TikTok ยูนิคอร์นจีน มูลค่า 7.8 หมื่นล้านดอลลาร์…กำลังจะไอพีโอปีนี้ กับความตึงเครียด Cold War Tech สหรัฐ-จีน

ใครชอบเล่น TikTok บ้าง?

 

รู้หรือไม่ว่าปัจจุบัน TikTok เป็นโซเชียลมีเดียที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก มีฐานผู้ใช้งานที่แอคทีฟ 800 ล้าน users ทั่วโลก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ หรือเจนฯ Z ซึ่ง TikTok เป็นแอพฯ สัญชาติจีนที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2559 มีการใช้งานเฉพาะในประเทศจีน ก่อนที่ผู้ก่อตั้งจะปรับกลยุทธ์ทำการตลาดและเผยแพร่การใช้แอพฯ ทั้งในระบบแอนดรอยด์และ iOS ในปี 2560

 

ซึ่งความโดดเด่นของ TikTok คือ “การครีเอทคอนเทนต์” โดยผู้ใช้งานเอง ทำให้แพลตฟอร์มเล็กๆ จากจีน ที่มีความโดดเด่นในด้านความบันเทิงและไลฟ์สไตล์ สามารถสู้ยักษ์ใหญ่อย่าง Youtube และ Instagram ได้ และภายในปีกี่ไปหลังจากก่อตั้ง TikTok สามารถแซงหน้าแอพฯ อื่นๆ อย่าง Snapchat , Pinterest, Twitter ได้

 

TikTok เตรียมเข้าไอพีโอปีนี้

 

ล่าสุดบริษัทแม่ของ TikTok ซึ่งก็คือ Bytedance, INC มีแผนเข้าเสนอขายหุ้นใหม่ (ไอพีโอ) ในตลาดหุ้นจีนในปี 2563 หลังจากก่อนหน้านี้มีแผนเข้าไอพีโอในฮ่องกง แต่ต้องหยุดไปจากสถานการณ์การเมือง สงครามการค้าและภาวะการลงทุนทั่วโลกในปีที่ผ่านมาที่ไม่ดีเท่าที่ควร

 

ทรัมป์ขู่! ดีลซื้อ TikTok ต้องจบภายใน 15 ก.ย.นี้

 

นอกจากแผนการเข้าเทรดตลาดหุ้นจีนแล้ว ความโดดเด่นของ TikTok คือ เป็น “ยูนิคอร์น” หรือสตาร์ทอัพที่ทำรายได้สูง มี Private Sector เข้าลงทุน ทำให้ปัจจุบัน TikTok เป็นสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก หรือตีเป็นมูลค่าธุรกิจ 78,000 ดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว หรือคิดเป็นเงินไทย 2,435,706 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน วันที่ 4 ส.ค.63 อ้างอิงธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ 31.227 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งหนึ่งใน Private Sector ที่เข้าลงทุนใน TikTok คือ Sotfbank บริษัทด้านโทรคมนาคมและการสื่อสาร จากญี่ปุ่น ที่ลงทุนประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 93,681 ล้านบาท

 

โดยทาง The New York Times รายงานว่าล่าสุดบริษัทยักษ์ใหญ่ในซิลิคอนวัลเลย์อย่าง Microsoft ประกาศขอซื้อกิจการ TikTok จาก Bytedance ซึ่งความน่าสนใจอยู่ที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศว่าทาง Bytedance จะต้องตอบตกลงการซื้อ TikTok ซึ่งจะมีการเจรจากันในวันที่ 15 ก.ย.63 ไม่เช่นนั้นสหรัฐอเมริกาจะแบนการใช้งาน TikTok ในประเทศ


 

ซึ่งในประเด็นดังกล่าวนี้ Peter Navarro ที่ปรึกษาด้านการค้าของโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวสหรัฐฐ ว่า ข้อตกลงการซื้อกิจการ TikTok ระหว่างสหรัฐ-จีน ถือเป็นการทำสงครามเย็นทางเทคโนโลยี

 

และนอกจากนี้สำนักงานข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สาเหตุที่ทรัมป์ต้องการแบน TikTok หากไม่รับดีลซื้อกิจการของ Microsoft เนื่องจากปัจจุบันมีคนสหรัฐอเมริการใช้งาน TikTok ประมาณ 100 ล้านUsers ทางรัฐบาลจึงต้องการซื้อกิจการ TikTok มาบริหารเฉพาะสหรัฐฯ ออสเตรเลีย แคนาดา และนิวซีแลนด์ เนื่องจากห่วงความปลอดภัยของข้อมูล

 

จาง อี้ หมิง ปฏิเสธขายกิจการ TikTok ในสหรัฐ

 

ทาง “จาง อี้ หมิง” เจ้าของและผู้บริหาร Bytedance ผู้ก่อตั้งแอพฯ TikTok ระบุว่า ไม่เห็นด้วยที่ TikTok จะต้องขายกิจการในสหรัฐฯ และยังไม่ได้ตัดสินใจต่อประเด็นดังกล่าว ทั้งนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกจะให้ความสำคัญกับ TikTok มากขึ้น แต่มองว่าก็เป็นแค่ระยะเวลาหนึ่ง จากดีลดังกล่าว

 

อย่างไรก็ตามแม้ว่าความกดดันของดีลนี้ จะเป็นประเด็นใหญ่ด้านการค้าระดับประเทศ แต่ไม่น่าจะสร้างความกดดันจนทำให้ผลประกอบการ TikTok ถดถอย ทั้งนี้การลงทุนในอนาคต นอกจาก TikTok จะเน้นให้บริการผู้บริโภคแล้ว ปัจจุบันขยายฐานให้บริการธุรกิจมากขึ้น จากแผนการทำกลยุทธ์ TikTok for Business ซึ่ง TikTok มีความได้เปรียบทั้งฐานบัญชีและข้อมูลที่เข้าถึงไลฟ์ไตล์ผู้บริโภค ซึ่งจุดขายของ TikTok for Business คือ การทำการตลาดที่ให้ความสำคัญกับยอด Like หรือยอดมีส่วนร่วม (Engagement) จากผู้บริโภค หรือที่เรียกว่าเป็น Cult-Like Following

 

 

 

ที่มา :

https://asia.nikkei.com/Business/Companies/SoftBank-s-Vision-Fund-buys-into-operator-of-Chinese-video-app-TikTok

https://www.nytimes.com/2020/08/03/business/dealbook/tiktok-microsoft-takeover.html

https://www.ig.com/en-ch/news-and-trade-ideas/will-the-bytedance--tiktok--ipo-happen-in-2020-after-halting-hon-200710

https://www.ig.com/en/news-and-trade-ideas/bytedance--tiktok--share-price--latest-fundamentals-in-focus-200506

https://investmentu.com/tiktok-ipo-will-bytedance-go-public-in-2020/

 

Share: