BDMS ผนึก วิริยะฯ ออกประกันสุขภาพเบี้ยถูก ตั้งเป้าเพิ่มรายได้จากประกันเป็น 40% ใน 3 ปี

เมื่อคนป่วยกับยาเป็นของคู่กัน ประกันสุขภาพกับโรงพยาบาลก็เป็นของคู่กันเช่นกัน ที่ผ่านมาเราจะเห็นบริษัทประกันหลายเจ้านำเสนอประกันสุขภาพออกมา ซึ่งนอกจากเบี้ยประกันและความคุ้มครองแล้ว สิ่งที่ผู้บริโภคพิจารณาคือ โรงพยาบาลคู่สัญญา ยิ่งเป็นโรงพยาบาลที่มีเครือข่ายจำนวนมาก การรักษามีมาตรฐาน ก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าดี

 

ตลาดประกันสุขภาพปีนี้ยังร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการระบาดของ COVID-19 ที่ทำให้คนต้องการซื้อประกัน COVID-19 แล้วยังสร้างความตระหนักและจุดประกายให้คนหันมาเลือกซื้อประกันสุขภาพมากขึ้นด้วย

 


ล่าสุด 2 บริษัทยักษใหญ่ในแวดวงธุรกิจประกันภัยและธุรกิจโรงพยาบาล อย่างบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS (เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ) ได้ประกาศร่วมมือกันเปิดตัวโครงการ "คุ้มครอง คุ้มค่า ราคาเพื่อคนไทย “Viriyah Healthcare by BDMS”" ประกันสุขภาพและอุบัติเหตุส่วนบุคคล เบี้ยเริ่มต้นเริ่มวันละ 17 บาท ได้รับความคุ้มครองแบบเหมาจ่าย วงเงินคุ้มครองสูงสุด 700,000 บาท ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งค่าแพทย์ ค่าการพยาบาล ค่ายา ค่าอุปกรณ์ในการตรวจวินิจฉัยโรคต่างๆ สามารถข้าไปใช้บริการในโรงพยาบาลในเครือ BDMS ได้ทั่วประเทศทั้ง 45 แห่ง



ทั้งนี้ปัจจุบัน วิริยะประกันภัย ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ อันดับ 3 ของ BDMS ด้วย สัดส่วน 5.97% หรือกว่า 948 ล้านหุ้น ความร่วมมือครั้งนี้ นอกจากจะได้ประโยชน์ทั้งสองบริษัทแล้ว ยังสร้างความแข็งแกร่งให้ของทั้งสองบริษัทให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น


นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เจ้าของและผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ของ BDMS กล่าวว่า เราอยากส่งเสริมให้คนไทยมีประกันสุขภาพเพื่อคุ้มครองเมื่อเจ็บป่วย ซึ่งปัจจุบันข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) คนไทยมีประกันสุขภาพไม่ถึง 10% ของจำนวนประชากรทั้งหมด เมื่อเจ็บป่วยต้องออกค่ารักษาพยาบาลเอง หรือใช้สวัสดิการของรัฐ ซึ่งหากนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลการรักษาพยาบาลต่อครั้งมีค่าใช้จ่ายเป็นหลักหมื่น เราจึงพยายามทำเบี้ยให้ถูกและการให้บริการที่ดี เพื่อให้คนไทยได้ประโยชน์มากที่สุด ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสธุรกิจของ BDMS




นางนฤมล น้อยอ่ำ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS กล่าวว่า การระบาดของ COVID-19 ทำให้คนไทยหันมาสนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ในฐานะที่เราเป็นผู้ให้บริการรักษาพยาบาลที่ใหญ่สุดในไทย อยากมีส่วนร่วมสนับสนุนการสร้างระบบประกันสุขภาพ อยากเห็นสัดส่วนเพิ่มเป็น 20-30% จากปัจจุบัน ซึ่ง BDMS มีความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจกับธุรกิจประกันภัย ทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อส่งมอบบริการทางการแพทย์ ล่าสุดคือ การร่วมกับวิริยะประกันภัยในโครงการนี้ นอกจากนี้ ยังได้รับความไว้วางใจจาก PING AN HEALTH บริษัทประกันที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดของจีน เพื่อขยายบริการด้านสุขภาพให้กับชาวจีนด้วย


“รายได้ของ BDMS 100% มาจากการทำประกันราว 31% ซึ่งรายได้ส่วนนี้เติบโตมาโดยตลอด จากในหลายปีที่ผ่านมาที่อยู่ราว 20% ซึ่งความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจประกันจะช่วยให้รายได้ส่วนนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้จากประกันขึ้นเป็นสัดส่วน 40% ภายใน 3 ปีจากนี้” นางนฤมลกล่าว


นายเกรียงศักดิ์ โพธิเกษม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้เกิดวิถีใหม่(New Normal) ในการใช้ชีวิต การทำงาน และให้ความสำคัญเรื่องการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง รวมทั้งมีการมองหาประกันสุขภาพมากขึ้น อย่างไรก็ดี ประกันสุขภาพในตลาดปัจจุบันราคาแพง และมีความซับซ้อน ดังนั้นบริษัทและ BDMS จึงมาหาคำตอบร่วมกันและพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพร่วมกัน เน้นราคาเหมาะสม เข้าใจง่าย ให้คนไทยส่วนใหญ่เข้าถึงได้ โดยเฉพาะคนที่ยังไม่เคยซื้อประกันสุขภาพมาก่อนหรือเป็นการซื้อประกันสุขภาพฉบับแรก



สำหรับ Viriyah Healthcare by BDMS มี 3 แผน แผน 1 เบี้ยเริ่มต้นวันละ 17 บาท ความคุ้มครอง 100,000 บาทต่อปี แผนที่ 2 วันละ 24 บาท ให้ความคุ้มครองถึง 300,000 ต่อปี และแผนสูงสุดเพียงวันละ 33 บาทได้รับความคุ้มครองถึง 700,000 บาท ต่อปี โดยเงื่อนไขความคุ้มครอง เป็นความคุ้มครองแบบเหมาจ่ายต่อรายปีไม่จำกัดจำนวนครั้งในแต่ละปี และได้รับผลประโยชน์ใหม่ต่อเนื่องทุกปี อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุและเจ็บป่วยแบบคนป่วยใน ตั้งแต่บาทแรก จนครบวงเงินสูงสุดที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ โดยให้ความคุ้มครองทุกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เริ่มต้นคุ้มครองอายุตั้งแต่ 16-60 ปี คุ้มครองต่อเนื่องถึง 80 ปี


“ไฮไลท์ของเรา คือ ราคา เบี้ยเริ่มต้นวันละ 17 บาท ประมาณ 500 บาท ต่อเดือน หรือ 6,000 บาทต่อปี ตัวเลขนี้มีที่มาจากการสำรวจของเราพบว่าราคานี้เป็นราคาที่ประชาชนทั่วไปในระดับ middle class สามารถเข้าถึงได้ ไม่ได้เป็นภาระจนเกินไป ซึ่งราคานี้กับความคุ้มครองและการรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลชั้นนำระดับโลกถือว่าเหมาะสม และอาจจะเป็นสินค้าที่ base to market ได้ และเชื่อว่าจะเป็น product champion ในตลาดประกันสุขภาพ” นายเกรียงศักดิ์กล่าว

 

สำหรับเป้าหมายการขยายประกันสุขภาพปีนี้ของบริษัท ตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันสุขภาพ 400 ล้านบาท หรือกว่า 100,000 กรมธรรม์ ไม่รวมกรมธรรม์ COVID-19 ปัจจุบันมีเบี้ยประกันสุขภาพกว่า 200 ล้านบาท จำนวน 12,000 กรมธรรม์ เติบโตจากปี 2562 ที่ 7,000 กรมธรรม์ เบี้ยประกันรวม 120 ล้านบาท ซึ่งการเปิดตัวแบบประกันใหม่ครั้งนี้ คาดว่าจะเข้ามาช่วยให้ตำนวนกรมธรรม์และเบี้ยประกันเพิ่มขึ้น ตั้งเป้าหมาย 100,000 กรมธรรม์ในช่วง 2-3 ปี และคาดว่าเบี้ยประกันสุขภาพของบริษัทจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 ล้านบาท ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ส่วนประกัน COVID-19 มียอดรวมกว่า 1 ล้านกรมธรรม์ เบี้ยประกันกว่า 600 ล้านบาท


อ่านประกอบ :
“หมอเสริฐ” ยอมหยุด...ล้มดีลซื้อ BH เผยดีลใหม่ล่าสุด... ธุรกิจประกัน!!!
(https://www.wealthythai.com/web/contents/WT200600329)


บล.ฟิลิป แนะทยอยซื้อ เป้าราคา 25 บาท

นอกจาก ความร่วมมือกับวิริยะประกันภัยข้างต้นแล้ว นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) มีมุมมองว่า BDMS ยังมีปัจจัยบวกรอข้างหน้า จากการจับมือ PING AN HEALTH บริษัทประกันรายใหญ่จากจีน เพื่อดึงประกันสุขภาพจีนมาไทย ที่จะเริ่มปลายปีนี้ จะช่วยหนุนตลาดเชิงรุกในจีน ขยายฐานลูกค้าและส่งต่อคนไข้จีนมาไทยมากขึ้น สามารถเข้ารับการรักษากับเครือ BDMS ได้ทั้ง 49 แห่ง เป็นผลดีต่อรายได้ค่ารักษาระยะยาว


ทั้งนี้แนะนำ “ทยอยซื้อ” ราคาพื้นฐาน 25.00 บาท (ราคาปิดเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2563 ที่ 22.20 บาท) แม้แนวโน้มไตรมาสที่ 2/2563 อ่อนตัวเทียบไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันปีก่อน ตามรายได้ที่ลดลง 25-35% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และ Margin ที่ลดลงจากมาตรการ Lockdown และปิดการเดินทางระหว่างประเทศ แต่คาดครึ่งปีหลังฟื้นตัวมากขึ้น จากเป็น High Season ในประเทศ และคาดว่าหลายประเทศผ่อนคลาย Lockdown ทำให้ต่างชาติกลับเข้าใช้บริการมากขึ้น คงประมาณรายได้ปีนี้ที่ 69,915 ล้านบาท กำไร 8,628 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.54 บาท ROE 10.30% แต่ปรับกำไรสุทธิปี 2564 ขึ้นเป็น 9,906 ล้านบาท รายได้อยู่ที่ 75,788 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.62 บาท ROE 11.48%

Share: