ค่าชดเชยนอนโรงพยาบาล รายได้ไม่สะดุด วันที่เราเจ็บป่วย

ในการวางแผนการเงินและจัดการความเสี่ยงส่วนบุคคลนั้น นอกเหนือจากความคุ้มครองด้านค่ารักษาพยาบาลที่มีความสำคัญและควรพิจารณาวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว อีกหนึ่งความคุ้มครองที่น่าสนใจ คือ HB (Hospital Benifits) หรือ ค่าชดเชยรายวันการเข้ารักษาในโรงพยาบาล ซึ่งมีจุดเด่นคือ สามารถช่วยบรรเทาความกังวลเรื่องรายได้ที่ขาดหายไปในแต่ละวัน ขณะที่เราต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล  หากเรามีประกันค่าชดเชยไว้ ถึงแม้เราจะป่วยกาย แต่ก็ยังสบายใจได้ในระดับหนึ่ง  ว่ายังคงมีค่าชดเชยเข้ามาช่วยบางส่วน เสมือนวันที่เราทำงาน  ทั้งนี้ บริษัทประกันจะจ่ายค่าชดเชยรายวันให้ (โดยไม่เกี่ยวข้องกับค่ารักษาพยาบาล) ตามวันที่เข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาล ขึ้นอยู่กับแผนประกันที่เลือก และเงื่อนไขของแต่ละบริษัท

 

 

แล้วบุคคลใดควรมีค่าชดเชยรายวันบ้าง?

ในเบื้องต้น อาจพิจารณาจากลักษณะงานที่ทำ ตำแหน่งหน้าที่การงาน แหล่งที่มาของรายได้ เช่น  หากเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ(ฟรีแลนซ์)  เป็นพนักงานได้รับค่าจ้างเป็นรายวัน หรือเป็นพนักงานขาย  ซึ่งรายได้ขึ้นอยู่กับการไปทำงานในแต่ละวัน หรือได้รับตามผลงานที่ทำสำเร็จ  


หรือกรณีเจ้าของกิจการ ที่ต้องควบคุมดูแลกิจการด้วยตนเองเป็นหลัก  ซึ่งรายได้ขึ้นอยู่กับความรู้ ความน่าเชื่อถือ ความเชี่ยวชาญส่วนบุคคล โดยไม่อาจหาผู้อื่นมาทดแทนได้โดยง่าย


บุคคลเหล่านี้ ควรพิจารณาเรื่องค่าชดเชยเป็นพิเศษ เพราะในวันที่เจ็บป่วย ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และไม่สามารถไปทำงานได้ตามปกติ  นั่นหมายถึงรายได้ส่วนใหญ่หรือทั้งหมด ที่หายไปในทันทีด้วย 

 

 

แล้วควรจะมีค่าชดเชยเท่าไหร่ ?

เราสามารถคำนวณค่าชดเชยรายวันที่เหมาะสม ให้กับตนเองเบื้องต้น จากการประเมินรายได้เป็นรายวัน เช่น คุณก้าวหน้า เป็นฟรีแลนซ์ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 45,000 – 60,000 บาท (ขึ้นอยู่กับปริมาณงานที่รับในแต่ละเดือน ) จึงวางแผนซื้อความคุ้มครองค่าชดเชยไว้ 1,500 บาทต่อวัน  กรณีที่คุณก้าวหน้าต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลรวมเป็นเวลาทั้งหมด 3 วัน บริษัทประกันก็จะจ่ายค่าชดเชย 1,500 x 3 =  4,500 บาท  


*ในกรณีที่เบี้ยประกันค่าชดเชย สูงเกินกว่าที่จะชำระเบี้ยต่อเนื่องได้  อาจพิจารณาปรับลดวงเงินค่าชดเชยลงมา แต่อย่างน้อย ควรเป็นจำนวนที่สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายในแต่ละวันได้


ทั้งนี้ พนักงานที่ได้รับเงินเดือนประจำ ซึ่งโดยทั่วไปมีสิทธิ์ลาป่วยได้ไม่เกิน 30 วัน โดยที่นายจ้างจะยังจ่ายเงินเดือนให้เหมือนเดิม หรือมีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลบางส่วนให้อยู่แล้ว    ก็อาจพิจารณาค่าชดเชยรายวัน  เพื่อเป็นส่วนเสริมสำหรับค่าใช้จ่ายห้องพักในโรงพยาบาล หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอื่นๆ   และยังสามารถช่วยบรรเทาภาระทางการเงินได้บางส่วน หากเกิดกรณีที่ไม่คาดคิดขึ้น จนไม่สามารถกลับไปทำงานได้ดังเดิม เช่น ประสบอุบัติเหตุ หรือการเจ็บป่วยรุนแรง ที่ต้องรับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างยาวนาน  ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานและรายได้ ตามมาได้ เป็นต้น


ดังนั้นแล้ว เราควรวางแผนจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เหมาะสมและครอบคลุมไว้ล่วงหน้า  ทั้งในส่วนของ ประกันคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล   คุ้มครองโรคร้ายแรง คุ้มครองทุพพลภาพ และประกันค่าชดเชยรายวัน ที่ได้กล่าวมาข้างต้น เพื่อช่วยรองรับเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง ลดความสูญเสีย และช่วยบรรเทาผลกระทบทางการเงินให้กับเราและครอบครัว     โดยอาจปรึกษานักวางแผนการเงิน หรือตัวแทนประกันชีวิต ที่สามารถช่วยวางแผนให้กับเราได้

Share: