“บลจ.ทิสโก้”...ส่ง ‘กอง TCLOUD’ ลุยหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก ‘Cloud’ ขาย 29 มิ.ย.-13 ก.ค. 20 นี้

“บลจ.ทิสโก้”...เปิด ‘กอง TCLOUD’ ลุยลงทุนธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยี ‘Cloud’ ชี้โอกาสเติบโตสูง เบื้องหลังความสำเร็จของเทคโนโลยีแห่งอนาคต การใช้งาน Big Data, IoT, 5G และการปรับเปลี่ยนธุรกิจทั่วโลกเข้าสู่ยุค New Normal  เปิด IPO 29 มิ.ย. - 13 ก.ค. 63  


นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน บลจ.ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยี ‘คลาวด์ คอมพิวติง’ (Cloud Computing) หรือระบบโครงสร้างพื้นฐานสำหรับจัดเก็บข้อมูลและประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากขึ้น ผ่านการใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ เช่น Google, Dropbox, Facebook, Zoom หรือกระทั่ง Netflix ก็ล้วนแต่มี Cloud มาเป็นส่วนสำคัญในการให้บริการแทบทั้งสิ้น และจะยิ่งมีบทบาทมากขึ้นในอนาคต จากการเข้ามาของ Internet of Things (IoT) ในยุค 5G เพราะจะทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่รอบตัวผู้บริโภคเชื่อมต่อและสั่งการผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้อย่างหลากหลายมากขึ้น โดยมี Cloud อยู่ในระบบการทำงานดังกล่าว

 

(สาห์รัช ชัฏสุวรรณ)

 

 

“นอกจากนี้ Cloud ยังอยู่เบื้องหลังความสำเร็จในทุกภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกที่นำเทคโนโลยีมาใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจ เช่น การใช้ Big Data มาจับพฤติกรรมผู้บริโภค และปรับเปลี่ยนธุรกิจมาใช้เทคโนโลยีมากขึ้นรับกับยุค New Normal เป็นต้น ซึ่ง Cloud นอกจากจะช่วยให้ผู้ประกอบการจัดเก็บข้อมูลจำนวนมากอย่างเป็นระบบ ปลอดภัย เข้าถึงง่ายทุกที่ทุกเวลา การทำงานราบรื่นและยืดหยุ่นแล้ว ยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันที่ดียิ่งกว่าบริษัทที่ลงทุนกับระบบจัดเก็บข้อมูลด้วยตัวเอง เพราะทำให้ต้นทุนการดำเนินงานต่ำกว่า และสามารถบริหารทรัพยากรบุคคลได้เต็มศักยภาพ โดยไม่ต้องกังวลระบบหลังบ้านที่ไม่ถนัด”


นายสาห์รัช ยังกล่าวอีกว่า จากข้อมูลข้างต้น จึงมองว่าเป็นโอกาสที่ดีหากได้ลงทุนในบริษัทที่อยู่ในห่วงโซ่ธุรกิจของ Cloud เพราะทุกบริษัทล้วนแต่มีโอกาสและศักยภาพในการเติบโตที่ดีตามความต้องการของผู้ใช้งาน ดังนั้น  บริษัทจึงเปิดขาย ‘กองทุนเปิด ทิสโก้ Cloud Computing อิควิตี้ (TCLOUD)’ ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) กองทุนรวมตราสารทุนที่เน้นลงทุนในบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยี Cloud Computing เช่น ธุรกิจซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน, ธุรกิจผู้พัฒนาและจัดทำแพลตฟอร์ม, ธุรกิจผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานในการจัดเก็บข้อมูล, บริษัทที่เป็นเจ้าของหรือบริหารจัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล, ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ที่เกี่ยวข้องกับศูนย์จัดเก็บข้อมูล (Data Center) และธุรกิจผลิตหรือจัดจำหน่ายโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูล และอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์สำหรับจัดทำ Cloud 


ผ่านกองทุนอีทีเอฟ ‘Global X Cloud Computing ETF’ (กองทุนหลัก) ลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท เปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 29 มิ.ย. - 13 ก.ค. 20 ทั้งนี้ กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก 


“จุดเด่นของกองทุนนี้ คือนักลงทุนจะได้กระจายการลงทุนไปยังบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการใช้ Cloud อย่างหลากหลายจากการลงทุนเพียงครั้งเดียว ทั้งหมดล้วนแต่เป็นธุรกิจในกลุ่มเทคโนโลยีที่มีโอกาสเติบโตสูงตามกระแสเมกะเทรนด์ของโลก  ซึ่งข้อมูลจาก Gartner และ Global X ETFs ณ ปี 2019 คาดว่ากลุ่มที่ทำธุรกิจที่เกี่ยวกับ Cloud Computing โดยรวมจะเติบโตในระดับประมาณ 15-16% ในช่วงปี 2520-2022 โดยกลุ่มบริษัทที่ใช้ Cloud ในการพัฒนาซอฟต์แวร์จะเป็นกลุ่มที่รายได้สูงที่สุด โดยรายได้หลักมาจากค่าสมัครสมาชิก ซึ่งถือเป็นกระแสเงินสดที่จะมีเข้ามาอย่างต่อเนื่องทุกๆ ปีและ หากลูกค้าใช้งานจนคุ้นเคย บริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์มีโอกาสทยอยปรับราคาค่าสมาชิกเพิ่มขึ้นได้อีก นอกจากนี้ยังพบว่าอัตรากำไรของธุรกิจนี้ยังสูงอีกด้วย เพราะไม่มีต้นทุนอื่นอีกนอกจากการพัฒนาซอฟต์แวร์”


นายสาห์รัช กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับบริษัทที่กองทุนหลักเข้าไปลงทุน ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทที่มีโอกาสสร้างรายได้จากการเจริญเติบโตของธุรกิจ ตัวอย่างเช่น Shopify Inc ผู้ให้บริการระบบ E-commerce สำเร็จรูป ที่มีร้านค้าบนระบบกว่า 1 ล้านร้านค้า มีกระแสเงินสดจากการเก็บค่าบริการรายเดือน มีรายได้เติบโตสูงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยรายได้เติบโตถึง 59% ในปี 2018 และ 47% ในปี 2019,  บริษัท ซี-สเกลเลอร์ (Zscaler) ผู้นำด้านการให้บริการ Web Security และผู้ให้บริการ Cloud ระดับโลก โดยมีลูกค้าองค์กรชั้นนำเลือกใช้งาน มีรายได้เติบโต 52% ในปี 2561 และ 59% ในปี 2019, Twilio Inc บริษัทผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการสื่อสารบน Cloud ระหว่างซอฟแวร์ด้วยกัน มีอัตราการเติบโตของรายได้ 63% ในปี 2018 และ 74% ในปี 2019


และ Zoom Inc ผู้ให้บริการ Video Conference และ Online Chat บน Cloud ซึ่งได้รับความนิยมมากในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID -19 ปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 300 ล้านคนต่อวันและเป็นบริษัทที่มีโอกาสเติบโตสูงตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป มีรายได้เติบโตสูงถึง 88% ในปีล่าสุด 2019 (ที่มา: globalxetfs Fund Fact Sheet ณ วันที่ 31 มี.ค. 20)


“ทั้งนี้ ‘กอง TCLOUD’ อาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในต่างประเทศ จึงมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนรวม”

 

Share: