แห่ทึ้งงบ 4 แสนล้าน สสว.ขอ 5 หมื่นล้านบาท สภาพัฒน์ชี้ขอเกินงบ-เฟ้นโครงการชงครม. ต้นก.ค.

เดินหน้าแล้วสำหรับการเปิดให้หน่วยราชการพาเหรดยื่นโครงการขอใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย หลังจากเปิดให้ยื่นวันแรกเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2563 ซึ่งสภาพัฒน์ได้แถลงความคืบหน้าของผู้ยื่นโครงการเข้ามาวันแรก และตัดยอดโครงการที่ยื่นเข้ามาเป็นรอบแรก เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ของโครงการแล้ว ภายใต้กรอบการใช้เงิน 4 แสนล้านบาท


โดย "ทศพร ศิริสัมพันธ์” เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช.
เปิดเผยว่า จากการเปิดให้หน่วยงานราชการกระทรวง ทบวง กรม ฯลฯ ยื่นโครงการเข้ามาวันแรก 5 มิ.ย. 2563 ซึ่งสภาพัฒน์ได้รวบรวมจำนวนโครงการที่ยื่นเข้ามาประมาณ 28,425 โครงการ วงเงินรวม 592,532 ล้านบาท


ทั้งนี้ กรอบการใช้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมวงเงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งจะต้องอยู่ในกรอบแผน 4 ด้าน ได้แก่ แผนแรก เป็นการลงทุนและกิจกรรมการพัฒนาที่สามารถพลิกฟื้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แผน 2 ฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชน ที่อยู่ในภาคเกษตรสร้างมูลค่าเพิ่มและท่องเที่ยวชุมชน แผน 3 ส่งเสริมและกระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือนและเอกชน และ แผน4 สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและสนับสนุนกระบวนการผลิต


สำหรับโครงการที่ยื่นเสนอเข้ามารอบแรก ในส่วนของแผนแรก ได้มีการยื่นเสนอเข้ามา 91 โครงการ วงเงินกว่า 2.2 แสนล้านบาท ซึ่ง สสว. เสนอโครงการเข้ามาเป็นวงเงินสูงสุดถึง 5 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอี ส่วนโครงการรองลงมาวงเงินหลักพันล้านบาท อาทิ โครงการเกษตรแปลงใหญ่ที่กระทรวงเกษตรฯเสนอเข้ามา สมาร์ทฟาร์มเมอร์ เกษตรอินทรีย์ การบริบาลผู้สูงอายุ การทำปะการังเทียมเพื่อดูแลสภาพแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอโครงการที่เกี่ยวกับแปรรูปอาหาร ท่องเที่ยวชุมชน เป็นต้น


ส่วนแผน 2 ได้เสนอเข้ามาจำนวน 28,331 โครงการ วงเงินรวม 372,532.65 ล้านบาท ซึ่งพบว่าเป็นโครงการที่อยู่ใน 55 จังหวัด จำนวนถึง 28,196 โครงการวงเงินรวม 203,643.48 ล้านบาท เพื่อจัดสรรงบประมาณผ่านช่องทางดังนี้


1. ระดับจังหวัดเสนอโครงการเข้ามารวม 4,185 โครงการ วงเงินรวม 53,779.91 ล้านบาท 2. องค์กรบริหารส่วนจังหวัดรวม 823 โครงการ วงเงินรวม 16,559 ล้านบาท 3. เทศบาล-อบต.รวม 20,407 โครงการ วงเงินรวม 79,141.83 ล้านบาท และส่วนราชการที่เสนอผ่านจังหวัดรวม 2,781 โครงการ วงเงินรวม 54,161.96 ล้านบาท


นอกจากนี้ยังมีส่วนของราชการรวม 13 กระทรวงและ 4 หน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีเสนอโครงการ 115 โครงการ วงเงินรวม 168,889.17 ล้านบาท


ขณะที่แผน 3. ที่เกี่ยวกับการกระตุ้นบริโภคภาคครัวเรือนและเอกชน ซึ่งจะเป็น "แพคเกจไทยเที่ยวไทย” ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ จึงยังไม่ได้ยื่นเข้ามา


แผน 4. เกี่ยวกับการใช้เงินเพื่อสร้างสาธารณูปโภค ซึ่งจะเป็นยื่นโครงการร่วมแทรกอยู่ในแผน 2 ด้วย และมี 3 โครงการที่เกี่ยวกับทำแหล่งน้ำ ทำแพลตฟอร์มดิจิทัลรองรับการขายสินค้าเกษตร เป็นต้น


นายทศพรกล่าวว่า จากโครงการทั้งหมดที่ยื่นเข้ามา ใช้วงเงินเกินกว่า 4 แสนล้านบาทแล้ว และยังมีการเสนอโครงการเข้ามาเพียง 55 จังหวัดเท่านั้น ยังไม่ครบ 77 จังหวัดเลย และยังไม่รวมแพคเกจไทยเที่ยวไทยด้วย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ถือเป็นเพียงการเสนอโครงการเท่านั้น ซึ่งสภาพัฒน์จะทำการคัดกรองและวิเคราะห์โครงการก่อนว่าโครงการใดที่ทำแล้วตอบโจทย์ในการพัฒนาฟื้นฟูเศรษฐกิจ


กระบวนการพิจารณาคัดกรองโครงการ ทางสภาพัฒน์จะพิจารณาคัดกรองและวิเคราะห์ ในช่วงวันที่ 5-15 มิ.ย.นี้ หลังจากนั้น โครงการที่ผ่านรอบแรก จะส่งต่อให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ และคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ พิจารณาตามลำดับ จึงจะนำเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติในช่วงวันที่ 2-7 ก.ค. 2563 ซึ่งรอบแรกจะเห็นโครงการที่ผ่านพิจารณาเพื่อดำเนินการต่อไปราวต้นเดือนก.ค. ส่วนรอบที่ 2 จะเป็นการพิจารณาช่วงต้นส.ค. 2563


นายทศพร ได้กล่าวว่า การคัดกรองโครงการจะยึดหลักธรรมาภิบาลตั้งแต่เริ่มต้น ดังนั้น ทุกโครงการที่เสนอเข้ามา จะนำมาเปิดเผยหน้าเว็บไซด์สภาพัฒน์ และเปิดให้ตัวแทนภาคประชาชน และสังคม เข้ามาช่วยกันตรวจสอบและแสดงความคิดเห็นได้ โดยดูรายละเอียดของโครงการว่าเกิดประโยชน์คุ้มค่าต่อเศรษฐกิจหรือไม่


อย่างไรก็ตาม จะมีการจัดทำเว็บไซด์ ThaiME ขึ้นมาเฉพาะสำหรับโครงการที่ยื่นเข้ามา ซึ่งเริ่มใช้เป็นทางการในวันที่ 1 ก.ค. นี้ โดยจะทำการโอนย้ายข้อมูลโครงการที่เกี่ยวกับ 4 แสนล้านบาทจากเว็บไซด์สภาพัฒน์ออกไปอยู่ในเว็บใหม่นี้


สำหรับการติดตามและตรวจสอบความก้าวหน้าของโครงการต่างๆภายหลังได้อนุมัติให้ดำเนินการนั้น นายทศพร กล่าวว่า จะมีวางกลไกการตรวจสอบ เริ่มตั้งแต่ผู้ตรวจราชการ และจัดชุดคณะตรวจสอบที่มีบุคคลที่ 3 เข้ามาตรวจสอบ ซึ่งหนึ่งในนั้น จะมีหน่วยงานจาก สหประชาชาติ (UN) ทั้งนี้ กลไกการตรวจสอบยังไม่นับรวมคณะกรรมาธิการตรวจสอบ


รอบแรกที่ยื่นเสนอโครงการเข้ามาจำนวนมากเกือบ 3 หมื่นโครงการ โครงการใดที่จะได้หลุดรอดออกมาก่อน และเงินที่ได้ไปนั้น อยู่ในกระทรวงหรือหน่วยราชการใดบ้าง และเงินถูกนำไปพัฒนาจริงหรือนำไปแบ่งโควต้ากันตามข่าวปูดในวงการนักการเมืองที่จ้องทึ้งเงินก้อนนี้

Share: