“บลจ.กสิกรไทย”...ปันผล 2 กอง FIF กว่า 180 ล้านบาท พร้อมกันวันที่ 12 มิ.ย. 20 นี้

 

“บลจ.กสิกรไทย”...ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจโลก เตรียมจ่ายปันผล 2 กอง FIF กว่า 180 ล้านบาท พร้อมกันวันที่ 12 มิ.ย. 20 นี้ แนะกระจายลงทุนพร้อมโตตามหุ้นไอทีสอดรับชีวิตวิถีใหม่

 

นายนาวิน อินทรสมบัติ Chief Investment Officer บลจ.กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทจ่ายเงินปันผล ‘กองทุนเปิดเค โกลบอล แอลโลเคชั่น (K-GA)’ สำหรับรอบผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 19 - 31 พ.ค. 20 ในอัตรา 0.30 บาทต่อหน่วย และ ‘กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส ดัชนีเอ็นดีคิว 100-A ชนิดจ่ายเงินปันผล (K-USXNDQ-A(D))’ สำหรับรอบผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. - 31 พ.ค. 20 ในอัตรา 0.25 บาทต่อหน่วย โดยทั้ง 2 กองทุนมีกำหนดจ่ายปันผลพร้อมกันในวันที่ 12 มิ.ย. 20 รวมมูลค่าทั้งสิ้น 181.93 ล้านบาท

                  

นาวิน อินทรสมบัติ

 

“ภายใต้สถานการณ์การลงทุนในปัจจุบันที่ยังคงมีความผันผวนอยู่ค่อนข้างสูง โดยมีปัจจัยหลักมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 รวมถึงประเด็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและจีน ทำให้ผู้ลงทุนควรกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย เพื่อลดความผันผวนจากการลงทุน”

 

ดังนั้น ‘กอง K-GA’ จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจาก กองทุนมีนโยบายที่เน้นกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก โดยผู้จัดการกองทุนหลักจะทำหน้าที่ปรับสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมตามภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา ทั้งนี้ นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมีการจ่ายปันผล รวมทั้งสิ้น 18 ครั้ง เป็นเงิน 6.20 บาทต่อหน่วย โดยในรอบผลการดำเนินงาน 1 ปีที่ผ่านมา กองทุนมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) เฉลี่ยอยู่ที่ 6.19% ต่อปี และมีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 6.13% ต่อปี (ข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค. 20)

 

สำหรับ ‘กอง K-USXNDQ-A(D)’ มีนโยบายที่เน้นลงทุนในหุ้นบริษัทชั้นนำของสหรัฐ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มไอที ผ่านกลยุทธ์ที่มุ่งสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง NASDAQ-100 ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาหุ้นกลุ่มดังกล่าวได้รับอานิสงส์จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ทำให้ประชาชนทั่วโลกเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินชีวิตหันมาบริโภคข้อมูลออนไลน์มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการซื้อสินค้าออนไลน์ การดูหนังออนไลน์ รวมถึงการทำงานผ่านระบบ Cloud เป็นต้น ส่งผลให้กองทุนสามารถสร้างผลการดำเนินงานที่ดีจนได้รับการจัดอันดับ Overall Morningstar Rating 5 ดาว (ที่มา: Morningstar ณ 31 พ.ค. 20)

 

นอกจากนี้ กองทุนยังได้มีการจ่ายปันผลมาอย่างต่อเนื่องทุกปีนับตั้งแต่จัดตั้ง รวมทั้งสิ้น 27 ครั้ง เป็นเงิน 8.55 บาทต่อหน่วย โดยในรอบผลการดำเนินงาน 1 ปีที่ผ่านมา กองทุนมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) เฉลี่ยอยู่ที่ 5.79% ต่อปี และมีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 31.59% ต่อปี (ข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค. 20)

 

“ทิศทางการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐมีแนวโน้มผันผวนเพิ่มขึ้น ภายหลังจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีนกลับมามีข้อพิพาทกันอีกครั้ง รวมถึงเหตุการณ์จราจลในสหรัฐทำให้คาดการณ์ GDP ในไตรมาสแรกหดตัวลง -5% ซึ่งต่ำสุดในรอบกว่า 11 ปี อย่างไรก็ดี ผู้ลงทุนส่วนใหญ่เริ่มกล้าที่จะเสี่ยง (Risk-on Mode) สะท้อนได้จากระดับราคาหุ้นที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยมองข้ามปัจจัยลบต่างๆ และมีความหวังต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่จะตามมาหลังจากที่หลายประเทศเริ่มควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ได้ดีขึ้น รวมถึงมาตรการเยียวยาทั้งการเงินและการคลังจากประเทศแกนหลัก อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนยังคงต้องจับตาดูการระบาดรอบใหม่ โดยมีโอกาสที่จะเกิดการระบาดขึ้นอีกรอบจากการคลายล็อกดาวน์ที่เร็วไปในบางประเทศ รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจว่าจะมีเสถียรภาพมากน้อยแค่ไหน แม้จะเริ่มมีสัญญาณที่ดีในช่วงที่ผ่านมา”

 

นายนาวิน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าลงทุนใน ‘กอง K-GA’ และ ‘K-USXNDQ-A(D)’ ควรประเมินสถานการณ์ก่อนเข้าลงทุน ส่วนผู้ลงทุนที่ถือครองหน่วยลงทุนของกองทุนดังกล่าว ควรถือต่อเพื่อรอประเมินสถานการณ์อีกครั้ง

Share: