปว่าเม็ดเงินลงทุนสุทธิใน ‘กอง SSFX’ จะมากน้อยขนาดไหน แต่ที่แน่ๆ โค้งสุดท้ายปล่อยผีในเดือนมิ.ย. เม็ดเงินในเดือนนี้น่าจะคึกคักมากสุด และน่าจะช่วยหนุนภาพรวมของ ‘ตลาดหุ้นไทย’ ได้ไม่มากก็น้อยเช่นเดียวกัน

Share: