“นักลงทุน”...สามารถนำ ‘ดัชนี ESG’ เป็นเกณฑ์เลือกหลักทรัพย์ในการลงทุน

ในปี 2558 องค์กรสหประชาชาติ ได้ประกาศใช้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals :SDGs)’ โดยผู้นำโลกต่างเห็นด้วยกับการนำ 17 เป้าหมายภายใต้ SDGs นี้มาเป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศในช่วงปี 2558 – 2573 เพื่อให้เกิดความสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันทั้งโลก จุดมุ่งหมายสำคัญในการพัฒนาที่ยั่งยืนนี้ คือ การยุติความยากจน สร้างความมั่นคงให้กับทุกคน พัฒนาสังคมและโลกให้เติบโตทุกด้านอย่างยั่งยืน


ดังนั้น การดำเนินกิจการและการลงทุนที่คำนึงปัจจัยสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล (ESG)’ จึงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน เพราะมีส่วนสัมพันธ์ต่อ 17 เป้าหมายภายใต้ SDGs อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจ้างงานที่เป็นธรรม การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ชุมชนมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี เป็นต้น


นักลงทุนสถาบันจึงให้ความสำคัญต่อการลงทุนอย่างยั่งยืน นอกจากทำการทบทวนกระบวนการลงทุนให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานสากลและแนวทางของ ‘UN Principles for Responsible Investment (UNPRI)’ โดยการลงทุนนั้นต้องคำนึงถึงผลตอบแทนสูงสุดในระยะยาวและการสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมและชุมชนไปพร้อมกันแล้ว ยังใช้ประเด็นนี้เป็นแนวทางในการส่งเสริมและกระตุ้นให้กิจการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบทั้งต่อผู้บริโภคและต่อสังคมไปพร้อมๆ กัน

 


เมื่อกล่าวถึง การลงทุนอย่างยั่งยืน นักลงทุนสถาบันหลายแห่งได้มีการตั้งกองทุนที่มุ่งเน้นการลงทุนในกิจการที่คำนึงถึงปัจจัย ESG มาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งกระบวนการสำคัญ คือ การคัดเลือกหลักทรัพย์ที่มี ESG ตามเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่นักลงทุนสถาบันกำหนด โดยพิจารณาประกอบกับดัชนีหลักทรัพย์ของสถาบันที่ได้รับการยอมรับ เพื่อความรอบคอบ รัดกุม และ ให้มีมาตรฐานเดียวกันกับตลาด


ดัชนีที่เกี่ยวข้องกับ ESG” และที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในไทยตั้งแต่ปี 2558 คือ ‘Thailand Sustainability Investment (THSI)’ ที่จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งเป็นดัชนีที่รวบรวมรายชื่อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม มีความรับผิดชอบต่อสังคม และมีการบริหารงานตามหลักบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance หรือ ESG) ที่ครอบคลุมมากที่สุดดัชนีหนึ่ง


จึงเห็นได้ว่า ดัชนีที่เกี่ยวข้องกับ ESG นั้นมีประโยชน์ต่อทั้งกิจการและนักลงทุนในส่วนของกิจการทำให้ผู้ประกอบกิจการสามารถนำข้อมูลจากการประเมินความยั่งยืนไปใช้ในการพัฒนา ปรับปรุง กระบวนการดำเนินธุรกิจให้ครอบคลุมเรื่อง ESG อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ สร้างผลกำไรที่สม่ำเสมอ มีภาพลักษณ์ที่ดี ได้รับความเชื่อมั่นไว้วางใจจากทุกกลุ่มเป้าหมาย ทำให้กิจการดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน


ในส่วนของนักลงทุนก็สามารถนำดัชนีไปเป็นเกณฑ์ประกอบการคัดเลือกหลักทรัพย์ในการลงทุน ช่วยต่อยอดทุนหมุนเวียนให้กับกิจการที่คำนึงถึงเรื่อง ESG และยังส่งผลให้นักลงทุนเองได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนที่สม่ำเสมอ ลดความเสี่ยงจากการลงทุนด้วยเช่นกัน

Share: