KBANK เปิดตัว “Eatable” แพลตฟอร์มสั่งอาหารให้ร้านค้าใช้ฟรี สั่งง่ายผ่านเมนูออนไลน์ นั่งทานที่ร้านก็ดี สั่งเดลิเวอรี่ก็สะดวก

 

ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK พร้อมแล้ว!!!

พร้อมที่จะเปิดให้บริการ Eatable” (อีทเทเบิล) แพลตฟอร์มสั่งอาหารรูปแบบใหม่ ใช้งานง่ายทั้งสำหรับลูกค้าและผู้ประกอบการร้านอาหาร ไม่ต้องโหลดแอปหรือหาซื้ออุปกรณ์ใหม่ให้วุ่นวาย ร้านอาหาร ไม่มีการจัดเก็บค่าส่วนแบ่งและคิดค่าธรรมเนียมใด ๆ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ซึ่งก่อนหน้านี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB ได้ชิง เปิดตัว Robinhood (โรบินฮู้ด) แอปพลิเคชั่น Food Delivery สัญชาติไทยรายแรก ไป เมื่อช่วงต้นเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้เปิดให้บริการ คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในเดือน ก.ค. นี้


สำหรับ อีทเทเบิล เป็นแพลตฟอร์มด้านการสั่งอาหาร พัฒนาขึ้นโดย บริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป จำกัด หรือ KBTG  ในช่วงที่เกิดสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 และเป็นการช่วยให้ร้านค้าอาหารสามารถทรานฟอร์มธุรกิจได้ทั้งในโลกยุค COVID-19 และโลกยุค Post COVID-19 รวมทั้งการตอบโจทย์การเป็น ร้านอาหาร 4.0 ท่ามกลางดิจิทัลดิสรัปชั่น ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกอาหาร สั่ง ผ่านเมนูออนไลน์ และจ่ายเงินแบบไร้การสัมผัส ที่เป็นการส่งเสริมสังคมไร้เงินสดซึ่งจะเป็นความปกติใหม่ (New Normal) ขณะที่ร้านค้าสามารถจัดการระบบหลังบ้านแบบเรียลไทม์ผ่านทางออนไลน์เช่นกัน

 

เรืองโรจน์ พูนผล ประธาน KBTG  ระบุว่า ปัญหาการระบาดของ COVID-19 ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคบางส่วนได้เปลี่ยนแปลงไป มีการใช้บริการเดลิเวอรีในการสั่งอาหารมาทานที่บ้านหรือที่ทำงานแทนมากขึ้น ร้านอาหารยุคใหม่จะต้องผสมผสานการให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าทั้งที่ทานที่ร้านและเดลิเวอรีไปพร้อม ๆ กัน โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการร์ว่าการปรับตัวของธุรกิจร้านอาหารเข้าสู่มาตรฐานใหม่เนื่องจากลูกค้ามีความระมัดระวังตัวในการออกไปทานอาหารนอกบ้านจะทำให้ธุรกิจร้านอาหารในปีนี้จะมีมูลค่าราว 3.8 แสนล้านบาท หดตัวเกือบ 10% จากปีที่ผ่านมา

 

ดังนั้น KBTG จึงได้ออกแบบและพัฒนาแพลตฟอร์ม อีทเทเบิล สำหรับร้านอาหารและลูกค้า เพื่อบริการสั่งอาหารออนไลน์รูปแบบใหม่ครบวงจร ทั้งสำหรับลูกค้าที่ทานที่ร้านและให้จัดส่ง (Dine-in, Dine-Out & Delivery) โดยลูกค้าที่ต้องการทานที่ร้านสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดที่ติดอยู่บนโต๊ะหรือเปิดลิงก์ที่อีทเทเบิลสร้างให้ เพื่อสั่งอาหารผ่านเมนูออนไลน์แบบไร้สัมผัส (Contactless) จึงปลอดภัยและไม่ต้องรอให้พนักงานมารับออเดอร์ ทั้งการเลือกทานในร้านทันทีหรือสั่งอาหารล่วงหน้า นอกจากนั้นหากมีสมาชิกหลายคนและอยู่คนละที่ก็สามารถแยกกันสั่งแล้วมารวมโต๊ะกันได้ หรือจะรับกลับบ้าน ก็สามารถกำหนดเวลาในการรับอาหารได้ ไม่ต้องเสียเวลารอหน้าร้านนาน ๆ

 

สำหรับลูกค้าเดลิเวอรี สามารถกดลิงก์ที่ร้านอาหารลงไว้ในทุก ๆ ช่องทาง แล้วสั่งอาหารผ่านเมนูออนไลน์ พร้อมตัวเลือกในการส่งเดลิเวอรีที่เปิดกว้าง ไม่ว่าจะให้คนของร้านไปส่งเองหรือให้ร้านอาหารเป็นผู้เลือกผู้ให้บริการจัดส่งเจ้าที่คุ้มค่าที่สุด มาพร้อมกับ ระบบที่ช่วยแนะนำส่วนลดค่าจัดส่งที่เหมาะสม สำหรับให้ร้านอาหารใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเพื่อมอบส่วนลดค่าบริการจัดส่งแก่ลูกค้าที่สั่งอาหารโดยตรงกับทางร้านอีกด้วย

 

ด้านผู้ประกอบการสามารถจัดการหน้าร้านออนไลน์ เพื่อโปรโมทร้าน โดยการสร้าง แก้ไข หรือปรับเปลี่ยนข้อมูลเมนูอาหาร ราคา รายละเอียดข้อมูลของร้านได้เองทันทีอย่างอิสระ โดยไม่ต้องรออนุมัติ ทั้งมีการตั้งการแจ้งเตือนผ่านระบบออนไลน์ ออเดอร์เข้ามาเมื่อไหร่รู้ทันที พร้อมอัพเดตสถานะออเดอร์ให้ลูกค้าทราบได้แบบเรียลไทม์  มีการให้คำแนะนำสำหรับการทำโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อเพิ่มยอดขาย

 

เรืองโรจน์ กล่าวว่า ปัจจุบัน อีทเทเบิล เปิดในเวอร์ชัน Public Beta  ผู้ประกอบการร้านอาหารที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมได้ที่ https://eatable.kasikornbank.com มีร้านค้าที่เข้าร่วมแล้ว อาทิ เรือนเพชรสุกี้ บีสท์ แอนด์ บัตเตอร์ ร้านอาหารในเครือ กะตะธานี คอลเล็คชั่น  เป็นต้น ทั้งนี้ อีทเทเบิล จะสามารถรับชำระเงินแบบออนไลน์ได้ในเดือน ก.ย. 2563 นี้ ทั้ง พร้อมเพย์ QR Code และบัตรเครดิต ทำให้ลูกค้าสามารถสั่งครบจ่ายจบได้ในช่องทางเดียว ซึ่งจะเป็นทางออกในการช่วยแก้ไขปัญหาและความยุ่งยากที่ต้องเผชิญในธุรกิจร้านอาหารได้เป็นอย่างดี

 

นายเรืองโรจน์ กล่าวด้วยว่า จะมีการเปิดตัวมินิโปรแกรมไคไท่เตี่ยนไช่ (Kai Tai Dian Cai) บริการสั่งอาหารสำหรับนักท่องเที่ยวจีนผ่านแอปพลิเคชันวีแชท (WeChat) ในช่วงปลายปีนี้ด้วย จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวจีนและร้านอาหารได้ รองรับการเดินทางกลับเข้ามาท่องเที่ยวในไทยของนักท่องเที่ยวจีนในรูปแบบการจับคู่ด้านการท่องเที่ยว (Travel Bubble) และนอกจากกลุ่มร้านอาหารแล้ว ยังพร้อมที่จะขยายการให้บริการไปยังกลุ่มร้านค้าอื่นๆ เช่น ของที่ระลึก   

 

“เราทำแพลตฟอร์มนี้ขึ้นมาด้วยใจ เราไม่ได้นั่งอยู่บนหอคอยงาช้าง ครอบครัวผมเองก็ทำธุรกิจร้านอาหาร ต่อให้ไม่มีดิจิทัลดิสรัปชั่นเข้ามา ไม่มี COVID-19 เข้ามา ธุรกิจร้านอาหารก็ต้องเหนื่อยหนัก เป็นเรื่องที่ผมและทีมงานเข้าใจดี เราได้ลงไปนั่งคุยกับร้านอาหารต่าง ๆ เราใช้แรงกาย พลังสมองของเรา จนสามารถพัฒนาแพลตฟอร์มนี้ออกมาตอบโจทย์ร้านอาหาร เพื่อให้ทุกคนอยู่รอดไปด้วยกัน และเราต้องเป็นผู้ชนะด้วยกัน ไม่คิดค่าธรรมเนียมใดๆ รายได้ทุกบาทที่เข้ามาเป็นของร้านอาหาร อยากให้ร้านอาหารทุกร้านเข้ามาใช้แพลตฟอร์ม ไม่ได้มีเป้าหมายว่าจำนวนเท่าไรแต่ยิ่งเยอะก็ยิ่งดี จะได้เข้ามาร่วมกันเปลี่ยนแปลงร้านอาหาร ประสบการณ์ทานอาหารในร้าน การสั่งเดลิเวอรี่ที่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ทุก ๆ ร้านที่เข้ามาเราอยากจะช่วยให้เขาอยู่รอดได้” เรืองโรจน์ กล่าว

 

ส่วนการต่อยอดกับธุรกิจของธนาคารกสิกรไทยนั้น เรืองโรจน์ กล่าวว่า ธุรกิจหลักของธนาคารคือเรื่องผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน ซึ่งแต่ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินจะเป็นเรื่องที่อยู่เบื้องหลังที่สามารถนำมาเชื่อมต่อกับการพัฒนาเทคโยโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ ที่ KBTG พัมนาขึ้นมา รวมทั้งเปิดกว้างที่จะให้สตาร์ตอัพในธุรกิจต่างๆ เข้ามาพัฒนาร่วมกันเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจของลูกค้า


Share: