ความฝันแสนล้านของ WHA กับธุรกิจนิคมที่ดีกว่าคาด หลัง COVID – 19 ผ่านพ้น

ประเทศไทย มีหุ้นที่ดีอยู่มากมาย แต่ก็มีหุ้นไม่กี่ตัวเท่านั้นที่สามารถขยายธุรกิจได้อย่าง มหัศจรรย์  หนึ่งในหุ้นที่ถือว่าโตอย่างมหัศจรรย์ หนีไม่พ้น หุ้นที่ชื่อว่า WHA  หรือ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  


ความสุดยอดของ WHA นั้นเกิดขึ้นเมื่อบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อปี 2555 เวลานั้น บริษัทมีมูลค่ากิจการ ณ ราคาไอพีโอที่ 6.7 พันล้านบาท  เวลาผ่านไปกว่า 8 ปี ด้วยการเติบโตด้วยรูปแบบการใช้ วิศวกรรมทางการเงินเต็มรูปแบบ ผลักดันให้บริษัทมีมูลค่ากิจการปัจจุบันสูงถึง 4.81 หมื่นล้านบาท


ความฝันของ WHA ภายใต้การนำบริษัทของแม่ทัพอย่าง “พี่จูน คุณ จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท ยังไม่หยุดแค่นั้น โดยในครั้งนี้ WEATHY THAI ได้รับโอกาสในการเข้าสัมภาษณ์พิเศษ โดยความฝันของแม่ทัพหญิงรายนี้ ต้องการนำ WHA ให้กลายเป็นบริษัทระดับโลก และธุรกิจ นิคมอุตสาหกรรม หลัง COVID-19 นั้นจะสดใสมากกว่าเดิม

 

 

ฝันแสนล้านบาท กับการเป็นบริษัทระดับโลก

“เป้าหมายของ WHA นั้นชัดเจนมาก ภาพใน 3-4 ปีข้างหน้า เราต้องการให้ WHA เป็นบริษัทระดับโลก ภายใต้การขับเคลื่อนธุรกิจใน 4 ฮับ ของเรา ซึ่งตั้งแต่เราตั้งบริษัทมาไม่มีคำพูดไหนที่เราทำไม่ได้”        

 



คำพูดของคุณจรีพร นั้นชัดเจนมากในการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ที่ต้องการยกระดับบริษัทขึ้นเป็นธุรกิจระดับโลก โดยความฝันครั้งนี้ใช้งบลงทุนที่สูงมากเกือบ 1 แสนล้านบาท ประกอบด้วยการลงทุนช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา WHA ได้ลงทุนในการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเข้าซื้อกิจการในประเทศไทย  อย่างการซื้อนิคมเหมราช และการซื้อธุรกิจในต่างประเทศ อย่างในการเข้าซื้อบริษัทด้านพลังงานในประเทศเวียดนาม โดยใช้เงินลงทุนไปแล้วกว่า 4 หมื่นล้านบาท


และแผนในอีก 5 ปีข้างหน้า WHA ยังคงเดินหน้าลงทุนและขยายธุรกิจต่อโดยใช้งบลงทุนในการขยายธุรกิจมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งงบนี้จะไม่กำหนดตายตัวว่าแต่ละปีจะใช้เมื่อไหร่ดูตามความเหมาะสมและโอกาสทางธุรกิจ และการเข้ามาของ COVID-19 นั้น ทำให้เป็นโอกาสครั้งสำคัญในการขยายธุรกิจผ่านการเข้าซื้อกิจการ


สถานการณ์ COVID-19 ที่เกิดขึ้น WHA ได้รับคำเสนอในการขายธุรกิจจำนวนมากทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ โดยเฉพาะในเวียดนามที่ถือเป็นเป้าหมายหลักของการลงทุน แม้เวียดนามจะมีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่น้อยมาก แต่ประเทศก็มีการล็อคดาวน์เช่นกัน ทำให้หลายผู้ประกอบการขาดสภาพคล่อง ซึ่ง WHA ยังโฟกัสในการเข้าซื้อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจในด้านพลังงาน


เพราะในประเทศที่เติบโตได้ดีอย่างเวียดนาม ความต้องการพลังงานและสาธารณูปโภคจะเริ่มก่อน ไฟฟ้าคือทุกอย่าง คือจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจ ดังนั้นจึงทำให้ธุรกิจไฟฟ้าในเวียดนามเนื้อหอม บริษัทขนาดใหญ่ของไทยหลายแห่งต่างตบเท้าเข้าไปลงทุนในเวียดนาม


โดยจุดเด่นของเวียดนามในธุรกิจไฟฟ้าเวลานี้ คือ มา Adder ที่สูงเหมือนกับไทยในอดีตซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับ WHA

 

 

นิคมไทยยังสดใสหลัง COVID-19

ส่วนธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมในไทยนั้นมองว่ายังสดใสมาก และสดใสมากกว่าเดิมเมื่อมี COVID-19 เข้ามา เพราะสิ่งนี้ทำให้ซัพพลายเชนทั่วโลกเปลี่ยน ซึ่งโรงงานกำลังเคลื่อนออกจากประเทศจีน และเป็นโอกาสของ EEC ในประเทศไทยที่กำลังจะเกิดขึ้น การปรับเงื่อนไขการลงทุนใน EEC ในช่วงนี้ถือเป็นจังหวะที่สำคัญมากและเป็นผลดีกับไทยในระยะยาวด้วย


ด้านคำถามที่ว่า ประเทศไทยมีความโดดเด่นมากแค่ไหนเมื่อเทียบกับประเทศเวียดนาม ต้องบอกว่าไทยจะมีความพร้อมในด้านโรงงานที่ต้องการเทคโนโลยีในระดับที่สูง ซี่งคนละเป้าหมายกับเวียดนามที่ต้องการธุรกิจที่มีเทคโนโลยีที่ไม่สูงมาก ดังนั้นเราจึงมองว่าไทยไม่ได้เสียเปรียบเลย


และการเข้ามาของ COVID-19 เป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการปรับซัพพลายเชนใหม่ ดังนั้น WHA เรามองว่า ธุรกิจนิคมหลังจาก COVID-19 นั้นจะสดใสมากกว่าเก่า ซึ่งที่ผ่านมาลูกค้าต่างชาติของ WHA มีติดต่อเข้ามาตลอด แต่ติดที่ว่า เราล็อคดาวน์ ทำให้นักลงทุนต่างชาติไม่สามารถเดินทางเข้ามาได้ 


การปรับตัวของ WHA ก็ใช้วิธีการสื่อสารกันผ่านออนไลน์ ประชุมกับลูกค้าผ่านออนไลน์ อยากดูพื้นที่เราใช้โดรนบินให้ แต่จริงๆแล้วเขาจะลงทุนเขาก็ต้องมาดูของจริง ซึ่งหากคลายล็อคฯ เมื่อไหร่ จะเป็นผลดีกับเราและจะมีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาแน่นอน ซึ่งตอนนี้เราก็มีนักลงทุนหลายรายที่ทยอยนัดหมายมาแล้ว

 

 

ฐานทุนยังแน่น

แม้ WHA มีแพลนที่จะลงทุนจำนวนมาก และมีแพลนที่จะลงทุนมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท แต่ WHA ยังยืนยันว่า ฐานทุนของบริษัทนั้นมีสูงและสามารถลงทุนได้ ส่วนเป้าหมายการเติบโตของปีนี้ บริษัทขอประเมินหลังงบไตรมาสที่ 2 อีกครั้ง ว่าจะออกเป็นเช่นไรบ้าง

           

           

Share: