GULF…จะไม่ใช่แค่หุ้นโรงไฟฟ้า หลังถือหุ้น INTUCH –ร่วมลงทุนมอเตอร์เวย์-รถไฟฟ้าสีส้ม

“หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า” ถือเป็นหุ้นกลุ่มปลอดภัยฝ่ากระแส Covid-19 จากความต้องการพื้นฐานด้านพลังงาน โดยเฉพาะความต้องการใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งในกลุ่มโรงไฟฟ้า หุ้นบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เป็นหุ้นที่โดดเด่นที่สุด โดย "สารัชถ์ รัตนาวะดี" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารขึ้นแท่นเป็นเศรษฐีหน้าใหม่เมืองไทย และล่าสุด GULF เข้าลงทุนในหุ้นบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH โดย GULFเข้าซื้อหุ้น INTUCH ในสัดส่วน 5% กว่า ทำให้ GULF เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ลำดับ 4


Wealthy Thai เลยอยากชวนนักลงทุนไปสำรวจหุ้น GULF กันว่า มีอะไรน่าสนใจ ก้าวที่ใหญ่ต่อจากการลงทุนใน INTUCH ยังมีอะไรอีกบ้าง?

 

 

GULF ร่วมลงทุนมอเตอร์เวย์-ท่าเรือแหลมฉบัง-รถไฟฟ้าใต้ดิน

ปัจจุบัน GULF เป็นบริษัทโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยยอดขายกว่า 87% มาจากการขายไฟฟ้าให้กับทางกฝผ. และนอกจากโครงการลงทุนหลักที่อยู่ใน CLMV แล้ว เช่น โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำในลาว การลงทุนโครงการ LNG ในเวียดนาม


สิ่งที่น่าสนใจของก้าวต่อไปของ GULF คือ การหันไปลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึก แหลมฉบัง โครงการลงทุนรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ สำหรับโครงการมอเตอร์เวย์ GULF ร่วมมือกับ “กิจการบีจีเอสอาร์” ซึ่งประกอบด้วยบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ซึ่งเป็นเจ้าตลาดรถไฟฟ้าอยู่แล้ว ยังมีบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ STEC และบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RACH โดยความคืบหน่าล่าสุด ในวันอังคารหน้า (7 กรกฎาคม 2563) คณะรัฐมนตรี (ครม.) เตรียมพิจารณาโครงการมอเตอร์ดังกล่าว หรือโครงการร่วมลงทุนในการดำเนินงานและบำรุงรักษา (Operation and Maintenance: O&M) โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หรือระบบเก็บเงินหรือซ่อมบำรุง มอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครราชสีมา (M6) วงเงิน 33,258 ล้านบาท และสายบางใหญ่–กาญจนบุรี (M81) 27,828 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าทางเอกชน “กิจการบีจีเอสอาร์” จะลงนามเอ็มโอยูและเริ่มดำเนินโครงการได้ทันที หลังครม.ไฟเขียว!


ทางนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นอกจากการเข้าร่วมลงทุนในโครงการมอเตอร์เวย์ มูลค่าเกือบ 40,000 ล้านบาท ระยะเวลาสัญญา 30 ปีแล้ว ล่าสุด GULF เตรียมจับมือ BTS เข้าประมูล “รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก” (ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) มีมูลค่ารวม 120,000 ล้านบาท แบ่งเป็น งานโครงสร้าง 90,000 ล้านบาท และงานระบบรถไฟฟ้า 30,000 ล้านบาท โดยโครงการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกนี้ ทางกระทรวงคมนาคมจะออกประกาศเชิญชวนเอกชนให้มาซื้อซองประกวดราคา ในวันที่ 3-9 กรกฎาคม 2563 ก่อนจะเปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอการก่อสร้างในเดือนกันยายน 2563 และลงนามสัญญาร่วมลงทุนในเดือนธันวาคม 2563 ตามลำดับ


นอกจากนี้ทางบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า GULF ยังเข้าร่วมกิจการร่วมค้า GPC ซึ่งประกอบด้วย GULF, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT และ China Harbour Engineering Commpany Limited เพื่อลงทุนในโครงการ “แหลมฉบัง เฟส 3” รอลงนามสัญญา โดยความคืบหน้าล่าสุด บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาสัญญา บล.เคจีไอคาดว่าจะปิดดีลแหลมฉบังเฟส 3 ได้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้


ทิศทางการเติบโตของ GULF หลังจากนี้ค่อนข้างชัดเจนว่า เน้นลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน หลังจากได้วางรากฐานการเติบโตในธุรกิจโรงไฟฟ้าแล้ว ขณะนี้ร่วมกับพันธมิตรใหญ่หลายราย ร่วมลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ความได้เปรียบคือ อายุสัมปทาน 30 ปี จะสร้างรายได้ต่อเนื่องให้กับ GULF ซึ่งครอบคลุมระบบคมนาคมทุกรูปแบบ!

 

 

INTUCH จะเสริมเขี้ยวเล็บให้ GULF

ยิ่งดีล INTUCH ล่าสุด ก็จะจะมาช่วยเสริม “โครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม” ได้ดี ทำให้ GULF แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพราะ INTUCH เป็นหุ้นน้ำดีที่มีความน่าสนใจหลายอย่าง ทั้งการมีบริษัทลูกที่มีฐานผู้ใช้บริการค่ายมือถือใหญ่ที่สุดในประเทศ การลงทุนโครงการดาวเทียมและระบบสื่อสารทางไกล และความโดดเด่นล่าสุดคือ การลงทุนในโครงการดิจิทัล หรือเทค สตาร์ท อัพต่างๆ รวมถึงเป็นหนึ่งในหุ้นที่ปันผลสูง


เพราะฉะนั้นการที่คิดว่า GULF จะเป็นหุ้นใหญ่ในหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า ในอนาคต GULF จะใหญ่ได้มากกว่านี้อีก!!!! อย่างไรก็ตามต้องระวังเรื่องมูลค่าหุ้นให้ดี ล่าสุดข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย. PE หุ้น GULF สูงลิบลิ่ว!!!!!!! อยู่ที่ 126.60 เท่า

 

Share: