“จัดสรรเงินลงทุน” ต่างกัน...ทำให้ ‘ความมั่งคั่ง’ ต่างกัน!!!

ปัจจุบันประเทศไทยมีเครื่องมือการลงทุนครบครัน ไม่ว่าจะเป็น "หุ้น" หรือ "ตราสารหนี้" นอกเหนือจาก "เงินฝาก" ที่นักลงทุนไทยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีแล้ว


ที่สำคัญด้วยเครื่องมืออย่าง กองทุนรวมก็ทำให้โลกการลงทุนของคุณง่ายยิ่งขึ้น ด้วยเงินลงทุนที่ไม่มากก็สามารถเปิดประตูการลงทุนสู่ สินทรัพย์ ประเภทต่างๆ ที่เป็นการลงทุนหลักครบถ้วนแล้ว


อย่างไรก็ตาม มีคนเพียงจำนวนน้อยเท่านั้นที่สามารถจะสร้างความมั่งคั่งได้จริงๆ จากเครื่องมือที่มีอยู่เหล่านี้ ในขณะที่มีคนจำนวนมากที่ยังไม่ได้เข้ามาลงทุน กลับปล่อยให้เงินส่วนใหญ่ทิ้งไว้ในธนาคารเพื่อรับดอกเบี้ย  ‘ไม่เต็มบาทประมาณ 0.25% ต่อปี เท่านั้นในส่วนของเงินฝากออมทรัพย์  ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายผลตอบแทนที่เราทอดทิ้งกันไป


วันนี้ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเคล็ด (ไม่ลับ) ในการจัดสรรเงินลงทุนง่ายๆ เพื่อทำให้เงินในกระเป๋าของคุณงอกเงยมาฝากกัน

 

 

ปรับสมดุลสินทรัพย์เสี่ยงและสินทรัพย์มั่นคง’...ให้เหมาะกับสไตล์ของคุณ

ถ้าคุณมองย้อนกลับไปในทิศเบื้องหน้าของเรา คือ พ่อแม่ผู้มาก่อน แล้วเปรียบเทียบกับเพื่อนฝูงของพ่อแม่ คุณจะพบว่า คนเหล่านั้นหลายๆ คนมีความสามารถพอๆ กัน มีการทำงาน มีความขยันหมั่นเพียรพอๆ กัน มีความประหยัดและอดทนพอๆ กัน


แต่เมื่อเวลาผ่านไป คนเหล่านั้นมีความมั่งคั่งไม่เหมือนกัน บางคนรวยมากๆ บางคนก็ยังเป็นชนชั้นกลางอยู่ ทั้งนี้ความแตกต่างนั้นเกิดจากการจัดการลงทุนที่แตกต่างกันนั่นเอง


“หนึ่งในปัญหาที่นักลงทุนส่วนใหญ่ต้องเผชิญ คือ ไม่รู้ว่าจะจัดสรรเงินลงทุนของตัวเองยังไง รู้แล้วล่ะว่า...ต้อง กระจายการลงทุน (Asset Allocation)’ แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี โดยอาศัยสินทรัพย์หลักพื้นฐานระหว่าง หุ้น กับ ตราสารหนี้ก็มีกลยุทธ์ในการจัดสรรเงินง่ายๆ 5 แบบ ที่ใช้กันโดยทั่วไป ที่น่าจะตอบโจทย์นักลงทุนได้เป็นอย่างดี”

 

 

สำหรับนักลงทุนที่ลงทุนใน กองทุนรวมทั่วไป หรือจะลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)” ตลอดจน กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)” โดยเฉพาะกลุ่ม ลูกค้าเงินฝาก ก็สามารถที่จะใช้กลยุทธ์ทั้ง 5 นี้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนของตัวเองได้เช่นกัน


-นักลงทุนที่มีอายุมากหรืออยู่ในช่วงวัยปลายทำงาน (Late Career Life)’ หรือ เป็นนักลงทุนประเภทระมัดระวังที่พยายามหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ควรจะเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มี ความเสี่ยงต่ำ โดยลงทุนในตั๋วเงินคลัง 40%,ตราสารการเงิน 35% ,พันธบัตรรัฐบาล 15% และหุ้นกู้บริษัทเอกชน 10%


-นักลงทุนที่มีอายุปานกลางหรือ อยู่ในวัยกลางของการทำงาน (Mid Career Life)’ หรือเป็นนักลงทุนประเภทระมัดระวัง แต่ยอม รับความเสี่ยงได้บ้างเพื่อผลตอบแทนเฉลี่ยที่สูงกว่า อาจจะเลือกลงทุนที่คละกันไปในสินทรัพย์หลายๆ ประเภท โดยให้น้ำหนักการลงทุนที่ สมดุล ระหว่างสินทรัพย์เสี่ยง (หุ้น) และสินทรัพย์มั่นคงสูง (ตราสารหนี้)


“ทั้งนี้การยอมรับความเสี่ยงในระดับที่สูงก็มีโอกาสที่จะทำให้ผู้ลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนในระดับที่สูงด้วยเช่นเดียวกัน”


-นักลงทุนที่มีอายุน้อยหรืออยู่ในวัยต้นของการทำงาน (Early Career Life)’ ผู้ลงทุนอาจจะเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากกว่า เพราะเมื่อลงทุนแล้วเกิดผลขาดทุนสูญเสียเงินต้นก็ยังมีเวลาที่จะเริ่มต้นใหม่ได้อีก นั่นเอง


ท้ายสุดคงไม่มีสูตรสำเร็จที่ตายตัวสำหรับใครคนใดคนหนึ่ง แต่ทั้ง ‘5 กลยุทธ์การจัดสรรเงินง่ายๆ นี้ ก็น่าจะเป็นไอเดียหรือแนวทางในการจัดพอร์ตให้กับคุณได้ในระดับหนึ่ง ลองก้าวขยับออกจากเงินฝากเพื่อโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าสำหรับตัวคุณเอง หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อยครับ

Share: