“โกลเบล็ก” มองหุ้นไทยผันผวนตามตลาดโลก แนะลงทุนหุ้นคำนวณดัชนี FTSE-SET50-SET100

บล. โกลเบล็ก ระบุหุ้นไทยยังผันผวนตามตลาดต่างประเทศ จากความกังวลการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบสอง บวกกับสถานการณ์หนี้ครัวเรือนในประเทศอยู่ในระดับสูงกดดันการฟื้นตัวเศรษฐกิจ จึงคาดการณ์ดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,340-1,390 จุด แนะกลยุทธ์ลงทุนหุ้นคำนวณ FTSE SET Index และหุ้นที่จะเข้าคำนวณดัชนี SET50 SET100


นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวลงตามทิศทางตลาดโลก หลังนักลงทุนกังวลการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบสองในสหรัฐ จีน และ ญี่ปุ่น โดยล่าสุดทางการปักกิ่งได้สั่งปิด “ตลาดซินฟาตี้” ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ หลังพบผู้ติดเชื้อจากตลาด ประกอบกับราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 8.3% ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นตัวกดดันตลาด และสถานการณ์หนี้ครัวเรือนของประเทศไทยที่อยู่ในระดับสูงแตะ 79% ของจีดีพี กดดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศ จึงคาดการณ์กรอบดัชนีเคลื่อนไหวในระดับ 1,340-1,390 จุด


อีกทั้งยังคงต้องจับตาการประชุมครม.และธนาคารกลางญี่ปุ่นประชุมนโยบายการเงิน รวมทั้งทาง อียู จะมีการเปิดเผยความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเดือนมิ.ย.และสหรัฐ เปิดเผยยอดค้าปลีก การผลิตภาคอุตสาหกรรม ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย และสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจในวันที่ 16 มิ.ย. ส่วนวันที่ 17 มิ.ย. ทางญี่ปุ่น เปิดเผยยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนพ.ค. และอียูเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพ.ค. รวมทั้งสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้าง และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ และในวันที่ 18 มิ.ย. ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ประชุมนโยบายการเงินสหรัฐ เปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนีการผลิตเดือนมิ.ย. และดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนพ.ค.


ส่วนปัจจัยบวก อาทิ การคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จาก มอร์แกน สแตนลีย์ที่มีความมั่นใจเศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัวในลักษณะ V-Shape และคาดว่าภายในไตรมาส 4 ปีนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจจะกลับเข้าสู่ระดับเดียวกับช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยอยู่ในระดับดี ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อภายในประเทศต่อเนื่องสองสัปดาห์กว่า รวมทั้งคาดว่าที่ประชุมครม.จะพิจารณาแพ็กเกจกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศในเดือนก.ค. ซึ่งยังคงต้องใช้เวลากว่าจะเห็นผลบวกที่ชัดเจน


ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยได้ประเมินกลยุทธ์หุ้นรายตัวที่น่าจับตา โดยนายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำลงทุนในหุ้นเข้าคำนวณดัชนี FTSE SET Large Cap Index เช่น CRC และ DIF และดัชนี FTSE SET Mid Cap Index เช่น ACE, BAM, IMPACT, LH, MINT และ TQM รอบใหม่ซึ่งมีผล 22 มิ.ย. นี้ และหุ้นเข้าคำนวณดัชนี SET50 ได้แก่ BPP และ TTW ส่วนดัชนี SET100 ได้แก่ AAV, ACE, DOHOME, RBF, SIRI, TVO และ WHAUP และหุ้นพื้นฐานดีและยัง Laggard ดัชนี กลุ่มโรงพยาบาล CHG BCH และกลุ่มสื่อสาร ADVANC


ส่วนราคาทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก ประเมินสัปดาห์นี้ มีมุมมองบวกต่อราคาทองคำเนื่องจากเห็นเม็ดเงินเริ่มไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง โดยมองกรอบราคาทองคำที่ 1,700-1,750 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือเทียบเท่าทองคำไทย 24,920-25,730 บาทต่อบาททองคำโดยเน้นฝั่งซื้อเมื่ออ่อนตัว เนื่องจากเรามีมุมมองบวกต่อทองคำในระยะยาวจากแรงหนุนของมาตรการ QE ที่ไม่จำกัดวงเงินของเฟด และการระบาดรอบ 2 ของ COVID-19 ในสหรัฐ และสัญญาณเม็ดเงินไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกเป็นปัจจัยหนุนต่อราคาทองคำ

Share: