ORI ติดปีกผลงานครึ่งหลังเด่น ดันราคาหุ้นพุ่งสูงเป็นอันดับ 2 กลุ่มอสังหาฯ

แน่นอนว่าการระบาดของ COVID-19 ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต้องซบเซาอย่างมาก ซึ่งกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก แต่ล่าสุดพบว่าราคาหุ้นของ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ตั้งแต่ต้นไตรมาส 3/63 ถึงปัจจุบัน (24 ก.ค.63) ปรับเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น


โดย Wealthy Thai ได้สำรวจข้อมูลผ่าน setsmart.com พบว่า ราคาหุ้น ORI ตั้งแต่ต้นไตรมาส 3/63 ถึงปัจจุบัน ปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ โดยปิดการซื้อขายของวันดังกล่าวที่ 6.70 บาท เพิ่มขึ้น 22.94% จากราคาปิดสิ้นไตรมาส 2/63 โดยเป็นรองเพียง PACE เท่านั้นที่ทำราคาหุ้นเพิ่มสูงเป็นอันดับ 1 ที่ 50.00% จากราคาปิดสิ้นไตรมาส 2/63 แล้วอะไรทำให้ราคาหุ้น ORI เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น วันนี้เราจะเล่าให้ฟัง

 

 

ORI ถือเป็นหนึ่งในหุ้นที่มีค่า P/E อยู่ในระดับต่ำเพียงแค่ 5.66 เท่า ถือเป็นค่า P/E ที่ต่ำสุดเป็นอันดับ 11 ของหุ้นอสังหาริมทรัพย์  นอกจากนี่ยังเป็นหุ้นที่มีอัตรากำไรสุทธิช่วงไตรมาส 1/63 มากสุดเป็นอันดับ 6 ของกลุ่มฯ อยู่ที่ 23.36 เท่า ซึ่งเป็นรองเพียง SF, AMATAV, NNCL, GLAND และCPN


ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นและ outperform SET +20% ในช่วง 3 เดือน จาก presales ช่วงไตรมาส 2/63 ยังทำได้ดี ซึ่งจะช่วยหนุนยอดโอนปีนี้เพิ่มขึ้นอีก รวมทั้งแนวโน้มกำไรที่จะดีขึ้นต่อเนื่องในไตรมาส 3-4/63 และกลับมาเติบโตได้ในปี 64 โดยมีจุดเด่นจาก backlog ที่รอโอนในปี 63 ด้านราคาหุ้นปัจจุบัน valuation ยังต่ำสุดในกลุ่มที่ 2020E PER ที่ 6.4 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 11 เท่า อ้างอิงจากบริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด                             

พร้อมทั้งยังระบุอีกว่า ยังคงแนะนำ “ซื้อ” ORI ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 7.70 บาท จากเดิมที่ 7.30 บาท ยังคงอิง 2020E PER ที่ 7.8 เท่า เนื่องจาก ปรับกำไรปี 63 ขึ้น โดยมี key catalyst จากยอด presales งวด ไตรมาส 2/63  ที่ยังทำได้ดี และส่วนใหญ่เป็นโครงการพร้อมโอน ส่งผลให้ backlog ที่จะรับรู้รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น ขณะที่แนวโน้มกำไรครึ่งปีหลัง 63 ที่จะปรับตัวดีขึ้นมากจากคอนโดใหม่ที่เริ่มโอนมากขึ้น


ทั้งนี้ยอด presales ช่วงไตรมาส 2/63 ยังทำได้ดีที่ 6.3 พันล้านบาท เติบโต 31%จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 13%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากฐานสูงในปี 62 ที่มีการเปิดโครงการใหม่มาก ขณะที่ไตรมาส 2/63 ไม่ได้มีการเปิดโครงการใหม่ โดย presales ที่ทำได้ส่วนใหญ่เป็นโครงการพร้อมโอนราว 90% ซึ่งสามารถโอนได้ในปีนี้ ส่งผลให้จะมี backlog ที่โอนปีนี้เพิ่มขึ้นอีกราว 5.6 พันล้านบาท  และรวมงวดครึ่งแรกปี 63 ทำ presales รวมที่ 1.12 หมื่นล้านบาท ลดลง 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคิดเป็น 48% จากเป้าทั้งปีที่ ORI ประเมิน 2.15 หมื่นล้านบาท ลดลง 26%จากปีก่อน


โดยครึ่งแรกปี 63 เปิดโครงการใหม่เพียง 2 โครงการแนวราบ มูลค่ารวม 3.3 พันล้านบาท ส่วนครึ่งหลังปี 63 มีแผนจะเปิดโครงการใหม่เพิ่มอีก 12 โครงการ มูลค่ารวม 1.67 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นคอนโด 4 โครงการ มูลค่ารวม 7.9 พันล้านบาท ส่งผลให้ประเมินยอด presales จะทำได้สูงกว่าเป้าหมายเป็น 2.4-2.5 หมื่นล้านบาท


ประเมินกำไรปกติไตรมาส 2/63 ไม่ได้ชะลอตัวมากเหมือนคาด ยังเติบโตจากไตรมาสก่อนได้ โดยประเมินกำไรสุทธิ ที่ 520 ล้านบาท ลดลง ลดลง 30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 13%จากไตรมาสก่อน เนื่องจากไตรมาสก่อนและปีก่อนมีกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน ซึ่งหากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรปกติจะลดลง 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 25% จากไตรมาสก่อน ดีกว่าที่เคยคาดว่าจะลดลง จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และทรงตัวจากไตรมาสก่อน


เป็นผลจากยอดโอน (รวม JV) ที่ดีขึ้นทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ จากไตรมาสก่อน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงเหลือ 36% จาก ไตรมาส 2/62 ที่ 42.9% และไตรมาสก่อน ที่ 39.9% เนื่องจากมีการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้น แต่ยังได้ผลบวกจาก SG&A/Sales ที่ลดลงเป็น 20% จากไตรมาส 2/62  ที่ 23% และและไตรมาสก่อนที่ 24% จากค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่ลดลง


จึงปรับกำไรสุทธิปี 63 ขึ้นจากเดิม 5% เป็น 2.4 พันล้านบาท ลดลง 21% จากปีก่อน ส่วนกำไรปกติจะอยู่ที่ 2.2 พันล้านบาท ลดลง 14%จากปีก่อนจากแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/62 ที่จะทำได้ดีกว่าคาดเดิม โดยกำไรปกติครึ่งแรกปี 63 จะอยู่ที่ 934 ล้านบาท ลกลง 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 42% จากที่คาดทั้งปี

 

 

ครึ่งหลังผลงานเด่น

ประเมินว่ากำไรปกติงวดครึ่งหลัง 63 จะกลับมาเติบโตโดดเด่น 38% จากครึ่งปีแรก ตามยอดโอนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นทั้งจากมีคอนโดใหม่เริ่มโอนเพิ่มขึ้นมาก (Fig 2) และยอด backlog ที่เพิ่มขึ้นจากยอด presales งวดครึ่งปีแรกที่เพิ่มขึ้นมาก ทั้งนี้ประเมินว่า ณ ปัจจุบัน ORI จะมี backlog ที่จะรับรู้เป็นรายได้งวดไตรมาส 2-4/63 แล้วราว 1.6 หมื่นล้านบาท (รวม JV)  ครอบคลุมยอดโอนที่เราประเมินปีนี้แล้วที่ 1.6 หมื่นล้านบาท


นอกจากนั้น เราประเมินว่ากำไรสุทธิในปี 64 จะเพิ่มขึ้นเป็น 2.8 พันล้านบาท กลับมาเติบโต 18%จากปี 63 จากภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยที่ฟื้นตัว ขณะที่ ORI ยังมี backlog ที่จะรับรู้เป็นรายได้ปี 64 คิดเป็นมากกว่า 65% จากเป้าหมายยอดโอนแล้ว    


แต่อย่างไรก็ตาม ORI จะเติบโตอย่างที่นักวิเคราะห์คาดการณ์หรือไม่ Wealthy Thai ได้จัดงานสัมมนา Wealthy Thai Virtual Investment Forum ภายใต้หัวข้อ “Thailand Investment Landscape Post Covid-19” ซึ่งได้วิทยากรชั้นนำระดับประเทศเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก ทั้ง ดร.ภากร ปิตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในการปาฐกถา เปิดงานในหัวข้อ Resiliency for New Normal World รวมถึงมุมมองทางเศรษฐกิจของ ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษาธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร และ ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการ บล.เคทีบี (ประเทศไทย)  รวมถึงมุมมองของนักธุรกิจและนักวิเคราะห์เพื่อปรับทิศทางการลงทุนให้ตรงกับสถานการณ์


รวมทั้งยังมี คุณ พีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เป็นหนึ่งในวิทยากร ภายใต้หัวข้อ Investing in the New Normal ด้วย โดยอนาคตของ ORI จะเป็นอย่างไร โปรดติดตามงานสัมนาที่จะจัดขึ้นในวันที่ 5 สิงหาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ที่ Facebook fanpage : Wealthy Thai ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย หรือกดลงทะเบียนได้ที่ https://www.facebook.com/events/303220804255353/                             

Share: