CBG-OSP รับอานิสงส์เทรนด์รักสุขภาพ ดันผลงานโตสวนกระแส หุ้นกลุ่มอาหาร

จากกระแสรักสุขภาพที่มาแรง ทำให้ตลาดเครื่องดื่ม Functional drink ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่ผสมวิตามินต่างๆ ส่งผลให้ยอดขายเติบโตก้าวกระโดดสวนทางกำลังซื้อในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัว ทำให้ผู้ประกอบการต้องส่งโปรโมชั่นหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดกันดุเดือด

 

CBG หรือ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และ OSP หรือ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) ถือเป็นสองผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดเครื่องดื่ม ซึ่งได้รับผลดีจากผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Functional drink เช่นเดียวกัน โดยคาดว่าจะช่วยสนับสนุนให้ผลประกอบการไตรมาส 2/63 เติบโตสวนกระแส และเติบโตต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปีเลยทีเดียว!!

 

CBG ไตรมาส 2 กำไรนิวไฮ

             

สำหรับ CBG เริ่มส่งผลิตภัณฑ์ลงตลาด Functional drink ในช่วงเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา เป็นการร่วมมือกันระหว่าง CBG และวู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา เปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ Woody C+Lock (วู้ดดี้ ซี+ ล็อค) ซึ่งผู้บริโภคให้การตอบรับดี ส่งผลให้ยอดขายเติบโตอย่างมาก นักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยผลักดันผลงานของ CBG ให้เติบโต โดยบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า แนวโน้มไตรมาส 2/63 บริษัทได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์จำกัด เพราะสัดส่วนรายได้กว่า 60% มาจากต่างประเทศซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศกลุ่ม CLMV และเริ่มรับรู้รายได้จาก C+Lock เต็มไตรมาส โดยคาดว่ากำไรไตรมาส 2/63 จะทำระดับสูงสุดใหม่ที่ 804 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 53.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 

 

ครึ่งปีหลังทำนิวไฮรายไตรมาส

 

ทั้งนี้ยอดขาย C+Lock มีโอกาสทำได้ดีกว่าเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้ที่ 100 ล้านขวด อย่างมีนัยสำคัญ ล่าสุดเดือนมิ.ย. ออกรสชาติใหม่ซึ่งจะรับรายได้เต็มที่ในไตรมาส 3/63 นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนจะจำหน่าย C+Lock ในกลุ่ม CLMV ซึ่งฝ่ายวิจัยมองว่าจะเป็น Upside ต่อประมาณการ ขณะเดียวกันรายได้จากการจำหน่ายเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศคาดว่าจะฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนรายได้จากจีนฟื้นตัวเต็มที่อาจเห็นการเติบโตทั้งจากไตรมาส 2/63 และไตรมาส 3/62 ซึ่งส่งผลดีต่อรายได้และ GMP ทำให้มีโอกาสที่ไตรมาส 3/63 กำไรจะทำ New high ต่อ สำหรับไตรมาส 4/63 กำลังการผลิตโรงบรรจุกระป๋องจะเพิ่มขึ้นอีกราว 25-30% ทำให้รายได้จาก CLMV กลับมาเติบโตสูงทั้งจากไตรมาส 3/63 และไตรมาส 4/62 เนื่องจากปัจจุบันกำลังการผลิตเริ่มเต็มแล้ว รวมถึงอาจออกเครื่องดื่ม Functional drink เพิ่มเติมอีก ทำให้กำไรไตรมาส 4/63 มีโอกาสทำ New high ต่อเช่นกัน

 

กำไรปี 2563 บล.หยวนต้า ประเมินไว้ที่ 3,356 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.9% จากปีก่อน และปี 2564 ประเมินที่ 3,647 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% ซึ่งยังไม่รวมรายได้จากการส่งออก C+Lock ไปยัง CLMV และไม่รวมกำลังการผลิตใหม่จากโรงบรรจุกระป๋อง รวมถึงธุรกิจบรรจุภัณฑ์ไว้ในประมาณการ  แต่การปรับไปใช้ราคาเป้าหมายสิ้นไตรมาส 2/64 ทำให้ราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 122.00 บาท จากเดิม 118 บาท ยังคงเหลือ Upside gain เพียง 8% สะท้อนว่าราคาตลาดได้สะท้อนปัจจัยบวกไปมากระดับหนึ่งแล้ว แม้ว่าฝ่ายวิจัยยังมีมุมมองบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการของ CBG และมีโอกาสปรับประมาณการขึ้น แต่ช่วงสั้นการปรับตัวขึ้นมาแรงและเร็วอาจเป็นจังหวะในการลดน้ำหนักบางส่วนเพื่อ Lock-in-profit

 

OSP ยอดขาย C-Vitt พุ่ง 99 ล้านชิ้น

             

ขณะที่ CBG มีแบรนด์ C+Lock ทาง OSP ก็มีแบรนด์ C-Vitt เช่นเดียวกัน โดย C-Vitt ถือเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิมจากผู้บริโภคอย่างยาวนาน ไตรมาส 1/63 สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 31.3% โดย คุณวรรณิภา ภักดีบุตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การระบาดของ Covid-19 ทำให้ผู้บริโภคหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลสุขภาพได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ C-Vitt มียอดขายสูงถึง 99 ล้านชิ้น ในไตรมาส 2/63 และยังช่วยผลักดันให้ตลาด functional drink เติบโตสูงต่อเนื่องด้วย ซึ่งบริษัทเชื่อว่าไตรมาส 3/63 ยอดขายยังเติบโตได้ต่อเนื่อง

 

กำไรปี 63 มี upside 5.9%

 

ด้านบล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเป็นบวกจากข้อมูลข้างต้น โดยเชื่อว่ายอดขาย C-Vitt ในปี 63 จะสูงกว่าที่คาดไว้ จากยอดขายไตรมาส 2/63 ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์และสูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดมาก ทั้งนี้ส่วนแบ่งการตลาดของ C-Vitt ในเดือนเม.ย-พ.ค. 63 อยู่ที่ 35.5% เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/63 ที่อยู่ที่ 31.3% โดยฝ่ายวิจัยปรับประมาณยอดขายปี 63 ของ C-Vitt อยู่ที่ 389 ล้านชิ้น จากเดิมที่คาดว่าจะทำได้ 297 ล้านชิ้น ซึ่งประมาณการยอดขายที่ปรับขึ้นจะช่วยเพิ่มกำไรสุทธิราว 3% ประกอบกับภาษี functional drink ที่ลดลงจาก 10% เป็น 3% จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย มองเป็น upside ต่อประมาณการกำไรสุทธิปี 63 ที่ 113 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9%

 

อย่างไรก็ตาม หากรวมปัจจัยทั้งยอดขาย C-Vitt ที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายที่ลดลงจากภาษี functional drink จะเป็น upside ต่อประมาณการกำไรสุทธิที่ 5.9% ซึ่งบล.เคทีบี (ประเทศไทย) อยู่ระหว่างปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 63 โดยแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 50.00 บาท อิง PER 38.0x ปัจจุบัน OSP เทรดอยู่ที่ PER29.9x 

 

 

แม้หลายธุรกิจจะได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์และกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัว ทำให้ผลงานไตรมาส 2/63 อาจออกมาไม่ดีนัก แต่ไม่ใช่กับ CBG และ OSP เพราะสถานการณ์ Covid-19 ที่ไม่แน่นอนทำให้ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ทำให้เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของวิตามินซี โดยเฉพาะ C+Lock และ C-Vitt ได้รับความนิยมสูง ช่วยสนับสนุนให้ผลงานของบริษัทเติบโตสวนกระแส

 

 

Share: