กลยุทธ์การกระจายการลงทุน (Asset Allocation and Diversification Strategy)

“การกระจายการลงทุน” หรือ Asset Allocation and Diversification” เป็นคำที่ผมเชื่อว่านักลงทุนหลายท่านน่าจะเคยได้ยินหรือคุ้นหูกันมาบ้างซึ่งหลักการกระจายการลงทุนนั้นมีที่มาเริ่มต้นจาก ‘ทฤษฏี Modern Portfolio Theory (MPT)’ ของ ‘Harry Markowitz’ ซึ่งมีหลักสาระสำคัญคือ “นักลงทุนสามารถ ‘ลดความเสี่ยง’ ในการลงทุนและ ‘รักษาเสถียรภาพ’ ของอัตราผลตอบแทนได้ ด้วยการ ‘กระจายความเสี่ยง’ การลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินที่หลากหลาย

 

ในปัจจุบันนี้กลยุทธ์ กระจายการลงทุน นั้นได้รับความนิยมในการนำไปใช้กับการจัดพอร์ตการลงทุนเป็นอย่างมาก และได้ถูกพัฒนาเพิ่มเติมไปด้วยการมี ‘สินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Asset Class)’ ที่มีความสัมพันธ์ (Correlation) ของราคาหรืออัตราผลตอบแทนกับ ‘ตราสารทุน’ และ ‘ตราสารหนี้’ (Traditional Asset Class)ในลักษณะที่ไม่ค่อยสัมพันธ์กันมากนักหรืออาจเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้าม

 

       

 

“รวมถึงการพัฒนากลยุทธ์การกระจายการลงทุนแบบใหม่ๆ ที่มุ่งเน้นไปที่ ‘ความเสี่ยง’ เป็นหลัก (Risk-weighted basis) ตัวอย่างเช่น กลยุทธ์การลงทุน Risk Parity ซึ่งมีชื่อเรียกอีกชื่อที่คุ้นเคยว่า All Weather Asset Allocation

 

การนำกลยุทธ์การกระจายการลงทุนมาปรับใช้นั้น

 

ลำดับแรก : ผู้ลงทุนควรที่จะประเมินความสามารถในการรับความเสี่ยง (Risk Tolerance) ของตัวเองก่อน เช่น ด้วยการทำแบบประเมินความเสี่ยง หรือ การย้อนกลับไปดูข้อมูลในอดีตถึงกรณีที่เกิดวิกฤตกับพอร์ตจำลองการลงทุนที่เราออกแบบนั้นจะสามารถติดลบสูงสุด (Max Drawdown) ได้เป็นเท่าไหร่ เพื่อประเมินว่าผู้ลงทุนสามารถรับได้ไหมหากในอนาคตพอร์ตที่ออกแบบต้องเผชิญกับวิกฤตที่อาจจะเกิดขึ้น

ลำดับต่อมา : ผู้ลงทุนต้องคำนึงถึง ระยะเวลาในการลงทุนของพอร์ตที่ออกแบบนั้นสอดคล้องกับเป้าหมายที่วางไว้ด้วยไหม เช่น หากเป้าหมายนั้นมีระยะเวลาลงทุนที่นานพอ พอร์ตที่ออกแบบจะสามารถเพิ่มสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงที่สูงขึ้นได้

การลงทุนเพื่อเป้าหมายเปรียบเสมือนการเดินทางไกล การลงทุนเป็นพอร์ต หรือ การกระจายการลงทุน (Asset Allocation and Diversification) ให้ความสำคัญกับการจัดการความเสี่ยง “ระหว่างทาง”โดยที่ผู้ลงทุนนั้นสามารถที่จะบรรลุเป้าหมายได้ที่ “ณ ปลายทาง” จากรูปภาพด้านล่างจะเห็นว่ามีหลายเส้นทาง (สีเส้นต่างๆ) ที่สามารถทำให้ผู้ลงทุนไปถึงเป้าหมายได้

“แต่หากผู้ลงทุนจัดพอร์ตการลงทุนโดยไม่ได้คำนึงถึงความผันผวนของพอร์ตการลงทุนว่าระหว่างทางมี ‘โอกาสติดลบ’ ได้สูงเกินกว่าความสามารถที่ผู้ลงทุนจะรับความเสี่ยงได้ (เปรียบเสมือนเส้นทางสีแดง) ซึ่งหากเกิดวิกฤตทางการเงินจนส่งผลให้พอร์ตการลงทุนติดลบสูง อาจเป็นเหตุให้ผู้ลงทุนมีความกลัวจน ‘หยุดการลงทุน’ หรือ ‘ล้มเลิกไป’ ในระหว่างทางของการลงทุนนั้น ซึ่งก็จะทำให้ผู้ลงทุนไม่สามารถไปถึงยังเป้าหมาย (Target wealth) ที่ตั้งใจไว้ได้”

 

ฉะนั้น การลงทุนเพื่อนำไปสู่เป้าหมายได้อย่างสำเร็จ นอกจากความมี ‘วินัย’ ในการลงทุนของผู้ลงทุนเองแล้ว ‘การกระจายการลงทุน (Asset Allocation and Diversification)’ เปรียบเสมือนตัวช่วยสำคัญที่จะพาเราไปสู่ฝั่งฝันตามเป้าหมายที่เราปรารถนาได้ในท้ายที่สุด

 

ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand,TFPA Facebook Fanpageและ  www.tfpa.or.th

 

Share: