“ก.ล.ต.” ขับเคลื่อน ‘แผน NAP’…เตรียมความพร้อมภาคธุรกิจ

 

“ไทย”...เป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชีย...ที่มี ‘แผน NAP’

 

จากการที่ “องค์การสหประชาชาติ” มีนโยบายสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกจัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วย ‘ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน’ หรือ ‘National Action Plan on Business and Human Rights (NAP)’ โดยใช้หลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วย ‘ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (United Nations Guiding Principle on Business and Human Rights: หลักการชี้แนะฯ UNGPs)’ เป็นต้นแบบ ซึ่งประกอบด้วยหลักการว่าด้วย ‘การคุ้มครอง (Protect) – การเคารพ (Respect) – การเยียวยา (Remedy)’ เพื่อให้แต่ละประเทศกำหนดกรอบยุทธศาสตร์และพัฒนากลไกในการนำหลักการชี้แนะฯ UNGPs ไปสู่การปฏิบัติ ในฐานะประเทศสมาชิกของสหประชาชาติ


รัฐบาลไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญในขับเคลื่อนเรื่องธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนและส่งเสริมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ด้วยเหตุนี้ “คณะรัฐมนตรี” จึงได้มีมติเห็นชอบและประกาศใช้แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2562 -2565) (แผน NAP) เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2562 โดยประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียที่มีแผน NAP โดยเน้น 4 ด้าน คือ

 

(1) ด้านแรงงาน

(2) ด้านชุมชน ที่ดิน ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

(3) ด้านนักปกป้องสิทธิมนุษยชน

(4) ด้านการลงทุนระหว่างประเทศ และบริษัทข้ามชาติ  

 

          

 

ในแผน NAP ดังกล่าวให้ความสำคัญกับธุรกิจที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โดยให้เป็นส่วนหนึ่งในกลไกที่จะขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนของประเทศ และมอบหมายให้ “สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในด้านต่าง ๆ ได้แก่

 

(1) ดูแลให้ภาคธุรกิจที่ใช้แรงงานข้ามชาติเป็นกำลังหลักในการผลิต จัดทำรายงานการประเมินผลด้านสิทธิมนุษยชนของธุรกิจ (Human Rights Due Diligence: HRDD) เพื่อเป็นมาตรการในการป้องปรามการแสวงหาประโยชน์จากแรงงานโดยมิชอบ รายงานดังกล่าวต้องเปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อสร้างความรับรู้และง่ายต่อการสอบทาน

(2) นำหลักการชี้แนะฯ UNGPs มาเผยแพร่แก่ภาคธุรกิจ

(3) ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทขนาดใหญ่และห่วงโซ่อุปทานของบริษัทในการคำนึงถึงผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ต่อสิทธิมนุษยชน

(4) พิจารณามาตรการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจปฏิบัติตามหลักการชี้แนะฯ UNGPs โดยในการริเริ่มหรือพัฒนาโครงการต้องคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะ สิทธิการมีส่วนร่วมของประชาชน และผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ก่อนตัดสินใจดำเนินโครงการ 

(5) สร้างความตระหนักรู้ ส่งเสริม และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบธุรกิจไทยที่จะไปลงทุนในต่างประเทศเพื่อให้เคารพต่อหลักการสิทธิมนุษยชน และปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนของประเทศที่รับการลงทุน

 

“ซึ่งแผน NAP กำหนดตัวชี้วัดให้สำนักงานก.ล.ต.  ใช้วิธีการจัดฝึกอบรมเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ด้านธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน และมีหนังสือเวียนถึงบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อเผยแพร่รายงาน HRDD ให้เกิดการเคารพสิทธิมนุษยชน”

 

ความคืบหน้าของ “สำนักงานก.ล.ต.”...ในการเสริมสร้าง ‘สิทธิมนุษยชน’ 

 

ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนเป็นได้ทั้ง ‘โอกาส’ และ ‘ความเสี่ยง’ ที่มีนัยสำคัญต่อภาคธุรกิจ สำนักงาน ก.ล.ต. จึงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ “สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)” เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 และร่วมมือกับพันธมิตร เช่น ‘สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP)’ และ ‘สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT)’ เพื่อสนับสนุนองค์ความรู้ให้แก่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และผู้ประกอบธุรกิจในการกำกับดูแลของสำนักงานก.ล.ต.

 

“พร้อมไปกับการส่งเสริมและร่วมผลักดันบทบาทของประเทศไทยในเวทีระดับนานาชาติ ด้วยการนำเสนอความคืบหน้าของการดำเนินการภาครัฐต่อแผนปฏิบัติการระดับชาติ (National Action Plan) ว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน และการดำเนินการที่ต่อยอดแผนปฏิบัติการระดับชาติ ณ องค์การสหประชาชาติ นครเจนีวา เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562  และนำเสนอบทบาทและแนวทางการขับเคลื่อนในประเด็นการประกอบธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนของสำนักงาน ก.ล.ต. ต่อคณะอนุกรรมาธิการด้านสิทธิมนุษยชนและสิทธิเสรีภาพในคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา”

 

 

        

ในฐานะที่คณะอนุกรรมาธิการดังกล่าวเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันกฎหมายของประเทศและสนับสนุนการยกระดับเรื่อง ‘สิทธิมนุษยชน’ ของทุกภาคส่วน ในการประชุมเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2562 นอกจากนี้ ในส่วนของการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งเป็นกลไกสำคัญ สำนักงาน ก.ล.ต. ได้กำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชนไว้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ พร้อมกับการดำเนินธุรกิจที่มีธรรมภิบาล มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในรายงานประจำปี ณ สิ้นปี 2564 ตาม ‘โครงการ One Report’ ซึ่งจะมีผลใช้บังคับในปี 2565 (รายงานปี 2564 ที่นำส่งในปี 2565)

 

การดำเนินการทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อนำพาตลาดทุนไทยสู่ ‘ความยั่งยืน’ ซึ่งต้องการการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนรวมถึงภาคธุรกิจ โดยคำนึงถึงความยั่งยืนและมีประเด็นสิทธิมนุษยชนเป็นปัจจัยที่ต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจัง สำนักงาน ก.ล.ต. มีหน้าที่อำนวยความสะดวกและจัดหาองค์ความรู้ โดยได้แต่งตั้งคณะทำงานจัดทำหลักสูตรอบรม “ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน สำหรับภาคธุรกิจในตลาดทุนไทย” เพื่อกำหนดกรอบแนวคิดหลักสูตรอบรมที่มีมาตรฐาน พร้อมทั้งจัดฝึกอบรมให้ภาคธุรกิจมีความเข้าใจ และเกิดความตระหนักในการเคารพสิทธิมนุษยชนตามหลักการชี้แนะฯ UNGPs รวมทั้งสามารถจัดทำ HRDD ได้

 

ในระยะต่อไปจะมีหลักสูตรและคู่มือที่สำนักงาน ก.ล.ต. จัดทำร่วมกับพันธมิตรเผยแพร่แก่ภาคธุรกิจเพื่อให้ปรับใช้ได้ตามบริบทของตน รวมถึงจะมีมาตรการเสริมแรงจูงใจ เพื่อให้การขับเคลื่อนธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนเกิดผลเป็นรูปธรรม เพราะ ‘สิทธิมนุษยชน’ จะไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่จะเป็นเรื่องที่ถูกเรียกร้องจากห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้จัดทำ HRDD ของภาคธุรกิจเอง

Share: