“บลจ.กสิกรไทย”...เพิ่ม Share Class ‘กอง LTF’ ให้ซื้อขายได้ทุกวัน

 

“บลจ.กสิกรไทย”...เพิ่ม Share Class ใน ‘กอง LTF’ สำหรับเป็นทางเลือกให้กับผู้ลงทุนที่ยังคงสนใจในกองทุน LTF เดิม แม้ไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้อีก โดยเปิดโอกาสให้ซื้อขายได้ทุกวันทำการ พร้อมยกเว้นค่าธรรมเนียมการขายจนถึงวันที่ 30 ก.ย.นี้ พร้อมคงเป้าหมาย SET Index ปลายปีไว้ที่ระดับ 1,400 จุด

 

น.ส.ธิดาศิริ ศรีสมิต Chief Investment Officer บลจ.กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่ ‘กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (Long-Term Equity Fund: LTF)’ ได้สิ้นสุดการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเมื่อปลายปีที่ผ่านมานั้น ผู้ลงทุนส่วนใหญ่ยังคงต้องการลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนแบบเดียวกับกองทุน LTF เดิม แม้จะไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้อีก ทั้งนี้บริษัทจึงได้เพิ่ม Share Class ‘กอง LTF’ จำนวน 8 กองทุน ได้แก่

 

-‘กองทุนเปิดเค หุ้นระยะยาว-A ชนิดสะสมมูลค่า (KEQLTF-A(A))’

-‘กองทุนเปิดเค Mid Small Cap หุ้นระยะยาว-A ชนิดสะสมมูลค่า (KMSLTF-A(A))’

-‘กองทุนเปิดเค มินิมั่ม โวลาติลิตี้ หุ้นระยะยาว-A ชนิดสะสมมูลค่า (KMVLTF-A(A))’

-‘กองทุนเปิดเค เซ็ท 50 หุ้นระยะยาว-A ชนิดสะสมมูลค่า (KS50LTF-A(A))’

-‘กองทุนเปิดเค หุ้นระยะยาวปันผล-A ชนิดจ่ายเงินปันผล (KDLTF-A(D))’

-‘กองทุนเปิดเค 70:30 หุ้นระยะยาวปันผล-A ชนิดจ่ายเงินปันผล (K70LTF-A(D))’

-‘กองทุนเปิดเค 20 ซีเล็คท์หุ้นระยะยาวปันผล-A ชนิดจ่ายเงินปันผล (K20SLTF-A(D))’

-‘กองทุนเปิดเค โกรทหุ้นระยะยาวปันผล-A ชนิดจ่ายเงินปันผล (KGLTF-A(D))’

เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการ และเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นไทย

 

                

ธิดาศิริ ศรีสมิต

 

“สำหรับ ‘กอง LTF’ ทั้ง 8 กองทุน จะมีนโยบายการลงทุน รวมถึงกลยุทธ์การบริหารจัดการเช่นเดียวกับกองทุน LTF เดิม ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของการเพิ่ม Share Class ในครั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้กับผู้ที่ยังคงชื่นชอบนโยบายการลงทุนของ ‘กอง LTF’ เดิม และเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดหุ้นไทยได้เข้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนชนิดสะสมมูลค่า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสะสมผลตอบแทนจากส่วนต่างของราคา (Capital Gain) ส่วนกองทุนชนิดจ่ายเงินปันผล เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรับผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอในรูปแบบของเงินปันผล ทั้งนี้บริษัทจะยกเว้นค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุนถึงวันที่ 30 ก.ย. 20 และหลังจากนั้นจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวในอัตรา 1.00% ของมูลค่าหน่วยลงทุน”

           

น.ส.ธิดาศิริ ยังกล่าวอีกว่า ตลาดหุ้นไทยช่วงครึ่งปีหลังบริษัทมองเป้าหมายดัชนีไว้ที่ระดับ 1,400 จุด แต่ทั้งนี้ขึ้นกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังด้วย เนื่องจากมีหลายประเทศที่การระบาดยังมีความรุนแรงอยู่ สำหรับผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 ที่คาดว่าส่วนใหญ่จะออกมาค่อนข้างแย่นั้น ตลาดน่าจะรับรู้อยู่แล้ว ซึ่งสิ่งที่สำคัญมากกว่าคือ มุมมองของบริษัทจดทะเบียนต่อผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลัง โดยยอมรับว่ายังคงคาดการณ์ค่อนข้างลำบากเนื่องจากขึ้นกับสถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 การฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการเปิดประเทศ



“อย่างไรก็ตาม คาดว่าตลาดหุ้นน่าจะผ่านระดับต่ำสุดไปแล้วในไตรมาสที่ 2 จากการมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องของธนาคารกลางทั่วโลกทำให้สภาพคล่องอยู่ในระดับสูง”



สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจ ‘กอง LTF’ ทั้ง 8 กองทุน สามารถเริ่มต้นลงทุนได้เพียง 500 บาท

Share: