ปรับธุรกิจ...สู่การเติบโตที่ยั่งยืน!!!

“วิกฤตเศรษฐกิจ” อาจเรียกได้ว่าเป็นภาวะปกติที่เกิดมาตั้งแต่ในอดีตและพร้อมจะเกิดขึ้นต่อไปอีกในอนาคตหากมีเกิดเหตุและปัจจัยทำให้เกิดขึ้น  ขณะเดียวกันในทุกๆ วิกฤตเกิดขึ้นจะมีทั้งผู้ที่ ‘ได้รับผลกระทบ’ ตั้งแต่มากไปถึงน้อย หรือ ‘ไม่ได้รับผลกระทบ’ แต่กลับเป็น “โอกาส” ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับธุรกิจประเภทนั้นแต่คงมีไม่มากเมื่อเทียบกันแล้ว ธุรกิจหรือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบมากคงมีทั้งที่ปรับตัวได้ทันและไม่ทัน ซึ่งขึ้นอยู่กับรูปแบบและระยะเวลาที่วิกฤตเกิดขึ้น 


อย่างไรก็ตามไม่ว่าวิกฤตจะเกิดขึ้นรุนแรงมากน้อยเพียงใด แต่ก็ต้องจบลงและผ่านไปได้ในที่สุด แต่ประเด็นสำคัญคือการรับมือในระหว่างที่เกิดขึ้นและหลังจากนั้น อะไรบ้างที่เราควรต้องคำนึงถึงเพื่อสามารถแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ และให้ธุรกิจดำเนินการต่อไปได้ เรื่องที่เราต้องมาดูนั่น คือ


1) สำรวจทรัพยากรขององค์กร ไม่ว่าจะเป็น ‘รายได้’ ‘กระแสเงินสด’ ว่ามีศักยภาพที่จะเดินหน้าต่อไปในระยะอย่างน้อย 3-6 เดือนได้หรือไม่ อาจต้องมาพิจารณาดูว่าส่วนไหนที่สามารถลดค่าใช้จ่ายได้ หรือมีอะไรในองค์กรบ้างที่มีศักยภาพทำให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นทดแทนผลกระทบจากวิกฤตที่ส่งผลมาถึง

 

 

2) จัดการหนี้ หนี้คือปัจจัยสำคัญที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจ เมื่อเกิดวิกฤตหนักๆบางครั้งธุรกิจที่มีกำลังในการสร้างรายได้ก็อาจมีหนี้มากขึ้นได้ในทันทีเช่นกัน หากรายได้หายไปอย่างกะทันหัน สิ่งแรกที่เราต้องดำเนินการแก้ไขโดยตรงคือ ‘การเจรจากับเจ้าหนี้’ ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่ในความจริงแล้วเจ้าหนี้ต่างหากที่กลัวว่าลูกหนี้จะหนี ดังนั้นการเดินไปพบเจ้าหนี้เพื่อเจรจาและทำความเข้าใจกัน และช่วยให้เรื่องหนี้ง่ายขึ้นได้อย่างมาก   


3) รักษาหุ้นส่วน (Keep Partner) ธุรกิจที่มีหุ้นส่วนในการสร้างรายได้นั้นนับเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่พาร์ทเนอร์เราก็อาจะได้ผลกระทบเช่นกัน เพราะอาจจะมีการทำธุรกิจที่แตกต่างกันในบางเรื่อง อย่างไรก็ตามพาร์ทเนอร์ที่มีความสามารถและช่วยหนุนธุรกิจเราได้นั้นควรรักษาไว้ เราอาจพิจารณาช่วยเหลือได้ในบางกรณีที่จำเป็นให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าไปด้วยกันในระยะยาว ขณะเดียวกันต้องหาพาร์ทเนอร์อื่นๆ เพิ่มขึ้น รวมทั้งการเปลี่ยนมุมมองจากการมองว่าเป็นคู่แข่งกัน ให้มองว่าสามารถเป็นหุ้นส่วนกันได้ในอนาคต  


“ทั้งนี้การเพิ่มศักยภาพกับ ‘ทรัพย์กรขององค์กร’ ให้มากขึ้น เพราะจะเป็นพื้นฐานสำคัญประการแรกของการดำเนินธุรกิจในระยะยาว รวมถึงการ ‘บริหารจัดการหนี้’ เพื่อการดำเนินธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ และการสร้างความร่วมมือกับ ‘พาร์ทเนอร์’ ทั้ง 3 ข้อข้างต้น จะเป็นปัจจัยให้ทำธุรกิจดำเนินได้อย่างยั่งยืนและมีความสามารถรับมือกับวิกฤตมากขึ้น กล่าวคือ เราอาจปรับการดำเนินธุรกิจจากที่มีความสามารถทำกำไรได้สูง ให้เป็นธุรกิจมีความสามารถรับมือกับวิกฤตได้มากขึ้น แม้การเติบโตหรือกำไรอาจลดลง แต่ถือเป็นการเติบโตที่ยั่งยืน” 


ทั้งหมดที่ผมได้เล่ามานี้ ผมเชื่อว่าน่าจะเป็นคำแนะนำที่สามารถช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจได้ในเบื้องต้น ทั้งนี้ ‘ในทุกวิกฤตที่เกิดขึ้น จะมีโอกาสดีๆ รออยู่อยู่เสมอ’ แต่จะหาโอกาสเหล่านั้นอย่างไร เป็นเรื่องที่เราต้องมีกลยุทธ์รองรับโอกาสนั้น เพราะวิกฤตจะมีรูปแบบที่แตกต่างกัน สิ่งที่ผมแนะนำนี้เชื่อว่าจะมีส่วนสำคัญสำหรับ ‘แก้วิกฤต’ และ ‘รอรับโอกาสใหม่ๆ’ ในเวลาเดียวกัน

Share: