COM7 ฝ่าวิกฤติ COVID-19 ผลงาน 5 ปีที่ราคาหุ้นบวก 1,041.79%

หนึ่งในหุ้นที่มาแรงช่วง Covid-19 อีกตัวคือ COM7 หรือบริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) กับแคมเปญให้เช่า Notebook-iPAD ช่วง Work from Home ในช่วงที่ Covid-19 เริ่มระบาดในไทยใหม่ๆ ประมาณกลางเดือนมี.ค.63 ซึ่งถือเป็นการปรับตัวที่รวดเร็วและทันสถานการณ์มากที่สุด 


โดย สุระ คณิตทวีกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 ระบุว่า สถานการณ์ของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งภาพรวมเศรษฐกิจและประชาชนในประเทศ ที่ต้องเฝ้าระวังการแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิด ดังนั้นเพื่อสอดรับกับสถานการณ์ในปัจจุบัน COM7 ได้ประกาศแคมเปญให้เช่า Notebook หรือ iPad รองรับการทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home ลดปัญหาเมื่อต้องกลับไปทำงานที่บ้าน ซึ่งอาจจะมีอุปกรณ์ไม่เพียงพอ โดยแคมเปญให้เช่าไม่ได้มุ่งเน้นการทำกำไรจำนวนมาก แต่เป็นการสร้าง utilization ประโยชน์ที่สามารถเกิดขึ้นเพื่อสังคม ในฐานะผู้นำในการจัดจำหน่าย Notebook และ iPad จำนวนมากที่สุดรายหนึ่งของประเทศ


ซึ่งปัจจุบันผ่านไปแล้ว 5 เดือนกับสถานการณ์ Covid-19 แล้ว COM7 จะมีมุมมองอย่างไรและรับมือกับดิจิทัลอย่างไรในอนาคต พลาดไม่ได้กับงานสัมมนา Wealthy Thai Virtual Investment Forum ภายใต้หัวข้อ Thailand Investment Landscape Post Covid-19” ซึ่ง ซึ่งในงานนี้ สุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 จะมาให้มุมมองนักลงทุนในประเด็น Investing in the New Normal โดยงานสัมนาที่จะจัดขึ้นในวันที่ 5 สิงหาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ที่ Facebook fanpage : Wealthy Thai ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย หรือกดลงทะเบียนได้ที่ www.facebook.com/events

 

 

ราคาหุ้นบวกเป็นพันเปอร์เซ็นต์ หลังเข้าตลาดมา 5 ปี

รีแค็ปมุมมองผู้บริหารคร่าวๆ ไปแล้ว มาดู Performance หุ้นกันบ้าง สำหรับหุ้น COM7 กับการเป็น “ตัวแทนจำหน่ายสินค้า Apple รายใหญ่ที่สุดในไทย” ปัจจุบันเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ฯ มาแล้ว 5 ปี จากราคาไอพีโอที่ 3.35 บาท เมื่อวันที่ 10 ส.ค.58 ทะยานขึ้นมาทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ (All Time High) ที่ 38.25 บาท เมื่อวันที่ 31 ก.ค.63 ที่ผ่านมานี้เอง กับราคาหุ้นที่บวกไป 1,041.79%

 



แล้วมีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ COM7 กลายเป็นหุ้นโดดเด่นร้อนแรง นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า IAA Consensus ให้ราคาเป้าหมายที่ 46 บาท โดยปัจจัยที่นักวิเคราะห์มองว่าเป็นหุ้นเด่น มาจาก sentiment บวก Apple ประกาศกำไรไตรมาส 2 พุ่งขึ้นเกินคาด ยอดขายผลิตภัณฑ์ Apple ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยเฉพาะยอดขาย iPhone SE ที่เปิดตัวในช่วงเดือนเม.ย. ปัจจัยนี้คาดจะส่งผลดีต่อยอดขายของ COM7 ด้วยเช่นกัน เนื่องจากมียอดขายมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ Apple เป็นสัดส่วนหลัก

 

 

ยอดขายออนไลน์พุ่ง 200%

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า COM7 เป็นหุ้นที่เก่งเกินกว่าจะถูกหยุดด้วย Covid-19 เพราะมองว่ายอดขายตั้งแต่กลับมาเปิดร้านในกลางเดือนพ.ค.63 ทำได้ดี ยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) เติบโตเป็นเลข 2 หลัก เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (YoY) ในเดือนมิ.ย.63 ต่อเนื่องถึงเดือนก.ค.63 หนุนจากสินค้ากลุ่ม Notebook และ Tablet ประกอบกับการฟื้นตัวของยอดขายเป็นไปในทุกพื้นที่ ยกเว้นสาขาพัทยาและภูเก็ต ที่ยอดขาย -10% YoY อย่างไรก็ดีทั้ง 2 สาขา คิดเป็น 5% ของยอดขายรวมเท่านั้น


นอกจากนี้ TRUE Shop ได้รับผลกระทบจำกัด เพราะภาครัฐอนุญาตให้เปิดให้บริการประชาชน หลังสั่งปิดเพียง 1 อาทิตย์ รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่าย ทำได้ดีทั้งการต่อรองค่าเช่า และการปิดสาขาที่ไม่คุ้มค่าราว 30 สาขา และการลดจำนวนพนักงานราว 200 คน (ส่วนใหญ่เป็นพนักงานขายหน้าร้าน) และสุดท้ายจากการกระตุ้นยอดขาย Online ให้เติบโต 200% (คิดเป็น 10-15% ของยอดขายปกติทั้งหมด)


ยิ่ง COM7 ไม่ต้องตั้งสำรองเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วง COVID-19 สะท้อนความสามารถในการบริหารสินค้าคงคลังที่โดดเด่น ขณะที่บริษัทฯ ได้บันทึกการตั้งสำรอง ลดจำนวนพนักงานและการปิดสาขาไว้ล่วงหน้าแล้วในไตรมาส 1/63 สะท้อนการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

 

 

ครึ่งปีหลังจะมีปัจจัยอะไรหนุน?

COM7 คงเป้าหมายรายได้ปี 2563 เติบโต YoY แม้ต้องเผชิญ COVID-19 ขณะที่การเติบโต 10% YoY ตามเป้าหมายก่อนเกิด COVID-19 จะเกิดขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับยอดขายในครึ่งปีหลังว่าจะมาชดเชยผลประกอบการในไตรมาส 2/63 ได้หรือไม่ โดยปัจจัยที่นักวิเคราะห์มองว่าจะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญในครึ่งปีหลัง ได้แก่ 1.การเปิดสาขา Xiaomi 2.การเปิดตัว iPhone12 และ 3.การลดจำนวนพนักงาน ทำให้ศักยภาพการทำกำไรเพิ่มขึ้นในระยะถัดไป



ดังนั้นนักวิเคราะห์จึงมองว่า COM7 เป็นหนึ่งในหุ้นชั้นนำของกลุ่ม ICT ที่มีโครงสร้างธุรกิจรองรับการใช้โทรศัพท์ ในยุค 5G การเติบโตร่วมไปกับ APPLE และการจับมือทำธุรกิจกับ Xiaomi บริษัทชั้นนำระดับโลกที่ทำ IoT ให้เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว จึงน่าสนใจในระยะยาว

 

Share: