ออมหุ้น CPF หุ้นไก่ที่กำลังจะบิน กับผลตอบแทน 5 ปี ทะลุ 30%

กลับมาอีกครั้งสำหรับการลงทุนแบบ DCA หรือการออมหุ้นรายเดือน และในครั้งนี้ที่เรากลับมาพบผู้อ่าน Wealthy thai คือ การนำหุ้นที่น่าสนใจ กลับมาทดลองด้วยระบบการลงทุนด้วยการลงทุนในรูประยะยาวด้วยการซื้อสะสมรายเดือนจะให้ผลตอบแทนขนาดไหน กับหุ้นตัวแรกที่เราเลือกคือ หุ้น CPF หรือบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)

           

ความน่าสนใจของหุ้น CPF ที่อาจจะเข้า DCA ได้ คือ เป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่มีบทวิเคราะห์อยู่มากมาย ทำให้เรามีผู้ช่วยในการติดตามหุ้นตามปัจจัยพื้นฐานของบริษัทว่าดีหรือไม่ และในขณะเดียวกัน หุ้น CPF ไม่ได้มีราคาต่อหุ้นที่สูงมากเกินไป สามารถใช้เงินระดับ 5,000 บาท เข้าสะสมหุ้นได้ในทุกเดือน

           

ซึ่งจากการทดลองของเรา Wealthy Thai พบว่า การ DCA หุ้น CPF ในช่วงที่ผ่านมาด้วยเงิน 5,000 บาทเป็นเวลา 5 ปี ทำให้พอร์ตลงทุนมากำไรสูงถึง 119,471 บาท หรือกำไร 36% ไม่นับรวมเงินปันผลที่ได้รับผลตอบแทนอีก 26,728 บาท


 

หุ้น CPF ยังมีอนาคตที่ดี

           

ในด้านปัจจัยพื้นฐาน บล.กรุงศรี แนะนำให้ “ซื้อ” หุ้น CPF ราคาเป้าหมาย 36.25 บาท C.P. Pokphand Co., Ltd. หรือ CPP ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ CPF รายงานว่ากำไรของในช่วงครึ่งแรกของปี 2020 จะอยู่ที่ราว 310-330 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่ากำไร 82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว (www.settrade.com) ทั้งนี้คาด CPP จะสร้างกำไรให้กับ CPF มากกว่า 2 พันล้านบาท ในไตรมาส 2/63 


  

CPF นั้นมีการถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมรวม 52.24% ใน CPP ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (“HKEX”) จากประกาศดังกล่าว เราคาดว่า CPP จะสร้างกำไรราว 2.0-2.2 พันล้านบาท (หลังหักกำไรสุทธิของ CPP ในไตรมาส 1/63 ที่ 188 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับ CPF ใน ไตรมาสที่ 2/63  ซึ่งได้รับปัจจัยหนุนจากราคาสุกรที่สูงขึ้นมากในเวียดนามในไตรมาส 2/63 มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าซึ่งจะช่วยให้อัตรากำไรสุทธิ (profit margin) สูงขึ้น และมีรายการกำไรจากสินทรัพย์ชีวภาพ (biological assets) ในธุรกิจฟาร์มหมูในเวียดนาม

 

กำไรไตรมาส 2  จะใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดไว้
  

ทั้งนี้ตลาดคาดการณ์กำไรสุทธิของ CPF ในไตรมาส 2/63 ที่ระดับประมาณ 5.0-6.0 พันล้านบาท ล่าสุดราคาสุกรในเวียดนามเพิ่มขึ้นราว 20% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในไตรมาสที่ 2 สู่ระดับ 88,000-90,000 ดงต่อกิโลกรัม ในขณะที่ราคาสุกรในประเทศเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 81-82 บาทต่อกิโลกรัม หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 15% ส่วนราคาไก่ในประเทศได้เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 34 บาทต่อกิโลกรัม หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 8%


  

สะท้อนว่าความต้องการเนื้อสัตว์ได้ฟื้นตัวหลังจากการเปิดเมืองเพื่อดำเนินธุรกิจอีกครั้ง ดังนั้นกำไรในไตรมาส 3/63 นั้นมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้ดีทั้ง yoy และ qoq จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” และให้ราคาเป้าหมาย 36.25 บาทต่อหุ้น จากการเติบโตของกำไรที่น่าสนใจในปีนี้ กำหนดราคาเป้าหมายของเราเทียบเท่า 16x FY20F core EPS

 

Share: