คาด SET รีบาวด์ตามตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน ตอบรับตัวเลขเศรษฐกิจจีน-สหรัฐออกมาดี

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คาด SET รีบาวด์ขึ้นทดสอบ 1,340 – 1,345 จุด ก่อนจะสลับอ่อนตัว ตาม sentiment เชิงบวกตลาดหุ้นรอบบ้านที่ดีดตัวขึ้นตอบรับตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐและจีนที่ออกมาดี โดยดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายของสหรัฐเดือนพ.ค. +44.3% MoM และตัวเลขกำไรของบริษัทอุตสาหกรรมจีนเดือนพ.ค.+6% ซึ่งหนุนให้ราคาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้นเช่นกันเนื่องจากคาดว่า Demand การใช้น้ำมันจะขยายตัวพิ่มขึ้นซึ่งเป็นบวกต่อกลุ่มพลังงานรวมถึงภาวะตลาดโดยรวม อย่างไรก็ตามยอดผู้ติดเชื้อไวรัส Covid-19 รายใหม่ในสหรัฐที่พุ่งขึ้นต่อเนื่อง (ล่าสุดเพิ่มขึ้น 4.4 หมื่นราย)ส่งผลความกังวลการแพร่ระบาดรอบใหม่ยังคงอยู่และจะกดดันให้ดัชนีสลับอ่อนตัวลงในระหว่างวัน

 

ประเด็นสำคัญวันนี้

 

  • (+) ดาวโจนส์บวกแรง 580 จุด ตอบรับข้อมูลเศรษฐกิจแข็งแกร่ง และยังได้ปรงหนุนจากหุ้นโบอิ้งที่พุ่งแรง:ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 580 จุด (+3%) ปิดที่ระดับ 25,596 จุด โดยมีปัจจัยหนุนจาก 2 ปัจจัย คือ 1) ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดี โดยเฉพาะดัชนีขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือน พ.ค. เพิ่มขึ้น 44.3% mom เทียบจากที่หดตัว 22% ในเดือน เม.ย. นับเป็นอัตรการเพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่มีการรวบรวมข้อมูลและ 2) ได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของหุ้น Boeing ซึ่งเมื่อคืนเพิ่มขึ้นแรงกว่า 14.4% รับข่าวสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ (FAA) ประกาศจะให้เครื่องบิน Boeing 737 Max กลับมาทดสอบการบินอีกครั้งในวันนี้ หลังจากถูกสั่งห้ามบินเป็นเวลา 15 เดือน เนื่องจากเครื่องบินรุ่นดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุถึง 2 ครั้งในเวลาห่างกันเพียง 5 เดือน จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 346 ราย

  • (+) ราคาน้ำมันดิบ WTI ฟื้นตัว 2 เหรียญ ยังคาดหวังดีมานด์ฟื้นหลังจีนและสหรัฐรายงานตัวเลขเศรษฐกิจออกมาอย่างแข็งแกร่ง:ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1.21 ดอลลาร์ (+3.1%) ปิดที่ระดับ 39.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นักลงทุนกลับมามีความหวังทางบวกอีกครั้งโดยเฉพาะด้านดีมานด์ที่คาดว่าจะฟื้นตัวได้ต่อเนื่องหลังจากจีนและสหรัฐซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่สุดของโลกและใช้น้ำมันดิบมากที่สุดของโลกประกาศตัวเลขเศรษฐกิจออกมาอย่างแข็งแกร่ง โดยจีนรายงานกำไรของบริษัทอุตสาหกรรมจีนปรับตัวขึ้น 6% ในเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2562 ขณะที่สหรัฐ รายงานดัชนีขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือน พ.ค. เพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ด้านซัพพลาย มี Sentiment บวกจากข่าว หุ้นเชซาพีค เอเนอร์จี ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานรายใหญ่ของสหรัฐ ยื่นขอล้มละลายซึ่งจะทำให้กิจกรรม

  • (+) ตามคาด ศบค.ชุดใหญ่ปลดล็อกกิจกรรมเศรษฐกิจเฟส 5 แต่ต่ออายุ พ.ร.ก. ฉุกเฉินออกไป 1 เดือน:วานนี้ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่มีมติเห็นชอบให้ปลดล็อกกิจกรรมเศรษฐกิจระยะที่ 5 ประกอบด้วย 1)หน่วยงานของรัฐสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ทั้งหมด, 2)ห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอล เปิดบริการได้ทั้งหมด และไม่จำกัดเวลา, 3) ผับ บาร์ คาราโอเกะ กลับมาเปิดได้แต่ต้องมีมาตรการควบคลุม, 4) ร้านเกมส์ อินเตอร์เน็ต และ 5)อาบ อบ นวด ผู้ใช้บริการต้องลงทะเบียนผ่านแอ็พไทยชนะ และต้องสวมหน้ากากทุกครั้ง อย่างไรก็ตามภาครัฐขยายเวลาการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก 1 เดือน เพื่อควบคลุ่มและสร้างความเป็นระเบียบในช่วงเปิดเทอม

 

 

กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

 

  • กลุ่มพลังงาน (PTT PTTEP TOP PTTGC IRPC SPRC IVL ) อานิสงส์ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวขึ้น
  • กลุ่มที่คาดว่างบ 2Q20 จะเติบโตขึ้น (CKP, TASCO, STA)
  • หุ้นที่เข้าคำนวณ SET 50 / 100 รอบใหม่ BPP, TTW, ACE, BFIT, DOHOME, RBF, SIRI, SISB, SPCG, TVO, WHAUP

 

หุ้นแนะนำวันนี้

 

  • CPF (ปิด 75 ซื้อ/เป้า 36.25) ทิศทางผลกำไรใน 2Q20 ยังโดดเด่นต่อเนื่องจาก ราคาหมู ไก่ ในประเทศยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ราคาหมูในเวียดนามยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง (8 หมื่น -1 แสน ดงต่อ ก.ก.) นอกจากนี้ CPF ยังได้ประโยชน์จากต้นทุนกากถั่วเหลืองที่ลดลงสงผลให้มาร์จิ้นของบริษัทยิ่งเพิ่มขึ้น

  • INTUCH (57 ซื้อ/เป้า 74) ผลประกอบการได้รับผลกระทบจาก Trade war และ Covid-19 จำกัด ทำให้ INTUCH ยังสามารถจ่ายปันผลได้เต็มที่ โดยปีนี้คาด INTUCH จะจ่ายปันผลประมาณ 48 บาทต่อหุ้นให้ Dividend yield ประมาณ 4.4%

 

Share: