แนะควรมีการลงทุนทั้ง 2 แบบ...ทั้ง ‘ระยะสั้น’ & ‘ระยะยาว’!!!

เมื่อลองพิจารณา ถึง “ผลตอบแทน” ของแต่ละสินทรัพย์  ตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือน ก.ค. ต้องบอกว่าส่วนใหญ่ ‘ไม่ติดลบ’ ไม่มากก็น้อยแม้กระทั่งตราสารทุน อาจมีเพียง ‘ทองคำ’ เพียงสินทรัพย์เดียวที่ทะยานตัวโดดเด่นกว่าสินทรัพย์ใดในช่วงที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับกองทุนอสังหาริมทรัพย์ , น้ำมัน หรือแม้กะทั่งตราสารหนี้


“นั่นเพราะความรุนแรงของผลกระทบจาก COVID-19 ที่ทำให้ ธุรกิจที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต้องหยุดลง ความเชื่อมั่นต่อการดำเนินธุรกิจชะลอตัว อีกทั้งความไม่แน่ว่าสถานการณ์การติดเชื้อและแนวโน้มการรักษาจะเป็นต่อไปอย่างไรในอนาคต ทำให้ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจการลงทุนมีความเปราะบางและส่งผลให้อัตราผลตอบแทนของสินทรัพย์ต่างๆ เกิดความผันผวนสูงมากในช่วงที่ผ่านมา”


แม้ภาครัฐและธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลกจะมีนโยบายสนับสนุนต่างๆ ออกมามากมายแต่จากความไม่แน่นอนสูงทำให้บรรยากาศลงทุนที่มีความอ่อนไหวผันผวนสูง การหาผลตอบแทนจากสินทรัพย์ต่างๆ จึงทำได้ค่อนข้างยากและมีความเสี่ยงค่อนข้างมาก หลายคนอาจเลือกชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์ บางคนอาจจับจังหวะเก็งกำระยะสั้นๆ  หรือนักลงทุนบางกลุ่มก็เลือกที่จะเข้าลงทุนและรอผลตอบแทนในระยะยาว


ในทัศนะเรื่องการหาผลตอบแทนจากการลงทุน กลุ่มหนึ่ง “ชอบการลงทุนระยะสั้น” เพราะแม้จะมีความเสี่ยงแต่ก็เห็นโอกาสจากการปรับตัวขึ้นลงของราคาสินทรัพย์  โดยเฉพาะสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น และทองคำ  แต่อีกกลุ่มก็ “ชอบการลงทุนระยะยาว” เพราะจากข้อมูลในอดีตของหลายๆ สินทรัพย์ จะเห็นว่าการมีระยะเวลาลงทุนที่ยาวจะช่วยเอาชนะความผันผวนและสร้างโอกาสผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนในระยะสั้น


“แต่อะไรคือการลงทุนที่ถูกต้องและควรจะทำในสภาวะที่การลงทุนมีความผันผวนและความเสี่ยงสูง ระหว่างการจับจังหวะ ‘ลงทุนในระยะสั้น’ เพื่อเก็งกำไร หรือ การรอผลตอบแทนที่ดีจากการ ‘ลงทุนในระยะยาว’ ไปเลย” 

 

 

ผมขอให้มุมมองพร้อมคำแนะนำดังนี้ครับ 

“การลงทุนระยะยาว” คือ ลักษณะหรือรูปแบบของการลงทุนที่มีการกำหนดวัตถุประสงค์ไว้ว่าเมื่อถึงเวลาที่กำหนดจะต้องการมีเงินไว้เท่าไร เช่น กำหนดไว้ในอีก 5 ปีจะมีเงินเพื่อซื้อรถยนต์จำนวน 500,000 บาท จากนั้นก็มาดูว่าเรามีเงินแต่ละเดือนเพื่อการลงทุนเท่าไร และจะสร้างผลตอบแทนได้เท่าไรใน 5 ปี เพื่อให้มีเงินถึงเป้าหมายตามที่ตั้งไว้  จากนั้นจึงมาเลือกว่าจะลงทุนในสินทรัพย์ใด หากแต่ละเดือนมีเงินลงทุนที่ต่ำก็ต้องเลือกสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง    


ดังนั้นการลงทุนในระยะยาวเป็นลักษณะของการกำหนดแผนทางการเงิน ที่เรียกว่า ‘Strategic Asset Allocation : SAA’ ที่จะต้องกำหนดนโยบายลงทุนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน หรือ ‘Investment Policy Statement’ โดยประกอบไปด้วย


1) ผลตอบแทนที่คาดหวัง 
2) ความเสี่ยงที่ยอมรับได้
3) ระยะเวลาการลงทุนรวมถึงข้อจำกัดการลงทุนและภาษี 
4) เงินลงทุนทั้งในปัจจุบันและที่นำมาลงทุนเพิ่มในอนาคต


“การลงทุนในระยะยาวเรียกได้ว่าจะเป็นการวางแผนทางการเงินเพื่อ ‘ตอบโจทย์วัตถุประสงค์’ โดยที่เราไม่ต้องคำนึงถึงความผันผวนของภาวะตลาด แต่อย่างไรก็ดี จากภาวะที่เปลี่ยนไป ต้องมีการพิจารณาจัดพอร์ตกระจายลงทุน (Strategies Asset Allocation)ให้สอดคล้องกับเหมาะสมด้วย”


ส่วน “การลงทุนระยะสั้น” จะเป็นการปรับเทคนิคการ ‘กระจายลงทุน (Tactical Asset Allocation)’ แต่ต้องเน้นจับจังหวะในสินทรัพย์ให้ถูกทางและเข้าออกเร็วตามสถานการณ์ จึงเป็นลักษณะการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ที่อ้างอิงกับมุมมองและภาวะตลาดในช่วงสั้น ซึ่งมีความเสี่ยงแน่นอนหากคาดการณ์ผิด  แต่อีกด้านก็เป็นข้อดีหากคาดการณ์ทิศทางที่ถูกจะเป็นการช่วยให้การลงทุนระยะยาวไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้นเช่นกัน


“การลงทุน” เป็นเรื่องของการคิด วิเคราะห์ และวางแผน ไม่ใช่เรื่องของโชคลาภ ที่ผมอยากแนะนำคือ เราควรมีการลงทุน ‘ทั้ง 2 แบบ’ แม้ว่าเราจะมีความเชี่ยวชาญการลงทุนหรือไม่ก็ตามหรือจะมีเวลาสำหรับการลงทุนมากน้อยแค่ไหน แต่ต้องมีการลงทุน ‘ระยะยาว’ เป็นหลัก นั่นคือต้องวางแผนและกำหนดวัตถุประสงค์ ทั้งหากผู้ลงทุนขาดความชำนาญในการจัดทำแผนการลงทุนระยะยาว อาจใช้บริการที่ปรึกษาการลงทุนช่วยวางแผนการลงทุนให้ก็ได้


ส่วนการลงทุน ‘ระยะสั้น’ นั้นควรใช้เป็นตัวช่วยเพิ่มผลตอบแทบให้การลงทุนระยะยาวถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น ทั้งนี้หากผู้ลงทุนไม่มีเวลาติดตามสถานการณ์ลงทุน อาจใช้บริการกองทุนรวมแล้วปล่อยให้ผู้จัดการกองทุนดูแลการลงทุนระยะสั้นให้ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง


“ปัจจุบันจะพบว่ามีปัจจัยและตัวแปรที่ทำให้ราคาสินทรัพย์ต่างๆ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก ‘การมีวินัยการลงทุน’ คือเรื่องที่ต้องยึดถือให้มาก ไม่ตกใจตามข่าวสารต่างๆ มากเกินไป  ไม่ลงทุนตามกระแสโดยไม่ศึกษาข้อมูล อีกประการ คือต้องประเมินตนเองตามความเป็นจริงว่า รับความเสี่ยงได้มากเพียงใด”


“อยู่ใต้ฟ้า...อย่ากลัวฝน” การลงทุนกับความเสี่ยงเป็นสิ่งที่อยู่คู่กันเสมอ ‘การวางแผนการลงทุน’ ที่เหมาะสมจะช่วยให้นักลงทุนฝ่าความผันผวนเศรษฐกิจและตลาดทุนเพื่อไปสู่เป้าหมายการลงทุนที่วางไว้ได้ในที่สุด และไม่ว่าจะเป็นการลงทุน ‘ระยะสั้น’ หรือ ‘ระยะยาว’ หากสถานการณ์มีความผันผวน ให้ติดตามข่าวสารและพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง ‘ปรับการลงทุน’ เสมอนะครับ

 

Share: