“หมอเสริฐ” ยอมหยุด...ล้มดีลซื้อ BH เผยดีลใหม่ล่าสุด... ธุรกิจประกัน!!!

“หยุด หยุด หยุด”

 

3 หยุดชัด ๆ นี้ เป็นคำตอบที่ได้ฟังจากนายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ หรือ "หมอเสริฐ" เจ้าของเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในไทยและอยู่ติดใน 5 อันดับโลกของรายได้รวม ซึ่งนักลงทุนรู้จักในชื่อ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น BDMS เมื่อสอบถามความคืบหน้ากรณีที่ BDMS เสนอจะเข้าทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดโดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไข (Conditional Voluntary Tender Offer) ในหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น BH ที่ราคา 125 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นข่าวใหญ่โตในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา

 

เป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ราชานักเทคโอเวอร์ได้ “ล้มดีล” มูลค่ากว่าแสนล้านบาท ระหว่าง BDMS และ BH ครั้งนี้ลงแล้ว ซึ่งหมอเสริฐให้เหตุผลว่าแนวโน้มตลาดหุ้นในขณะนี้ไม่เอื้ออำนวย และราคาหุ้นของ BH ปรับลดลงมาต่ำกว่าราคาเดิมที่จะทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์ (ราคาหุ้น BH ปิดวันที่ 26 มิ.ย. ที่ 113.50 บาทต่อหุ้น และราคาสูงสุด/ต่ำสุดในปี อยู่ที่ 176.00/105.00 บาทต่อหุ้น) ขณะเดียวกันทางฝ่าย BH เองก็คัดค้าน

 

อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง :

BDMS ยื่นซื้อ BH กินรวบโรงพยาบาลในราคาสุดถูก !!

https://www.wealthythai.com/web/contents/WT200200312

“ชัย โสภณพนิช” ตั้งการ์ดป้องอาณาจักร BH สกัด BDMS หวังซื้อราคาถูก ห่วงตลาดบนถูกกินรวบ

https://www.wealthythai.com/web/contents/WT200500380

 

หากเป็นไปตามกำหนดการเดิมนั้น การเสนอจะต้องทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์หุ้นทั้งหมด BH ของ BDMS เสนอเข้าที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อขอความเห็นชอบ และทาง BDMS จะต้องหาแหล่งเงินทุนในการทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์ด้วย โดย BDMS กำหนดจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ที่ห้องประชุมสยามมกุฎราชกุมาร ชั้น 3 อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซอยศูนย์วิจัย (ซอยเพชรบุรี 47) ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ในเวลา 13 : 30 น. วันที่ 2 ก.ค. 2563 ที่จะถึงนี้

 

จากการที่ Wealthy Thai ได้เข้าไปดูข้อมูลการเผยแพร่หนังสือเชิญประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2563 พร้อมเอกสารประกอบการประชุม ที่ BDMS แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่า ไม่มีการบรรจุวาระดังกล่าวไว้ในหนังสือหนังสือเชิญประชุมแล้ว มีเพียงวาระปกติเท่านั้น


 

 “เรานึกว่าจะเป็นเพื่อนกัน แต่เขาบอกเขาไม่ชอบ เขาอยากอยู่คนเดียว ก็ต้องหยุดไป ส่วนวาระเสนอทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์ได้ดึงออกจากวาระการประชุมผู้ถือหุ้นแล้ว” หมอเสริฐกล่าว

 

แม้ว่าจะล้มดีลเข้าซื้อ BH ไปแล้ว เพราะอาจจะยังไม่ถูกที่ ไม่ถูกเวลา รวมทั้งไม่ถูกใจ ไม่ถูกราคา แต่ปัจจุบัน BDMS ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของ BH ที่สัดส่วน 22.97% หรือกว่า 182.5 ล้านหุ้น ซึ่งต้องติดตามว่าในอนาคตหาก จังหวะเหมาะสม สถานการณ์เป็นใจ อาจจะเห็นดีลนี้กลับมาก็ครั้งได้ ไม่มีอะไรที่แน่นอน!!!

 

ดีลเก่าล้มไป ดีลใหม่ก็มา แว่วมาว่า หมอเสริฐ กำลังจะมีดีลใหม่ร่วมกับธุรกิจประกันภัย!!!

 

งานนี้ไม่ได้จะเข้าไปซื้อกิจการ หรือเทคโอเวอร์แต่อย่างใด

 

โปรดอ่านอีกครั้ง...  ครั้งนี้ หมอเสริฐ ไม่ได้เข้าไปซื้อกิจการ หรือเทคโอเวอร์แต่อย่างใด แต่เป็นการทำงานร่วมกับพันธมิตรบริษัทประกันภัย เพื่อออกผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพ เพื่อขยายตลาดและฐานลูกค้าทั้งของ BDMS และพันธมิตรบริษัทประกันให้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ของคนไทยให้เพิ่มขึ้นด้วย

 

“เรากับพันธมิตร ซึ่งก็คือวิริยะประกันภัย (ปัจจุบัน บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 ใน BDMS) จะออกผลิตภัณฑ์ Health Insurance ที่สำคัญราคาจะถูกด้วย ซึ่งจะทำให้คนเข้าถึงประกันสุขภาพได้มากขึ้นและรักษาที่เครือโรงพยาบาลกรุงเทพได้ จะเปิดตัวเร็วๆ นี้” หมอเสริฐระบุ

 

ได้ยินแบบนี้ Wealthy Thai ได้สอบถามไปยังบริษัทวิริยะประกันภัย ได้คำตอบว่าเตรียมจะเปิดตัวประกันสุขภาพตัวใหม่นี้ในช่วงกลางเดือน ก.ค.นี้

 

สำหรับปีนี้ ถือเป็นปีที่วิริยะประกันภัย เข้ามาบุกตลาดประกันสุขภาพมากขึ้น เนื่องจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ทำให้เกิดความต้องการประกัน COVID-19 จำนวนมาก โดยวิริยะประกัยภัยมองว่าความต้องการของตลาดอาจเปลี่ยนแปลงไปนอกจากประกัน COVID-19 แล้วยังจะขยายไปสู่ประกันสุขภาพ ซึ่งขณะนี้คนไทยเริ่มมองหาความคุ้มครองด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นจากแนวโน้มค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น

 

ดีลนี้ถือว่าความน่าสนใจอย่างมาก เพราะเป็นความร่วมมือที่เกิดขึ้นระหว่างเบอร์หนึ่งในตลาดโรงพยาบาลและเบอร์หนึ่งตลาดประกันวินาศภัย น่าจะสร้างสีสันในตลาดประกันสุขภาพที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องได้เป็นอย่างดี

 

เปิดตัวออกมาเมื่อไร Wealthy Thai จะรวบรวมนำข้อมูลมาเสนอให้นักลงทุนได้ทราบกันอย่างแน่นอน เพราะเราต้องดูแลทั้งสุขภาพกายให้แข็งแรง พร้อมทั้งสุขภาพการเงินในกระเป๋าให้มีพร้อมใช้ด้วย

 

ขณะเดียวกันช่วงบ่ายวันนี้ (29 มิ.ย. 2563) BDMS จะร่วมลงนามกับ PING AN HEALTH บริษัทประกันรายใหญ่ที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดของประเทศจีน เพื่อขยายบริการสุขภาพมาตรฐานระดับโลกสู่กลุ่มผู้ประกันตนในประเทศจีน รองรับแผนส่งเสริมสุขภาพของจีนในปี 2030 ผลักดันสู่เป้าหมายเสริมสร้างชาวจีนกว่า 100 ล้านคนให้มีสุขภาพที่ดีประเทศจีน

 

การลงนามในครั้งนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการขยายธุรกิจและการสร้างการเติบโตของ BDMS อีกทางหนึ่ง!!!



บล.เคจีไอ แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 27 บาท

 

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) ระบุว่า เราเลือก BDMS เป็นหุ้นเด่นของเราในกลุ่มโรงพยาบาลในขณะนี้ เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ และให้ราคาเป้าหมาย DCF กลางปี 2564 ที่ 27.00 บาท (ใช้ WACC ที่ 8.0% และ TG ที่ 2.0%) เรามองว่า สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 จะส่งผลกระทบหนักที่สุดในช่วงไตรมาสที่ 2/2563  เนื่องจากมีการปิดสนามบินของประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพื่อควบคุมการระบาด

 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ล่าสุด เราเริ่มมองลบน้อยลงกับสถานการณ์เพร่ระบาดของ COVID-19 ในกลุ่มประเทศ CLMV จีน และไทย ในช่วงครึ่งปีหลัง 2563 ดังนั้น เราคิดว่าธุรกิจหลักของ BDMS น่าจะฟื้นตัวได้จากการที่สถานการณ์ระบาดผ่อนคลายลง เราคิดว่าบางประเทศน่าจะยกเลิกมาตรการควบคุมได้จากสถานการณ์ที่ดีขึ้น ซึ่งรวมถึงการที่ประเทศไทยกลับมาเปิดรับผู้ป่วยต่างชาติอีกครั้งภายในช่วงไตรมาส 4/2563  เราคิดว่า BDMS จะฟื้นตัวได้เร็วกว่าโรงพยาบาลอื่นในระดับเดียวกัน เนื่องจากการกระจายรายได้ที่ดี ตัวเลขไตรมาส 1/2563สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติคิดเป็น 29% ของรายได้รวม จากตะวันออกกลาง 8.7% ญี่ปุ่น 2.4% CLMV 29% และจีน 1%

 

ทั้งนี้ เราได้ปรับสมมติฐานในประมาณการ เพื่อสะท้อนแนวโน้มที่ดูเป็นบวกมากขึ้นเมื่อเทียบกับมุมมองก่อนหน้านี้ โดยปรับประมาณการกำไรสุทธิปี FY63F ของเราเพิ่มขึ้น 3.9% เป็น 6.84 พันล้านบาท และปี FY64 F เพิ่มขึ้น 12.3% เป็น 7.96 พันล้านบาท ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะกระทบธุรกิจได้ คือ การแทรกเซงของทางการ ปัญหาเสถียรภาพการเมืองรอบใหม่ของไทย และเหตุก่อการร้ายครั้งใหญ่ เป็นต้น

 

Share: