รู้จัก Pfizer ผู้คิดค้นวัคซีน COVID-19 กับมาร์เก็ตแคปที่มากกว่า 6 ล้านล้านบาท

ต้องยอมรับว่านานีนี้สิ่งที่ทุกคนทั่วโลกรอคอยคือ ความคืบหน้าเรื่องวัคซีน Covid-19 ซึ่งล่าสุด Pfizer และพาร์ทเนอร์ BioNTech ประกาศความสำเร็จจากการทดลอง เฟส 3 เมื่อคืนวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งจะเริ่มใช้งานได้จริงในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพ.ย.นี้  โดยในปี 2563 ทางบริษัทคาดว่าจะผลิตวัคซีนได้มากถึง 50 ล้านโดส และสูงถึง 1,300 ล้านโดสในปี 2564

 


Dr. Albert Bourla, Pfizer Chairman and CEO กล่าวว่า โดยผลจากการทดลอง ในเฟสล่าสุด Pfizer ได้ทดลองผู้ป่วยเพิ่มอีก 43,538 ราย โดยใช้คนที่มีภูมิหลังทางสุขภาพและชาติพันธุ์ที่แตกต่างกัน เพื่อให้ได้ผลการทดลองที่แม่นยำและใช้งานได้จริง ซึ่งทางบริษัทประเมินว่าจะได้ผลประมาณ 90% โดยวันที่ยาเห็นผลมากที่สุดคือประมาณวันที่ 7 หลังจากได้รับยาครั้งที่ 2 ซึ่งภายหลังได้รับวัคซีนแล้ว ทาง Pfizer จะติดตามและให้วัคซีนต่อเนื่องอีก 2 ปีหลังจากนี้

 

"วันนี้เป็น Great Day สำหรับมวลมนุษชาติหลังจากที่เราได้ผลการทดลองวัคซีค Covid-19 เฟสที่ 3 โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่หลายๆ ประเทศ การระบาดของ Covid-19 ทำสถิติใหม่อีกครั้ง ความสำเร็จในครั้งนี้จึงน่าจะช่วยหยุดวิกฤตินี้ได้ ซึ่งผลจากทดลอง 94 รายพบว่า จะเห็นผลประมาณวันที่ 7 หลังจากได้รับยาครั้งที่ 2 ซึ่งหมายความว่าการป้องกันจะได้ผลมากที่สุดคือ ภายใน 28 วัน หลังจากฉีดวัคซีนเข็มแรก นอกจากนี้มีบางส่วนที่ตัวยาจะเห็นผล 14 วัน หลังจากการได้รับยาครั้งที่ 2" Dr. Albert Bourla กล่าว

 


เมื่อ Covid-19 ยังอยู่กับเรา สิ่งที่ดูเป็นความหวังมากที่สุดคือ วัคซีนต้านไวรัส Covid-19” วันนี้ Wealthy Thai เลยอยากชวนผู้อ่านมาทำความรู้จักกันหุ้นบริษัทผู้ผลิตยาต้านไวรัสโคโรนาอย่าง “Pfizer” หรือ Pfizer INC.

 

Pfizer หรือไฟเซอร์ เป็นบริษัทยาสัญชาติอเมริกันที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจาก Johnson & Johnson เท่านั้น โดย Pfizer เทรดอยู่ในตลาดหุ้นนิวยอร์ค หรือ NYSE โดยปัจจุบันมีมาร์เก็ตแคป 217,889 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงที่ทดลองวัคซีนครั้งแรกในเดือนก.ค.63 ที่มีมาร์เก็ตแคป 203,806.713 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทย 6,374,055 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน 31.725 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ) และปัจจุบัน ราคาหุ้น Pfizer ปิดตลาด (9 พ.ย.63) อยู่ที่ 39.20 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ปรับเพิ่มขึ้น 2.80 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 7.69%

 

 

เส้นทางของ Pfizer เริ่มจากการผลิตยารักษาโรคพยาธิลำไส้ สาขาแรกตั้งอยู่ที่นิวยอร์ค สหรัฐฯ ก่อนจะมาสร้าง Milestone สำคัญในการเป็นผู้ผลิต เพนนิซิลิน” ยาปฏิชีวนะตัวแรกของโลกในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ Pfizer บริษัทยาเล็กๆ กระโดดขึ้นมาเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมยาปฏิชีวนะและยาต้านเชื้อโรคในปัจจุบัน

 

 

สำหรับการทดลองเมื่อ 4 เดือนที่แล้ว Pfizer ทดลองยาวัคซีนต้านไวรัส ร่วมกับ BioNTech บริษัทไบโอเทคจากเยอรมนี ผลิตยาต้านซีรีส์ “BNT162” ซึ่งมี 2 ตัวที่สำเร็จเป็นรูปเป็นร่างคือ BNT162b1 และ BNT162b2 โดยขั้นตอนการทดลองทั้งหมด Pfizer เริ่มพัฒนามาตั้งแต่เดือนม.ค.-ก.พ. 63 หรือในช่วงมีข่าวการระบาดของไวรัส Covid-19 เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน

 


 

 

สหรัฐฯ สั่งจองยาต้านไวรัส BNT162 เต็มกำลังการผลิตในปีแรก

 

โดยกว่าจะออกมาเป็นวัคซีน BNT162 ทดลองพัฒนาวัคซีน เช่น การฉีดโปรตีนเข้าเซลล์ ใชวิธีการสกัดวัคซีนใหม่ถึง 4 ตัว ซึ่งสาเหตุที่สามารถ “ผลิตยาต้านไวรัส” ได้อย่างรวดเร็ว ก็เพราะว่าทีมวิจัยของ Pfizer และ BioNTech ใช้โมเดลยาต้านไวรัสซาร์สเป็นตัวหลัก

 

ซึ่งนอกจากเสร็จทันตาม Road map คือ ทดลองวัคซีนในคนในเดือนก.ค.2563 แล้ว สหรัฐซึ่งเป็นผู้ออกกฎหมาย fast track ในการผลิตวัคซีนผ่านองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้สั่งจองวัคซีน 100 ล้านโดส โดยใช้เงินกว่า 1,950 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2563 (ทั้งนี้สหรัฐมีแผนเพิ่มคำสั่งซื้อหากสถานการณ์ Covid-19 ในประเทศไม่ดีขึ้น) และเมื่อได้รับยาต้านวัคซีนล็อตแรก รัฐบาลสหรัฐฯ จะแจกวัคซีนฟรีให้กับประชาชน! และวางแผนเพิ่มคำสั่งซื้อยาต้านไวรัส BNT162 อีก 300 ล้านโดสในปี 2564

 

Pfizer เตรียมกำลังการผลิต 1,300 ล้านโดสในปีหน้า

 

สำหรับกำลังการผลิตยาต้านไวรัส Covid-19 ทั้งหมดของ Pfizer เดิมคาดว่าในปีนี้จะผลิตได้ 100 ล้านโดสในปี 2563 แต่ติดเรื่องการทดลองให้เห็นประสิทธิผลมากที่สุด ในปีนี้จึงผลิต 50 ล้านโดสก่อน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,300 ล้านโดส สำหรับประเทศทั่วโลกในปี 2564 จากเดิมที่คาดว่าจะผลิตได้ 1,200 ล้านโดส ผ่านโรงงานทั้งหมด 6 แห่งในสหรัฐ (3 แห่ง) เบลเยี่ยม (1 แห่ง)  และเยอรมนี (2 แห่ง)

 

ซึ่งก่อนอื่นต้องบอกว่า ค่ายยายักษ์ใหญ่ในตอนนี้ที่กำลังพัฒนาและทดลองต้านไวรัสในคน มีหลักๆ 3 แห่งคือ Pfizer , Moderna และ AstraZeneca แต่ใน 3 รายนี้ Pfizer เป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุด และมีความคืบหน้าในการทดลองวัคซีนมากที่สุด

 

 

อนาคตของหุ้น Pfizer

 

ในด้านความเคลื่อนไหวของหุ้น ช่วง Covid-19 ยิ่งทำให้ Pfizer น่าสนใจมากขึ้น จากเดิมที่เป็น Rising star ในสายตานักลงทุนที่ต่างประเทศจับตามอง เนื่องจากในแต่ละปีทำรายได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย Barron’s ในเครือธุรกิจของ Dow Jones รายงานว่า ไตรมาส 2 ที่ผ่านมา นักลงทุนขนาดใหญ่ต่างโยกเงินเข้าลงทุนในหุ้นยายักษ์ใหญ่อย่าง Pfizer เมื่อสหรัฐประกาศซื้อยาต้านไวรัส BNT162 จาก Pfizer 100 ล้านโดส ทำให้หุ้น Pfizer ติด Top10 หุ้นที่มีความเคลื่อนไหวสูงสุดของวันในดัชนีดาวโจนส์ในช่วงที่มีการประกาศความคืบหน้าวัคซีน โดยราคาหุ้นที่ปรับขึ้น รับผลบวกข่าวความคืบหน้าวัคซีน Covid-19 ที่จะผลิตได้ทันตามกำหนดการในช่วงปลายปี 2563

 

และแผนการลงทุนในอนาคต นอกจากการเติบโตจากการผลิตยาปฏิชีวนะ ซึ่งแทบจะผูกขาดตลาดแล้ว บวกกับการมีพาร์ทเนอร์ในธุรกิจไบโอเทค ล่าสุดทาง Pfizer เข้าควบรวมกิจการบริษัทยา Mylan จากเดิมที่ Pfizer เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ 57% โดย Mylan นั้น เป็นบริษัทยาขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งที่เทรดอยู่ในตลาดหุ้น NASDAQ สหรัฐ และมีสัดส่วนการลงทุนจากนักลงทุนสถาบันมากถึง 50%

 


เพราะฉะนั้นจากข้อมูลหุ้น Pfizer เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ยืนยันว่า หุ้นเฮลท์แคร์กำลังทะยานขึ้นในอนาคต แทบจะชนะทุกปัจจัยลบ เพราะสุขภาพคือพื้นฐานของชีวิต

 

 

 



ที่มา :

https://investors.pfizer.com/investors-overview/default.aspx

https://www.pfizer.co.th/th/node/2271

https://www.fool.com/investing/2020/07/07/does-pfizers-covid-19-vaccine-make-the-big-pharma.aspx

https://www.fool.com/investing/2020/01/25/is-mylan-stock-a-buy.aspx
https://www.barrons.com/articles/contrarian-sold-walmart-merck-pfizer-stock-bought-lilly-51594920656

https://www.shareinvestor.com/sg

https://www.investing.com/

 

Share: