แก้ไข ‘ความท้าทาย’ …ก้าวสู่ ‘ความยั่งยืน’ ขององค์กร!!!

ในการขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจเพื่อนำพาองค์กรไปสู่ ‘ความอย่างยั่งยืน’ บริษัทจดทะเบียนหลายแห่งพบประเด็นท้าทายที่หลากหลายและแตกต่างกันไปตามแต่ลักษณะเฉพาะหรือบริบทของแต่ละองค์กรซึ่งในบทความนี้ขอเสนอ 2 ประเด็นความท้าทายหลักที่มักเกิดขึ้นขององค์กร


การให้ความสำคัญและการสนับสนุนจากคณะกรรมการบริษัทและผู้นำ (Tone from the Top) และการร่วมมือจากผู้บริหารและพนักงานทั่วทั้งองค์กร


การขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในองค์กรมักเน้นที่ “ระบบการบริหารจัดการภายใน” มากกว่า “กิจกรรม หรือโครงการเพื่อสังคม/สิ่งแวดงล้อมภายนอก” จึงต้องริเริ่มและได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการบริษัทและผู้นำในการปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการภายในองค์กรรวมทั้งผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารระดับกลาง และพนักงานทั่วทั้งองค์กร ต้องให้ความสำคัญและมีส่วนร่วมในการลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังจึงจะทำให้องค์กรสามารถขับเคลื่อนไปสู่ความยั่งยืนได้สำเร็จ ซึ่งหากไม่มีใครเห็นความสำคัญหรือให้การสนับสนุน หรือมองว่าเป็นการเพิ่มภาระงาน เพิ่มงบประมาณ องค์กรย่อมไม่สามารถขับเคลื่อนไปสู่ความยั่งยืนได้


ดังนั้น เพื่อให้เห็นความสำคัญหรือสร้างการมีส่วนร่วม จึงมีข้อเสนอแนะดังนี้

  • สร้างความรู้ ความเข้าใจ ตั้งแต่ระดับคณะกรรมการบริษัทจนถึงพนักงานทั่วทั้งองค์กร ให้รู้ว่าคืออะไร ทำไปเพื่ออะไร มีประโยชน์อย่างไร มีอะไรที่ต้องทำบ้าง ซึ่งการทำธุรกิจเพื่อความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นสิ่งที่บริษัทได้ทำอยู่แล้ว เพียงแต่อาจเพิ่มระดับ/ความเข้มข้นหรือ integrate เข้าไปในงานที่กำลังทำอยู่ เช่น กระบวนการผลิตที่คำนึงถึงการปล่อยน้ำเสีย ควันพิษ ฝุ่น หรือการพยายามลดการใช้ไฟฟ้า พลังงาน น้ำ หรือการดูแลพนักงานเพื่อสร้างความผูกพันกับองค์กร หรือการบริหารจัดการความเสี่ยงที่นอกเหนือจากความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ กลยุทธ์ การปฏิบัติงาน การเงินแล้ว ให้คำนึงเพิ่มไปถึงความเสี่ยงจากสังคม/สิ่งแวดล้อมด้วย



หรือการพยายามคิดค้นนวัตกรรมเพื่อสร้างสรรค์สินค้า/บริการ/ปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานเพื่อสร้างรายได้ ลดค่าใช้จ่าย การช่วยเหลือชุมชน/สังคมที่ไม่ใช่เน้นเฉพาะเป็น after process อย่างการบริจาค/การให้เปล่า แต่เน้น in process ที่ช่วยให้ชุมชน/สังคมอยู่ได้ในระยะยาวและบริษัทก็ได้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจจากการช่วยเหลือชุมชน/สังคมนั้น อาทิ การรับซื้อผลผลิตของชุมชน/สังคมมาเป็นวัตถุดิบของบริษัท การสร้างงานให้ชุมชน/สังคมโดยรอบโรงงาน/สาขาของบริษัท เป็นต้น”

 

“การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน” จะไม่ใช่เรื่องของการใช้งบประมาณเป็นค่าใช้จ่ายอย่างเดียว แต่ย่อมสร้างรายได้หรือลดต้นทุนขององค์กรด้วย รวมทั้งไม่จำเป็นต้องทุ่มงบประมาณเพียงครั้งเดียว บริษัทสามารถทยอยการดำเนินงานได้ การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนไม่ใช่ทำเพียงชั่วคราวหรือทำแล้วจบในครั้งเดียว แต่สามารถทยอยทำและทำอย่างต่อเนื่องไปได้เรื่อยๆ ทำมาก/น้อยขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละบริษัทเอง

 

  • วิเคราะห์และประเมินว่าบริษัทต้องทำอะไร และได้มีการทำอะไรไปแล้ว เพราะหลายครั้งที่บริษัทไม่รู้ว่าสิ่งที่ดำเนินการอยู่แล้วนั้นคือการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนแล้ว เพื่อช่วยให้เกิดมุมมองเชิงบวก ช่วยลดความกังวลที่คิดว่าจะมีภาระงานเพิ่มขึ้น

  • พัฒนาเครื่องมือในการสื่อสารที่เป็นรูปธรรมหรือมีแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนเพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน โดยบริษัทสามารถพิจารณาตามเนื้องานและลักษณะของบุคลากรในองค์กร เช่น วิศวกร จะคุ้นเคยกับมาตรฐานหรือระบบการบริหารจัดการที่เป็นระบบ/เป็นกระบวนการ จึงอาจใช้ระบบการบริหารจัดการมาเป็นสื่อในการสร้างความเข้าใจร่วมกัน อาทิ Total Quality Management (TQM) เป็นต้น หรือ พนักงานทั่วไปๆ ก็ต้องสื่อสารให้มีความเข้าใจง่ายหรือกำหนดแนวทางการทำงาน หรือมีแบบฟอร์มช่วยในการทำงาน เป็นต้น

 


การพัฒนา
‘กรอบการดำเนินงาน (Framework)’, ‘แผนกลยุทธ์ (Strategy)’ และ ‘แผนการดำเนินงานระยะยาว (Roadmap)’ เพื่อพัฒนาองค์กรสู่ความยั่งยืน


เมื่อผู้นำมีความรู้ ความเข้าใจในการดำเนิน “ธุรกิจอย่างยั่งยืน” แล้ว ผู้นำจะสามารถแสดงวิสัยทัศน์ ตลอดจนกำหนดกรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืน วางแผนเชิงกลยุทธ์และแผนการดำนินงานทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดได้ ซึ่งการมีกรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืนย่อมทำให้องค์กรสามารถมองภาพในองค์รวมของธุรกิจได้ สามารถเชื่อมโยงเข้ากับแต่ละกระบวนการดำเนินธุรกิจ ทำให้ง่ายต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความยั่งยืน


บริษัทสามารถดำเนินการได้ดังนี้

  • พัฒนาเครื่องมือในการสื่อสารที่เป็นรูปธรรมตั้งแต่วิสัยทัศน์ พันธกิจ แผนกลยุทธ์องค์กร รวมถึงวัฒนธรรมองค์กร คุณค่าองค์กร เพื่อพิจารณาว่าเรื่องใดบ้างเป็นแนวคิดที่บริษัทต้องยึดถือและให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจ

  • ต่อมากำหนดแผนการดำเนินงานในระยะยาวภายใต้แนวคิดนั้นๆ เช่น กำหนดเป็น Roadmap 5 ปีขององค์กร ซึ่งจะช่วยให้ทุกคนในองค์กรเห็นทิศทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในอีก 5 ปี ข้างหน้าได้อย่างชัดเจน เป็นต้น

  • การกำหนด Roadmap ดังกล่าว สามารถเชื่อมโยงผู้มีส่วนได้เสียภายในองค์กร โดยผู้นำและผู้บริหารระดับสูงร่วมแสดงวิสัยทัศน์และให้แนวทางในการขับเคลื่อนองค์กรในองค์รวมเพื่อนำไปสู่ความยั่งยืน รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้บริหารระดับกลางของแต่ละฝ่ายงานมีส่วนร่วมในการกำหนดการดำเนินงานในเรื่องที่เป็นประเด็นสำคัญ (Material Issues) ของฝ่ายงานนั้นๆ เพื่อให้ Roadmap สามารถเชื่อมโยงเข้ากับกระบวนการดำเนินธุรกิจที่สำคัญได้อย่างครอบคลุม ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือจากทุกคนในองค์กรในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความยั่งยืน



อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถเชื่อมโยงผู้มีส่วนได้เสียภายนอกองค์กร เช่น ชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม เป็นต้น เพื่อให้สามารถกำหนดแผนการดำเนินงานระยะยาวหรือแผนกลยุทธ์ที่ครอบคลุมทุกภาคส่วนยิ่งขึ้น”

  • กำหนดขั้นตอน และกระบวนการดำเนินงานที่มีเป้าหมายอย่างชัดเจนตั้งแต่ระดับองค์กรมาสู่ระดับหน่วยงาน

  • นำแผนงานไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งบริษัทจะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อประเมินผลการดำเนินงานโดยเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาการดำเนินงานต่อไป

 

หากองค์กรสามารถแก้ไข ‘ความท้าทาย’ ที่จะเกิดกับองค์กรได้ การดำเนินงานด้าน ‘ความยั่งยืน’ ขององค์กรน่าจะเป็นไปอย่างราบรื่น สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานได้เป็นอย่างดี

Share: