หรือว่าหุ้นไอพีโอ กลับมาสู่ยุคศิวิไลซ์?

ช่วงที่ผ่านมากระแสของหุ้นไอพีโอนับว่าขาดเสน่ห์กันพอสมควร อาจจะด้วยหลายๆ ปัจจัยหลายๆอย่าง ทั้งสภาวะตลาดฯ หรือปัจจัยเฉพาะตัวของหุ้นนั้นๆ แต่สิ่งที่เราได้พบเจอในตอนนั้นคือ หุ้นหลุดจอง แม้ธุรกิจในบางหลักทรัพย์ จะมีพื้นฐานดีมากเพียงใดก็ตาม

 

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้มีหลักทรัพย์ทยอยเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น หรือที่เราเรียกกันว่าไอพีโอเข้ามาจำนวนมาก หุ้นหลายๆ ตัว ก็สามารถเปิดการซื้อขายได้ในระดับดี แต่เวลาผ่านไปไม่นานนัก ราคาหุ้นก็ทำจุดที่เรียกว่าต่ำกว่าราคาไอพีโอก็มี และอีกหลายๆ บริษัท ก็ทำผลประกอบการได้ดี แต่ราคาหุ้นกลับสวนทางผลประกอบการ

 

Wealthy Thai จะพานักลงทุนย้อนกลับไปในช่วงปี 62 จนถึงปัจจุบัน สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ค.63 พบว่ามีหุ้นไอพีโอเข้าเทรดรวมทั้งสิ้น 36 หลักทรัพย์ (รวมกองรีด) โดยมีหลักทรัพย์ที่ปิดการซื้อขายในวันแรกสูงกว่าราคาไอพีโอ จำนวน 21 หลักทรัพย์ รวมทั้งปิดการซื้อขายวันแรกเท่ากับราคาไอพีโอ จำนวน 4 หลักทรัพย์ และปิดการซื้อขายวันแรกต่ำกว่าราคาไอพีโอจำนวน 11 หลักทรัพย์

 

หุ้นที่ปิดการซื้อขายในวันแรกสูงกว่าราคาไอพีโอ ประกอบด้วย ACE, AWC, CPW, DOHOME, ILM, RBF, SPRIME, STGT, SUPEREIF, VRANDA, ZEN, ACG, APP, GSC, INSET, IP, KUMWEL, KUN, MITSIB, SICT และ YGG ส่วนหุ้นที่ ปิดการซื้อขายวันแรกเท่ากับราคาไอพีโอ คือ AIMCG, BAM, CAZ และ VL ขณะที่หุ้นปิดการซื้อขายวันแรกต่ำกว่าราคาไอพีโอ ได้แก่ BKER, CRC, SFLEX, SHR, ALL, ARIN, BC, IMH, SAAM, STC และ TPS

 

จากจำนวนหุ้นไอพีโอตั้งแต่ปี 62 ถึงปัจจุบันดังกล่าว พบว่าปัจจุบัน ณ วันที่ 30 ก.ค.63 มีราคาหุ้นที่สูงกว่าราคาไอพีโอเพียง 11 หลักทรัพย์ คือ BAM ราคาปิดของวันดังกล่าวที่ 24.20 บาท (+38.29%), DOHOME ราคาปิดของวันดังกล่าวที่ 11.20 บาท (+43.59%), RBF ราคาปิดของวันดังกล่าวที่ 9.25 บาท (+180.30%)

             

SFLEX ราคาปิดของวันดังกล่าวที่ 12.40 บาท (+219.59%), SPRIME ปิดที่ 10.20 บาท (+2%), STGT ปิดที่ 81.25 บาท (+138.97%), SUPEREIF ปิดที่ 11.50 บาท (+15.00%), INSET ปิดที่ 3.40 บาท (+26.39%), IP ปิดที่ 9.95 บาท (+42.14%), SICT ปิดที่ 4.14 บาท (+200%) และ YGG ปิดที่ 11.60 บาท (+132.00%)

             

เมื่อตรวจสอบ 10 หุ้นไอพีโอล่าสุดที่เข้าเทรดในตลาดหุ้น สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ค.63 พบว่าปัจจุบันราคาหุ้นยืนเหนือระดับราคาไอพีโอจำนวน 5 หลักทรัพย์ ได้แก่ BAM, SFLEX, YGG, STGT และล่าสุด SICT โดยในจำนวน 10 หุ้นที่เข้าเทรดล่าสุดนั้น ประกอบด้วย STC เทรดเมื่อวันที่ 29 พ.ย.62 มีราคาไอพีโอ 1 บาท และปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 0.74 บาท

             

ตามด้วย BKER เข้าเทรดเมื่อ 12 ธ.ค.62 มีราคาไอพีโอ 9.60 บาท และปัจจุบันอยู่ที่ 5.75 บาท จากนั้นต่อด้วย BAM เข้าเทรดเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.62 มีราคาไอพีโอ 17.50 บาท และปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 24.20 บาท หลังจากนั้น KUN เข้าเทรดเมื่อวันที่ 17 ธ.ค.62 มีราคาไอพีโอ 1.10 บาท และปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 0.87 บาท ต่อมา SFLEX เข้าเทรดเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.62 มีราคาไอพีโอ 3.88 บาท และปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 12.40 บาท ต่อด้วย IMH เข้าเทรดเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.62 มีราคาไอพีโอ 6.00 บาท และปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 2.10 บาท

             

YGG เข้าเทรดเมื่อวันที่ 7 ม.ค.63 มีราคาไอพีโอ 5.00 บาท ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 11.60 บาท ตามด้วย CRC เข้าเทรดเมื่อวันที่ 20 ก.พ.63 มีราคาไอพีโอ 42.00 บาท ปัจจุบันอยู่ที่ 29.25 บาท หลังจากนั้นก็ได้มี STGT เข้าเทรดเมื่อวันที่ 2 ก.ค.63 มีราคาไอพีโอ 34.00 บาท ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 81.25 บาท และล่าสุดหนึ่งในหุ้นไอพีโอสุดฮอตอย่าง SICT ที่เข้าเทรดวันแรกเมื่อ 30 ก.ค.63 ทำราคาแตะชิลลิ่งที่ระดับ 4.14 บาท เพิ่มขึ้น 200% จากราคาไอพีโอที่ 1.38 บาท

 

จากสถิติดังกล่าวพบว่า 10 หุ้นไอพีโอล่าสุดที่เข้าเทรดในตลาดหุ้น สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ค.63 มี 5 หุ้นที่ปัจจุบันราคาหุ้นสามารถยืนเหนือราคาไอพีโอได้ แต่หากสำรวจข้อมูลหุ้นที่เข้าเทรดในปี 63 จนถึงปัจจุบันนั้น จำนวน 4 หลักทรัพย์ มี 3 หลักทรัพย์ที่มีราคาหุ้นที่สูงกว่าราคาไอพีโอคือ YGG, STGT และ SICT โดยมีเพียง 1 หลักทรัพย์เท่านั้นที่ปัจจุบันราคาหุ้นต่ำกว่าราคาไอพีโอคือ CRC ซึ่งในจำนวน 3 หลักทรัพย์ที่ยืนเหนือราคาไอพีโอดังกล่าว ปัจจุบันราคาหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นด้วย หรือเป็นจะสัญญาณที่ดีต่อหุ้นไอพีโอที่จะกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง

 

Share: