“ทองคำ” อัพไซด์อาจไม่เยอะ...แต่ควรมีติดพอร์ต 5-10%

 

“ทองคำ” หนึ่งในสินทรัพย์ปลอดภัยที่นักลงทุนต่างๆ รู้จักเป็นอย่างดี เพราะในยามที่ตลาดตราสารทุนเกิดวิกฤต ทองคำเป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับพักเงินเพื่อหลบภัยได้เป็นอย่างดี

           

เห็นได้ชัดเจนจาก ‘วิกฤต COVID-19’ ครั้งนี้ที่ฉุดเศรษฐกิจโลกดำดิ่ง ก็ส่งให้ราคาทองคำพุ่งทะยานจนขึ้นมาทำ ‘สถิติสูงสุดใหม่ (All Time High)’ ที่ 1,988 ดอลลาร์/ออนซ์ ไปเรียบร้อยแล้ว

           

แต่ก็ดูเหมือนว่าราคายังจะเดินหน้าต่อไปได้ ทาง ‘Goldman Sachs’ ได้ออกรายงานมามองราคาทองจะขึ้นไปแตะ 2,300 ดออลาร์/ออนซ์ หรือยังบวกอีกเกือบ +20% ภายในปีหน้า หลักๆ เพราะค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะอ่อนค่าลงไปเรื่อยๆ และขาดเสถียรภาพในการเป็นสกุลเงินสำรองของโลก ทำให้ทองคำเป็นทางเลือกสุดท้ายของนักลงทุนและประเทศต่างๆ ที่จะเก็บเข้าสำรองแทนดอลลาร์นั่นเอง

 

ราคาที่ทำสถิติใหม่ขึ้นมานั้น จะจบลงตรงไหน?...และยังมีโอกาสที่จะเข้าลงทุนได้อยู่หรือไม่?

 

วันนี้เองทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากจะนำมุมมองของผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสถาบัน มาแชร์ให้แก่ผู้อ่าน เพื่อเป็นข้อมูลใช้ประกอบการตัดสินใจการลงทุนในทองคำกัน

 

 

“ราคาทองคำ”...แนวโน้มยังไปได้ต่อ...เหตุ ‘COVID-19’ ยังไม่นิ่ง

 

โดยเริ่มที่ “ณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์” หัวหน้าที่ปรึกษาการลงทุน ทิสโก้เวลธ์ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ได้ให้มุมมองว่า เรายังคงมีมุมมองเป็น positive ในการลงทุนของสินทรัพย์อย่าง ‘ทองคำ’ แม้ว่าราคาจะมีการปรับตัวขึ้นมามากนับตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา สำหรับราคาทองคำ คาดการณ์ว่ายังคงมีแรง(Momentum) ไปได้ต่อ เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของ ‘ไวรัส COVID-19’ ยังไม่สามารถคลี่คลายได้ในเร็วๆ นี้ ทำให้นักลงทุนยังไม่ความเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยงมากนัก จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนให้สินทรัพย์ปลอดภัยอยู่

 

ณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์

 

“ส่วนจะมีอัพไซด์ได้มากน้อยเพียงใดยังคงประเมินได้ยาก ขณะที่ดาวน์ไซด์นั้นเราประเมินแนวรับจะอยู่ที่จุดไฮเดิมหรือราว 1,900 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ออนซ์ ซึ่งแนะนำนักลงทุนควรมีการลงทุนในทองคำโดยให้น้ำหนักอยู่ที่ 5-10% ของพอร์ตการลงทุน”

 

 

ในช่วงที่ “หุ้นเริ่มตัน” อัตราดอกเบี้ยยังต่ำ... “ทองคำ” ยังเป็นทางเลือกที่ดี

           คมสัน ผลานุสนธิ

 

ฟาก “คมสัน ผลานุสนธิ” กรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาดและผลิตภัณฑ์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด มองว่า การปรับตัวเพิ่มขึ้นมาของราคาทองคำนั้น เป็นนักลงทุนเริ่มเห็นสัญญาณการลงทุน ‘หุ้นเริ่มตัน’ หลังจากที่กำไรของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส2 ออกมาไม่ดี และการอัดฉีดสภาพคล่องของธนาคารกลางสหรัฐฯ รวมถึงการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ เพื่อสนับสนุนและฟื้นฟูเศรษฐกิจ จึงทำให้นักลงทุนหันไปลงทุนในสินทรัพย์อย่างทองคำมากขึ้น เลยทำให้ราคาพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหรือราว 10% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน

 


 

“ทำให้ราคาทองคำทำสถิติใหม่สูงสุดขึ้นมาต่อเนื่อง โดยทิศทางต่อจากนี้คาดว่าราคาทองคำจะมีอัพไซด์และดาวน์ไซด์ได้ไม่เยอะนัก ซึ่งหากภายใน 6 เดือนข้างหน้า ยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาสนับสนุนหรือกดดัน ก็เป็นไปได้ยากที่ราคาทองคำจะลงมาต่ำกว่า 1,900 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ออนซ์”

 

เตือนนักลงทุน ราคาทองคำอาจมีช่วง “ย่อพักตัว”...หลังทำนิวไฮขึ้นมาต่อเนื่อง

 

สุดท้าย “นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส” Chief Investment Officer บลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด มีมุมมองว่า การปรับตัวของราคาทองคำที่เพิ่มขึ้นมาจนทำสถิติใหม่สูงสุดต่อเนื่องนั้น นักลงทุนอาจจะต้องระวังว่ามีโอกาสที่ราคาทองคำย่อลงมาพักตัวได้ หลังจากที่ขึ้นมาค่อนข้างเร็วและแรง ซึ่งหากจะให้ประเมินทิศทางของราคานั้น เรามองว่าเป็นไปได้ยาก แต่ยังมีมุมมองที่เป็นกลาง (neutral) ในการลงทุนอย่างสินทรัพย์ปลอดภัยหรือทองคำ โดยนักลงทุนควรจะมีติดพอร์ตไว้ราว 5-10% ของพอร์ตการลงทุนรวม



นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส

 

“ทองคำสินทรัพย์ปลอดภัยประเภทหนึ่งที่นักลงทุนให้ความสนใจไม่น้อย เพื่อที่จะลดความเสี่ยงในการลงทุนหรือสร้างความสมดุลในแก่พอร์ตการลงทุน ซึ่งการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในรอบนี้ก็แทนคำตอบของนักลงทุนส่วนใหญ่ได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตราสารทุนมีความผันผวน ทองคำเองจึงเป็นหนึ่งทางเลือกที่ดี ไม่ว่าราคาทองคำ ‘จะไปต่อ’ หรือ ‘พอแค่นี้’ แต่เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ควรมีติดพอร์ตไว้ในแง่ของการกระจายความเสี่ยง 5-10% นั่นเอง”

Share: