“กองตราสารหนี้”...ทางเลือกที่เหนือกว่า ‘เงินฝาก’!!!

 

“ตราสารหนี้” หรือก็คือหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่นักลงทุนตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยระดับความเสี่ยงที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับตราสารทุน แม้ว่าจะแลกด้วยผลตอบแทนที่ต่ำกว่าโดยเปรียบเทียบ


ซึ่ง “ตราสารหนี้” ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับ ‘ผู้มีเงินออม’ ในระบบแบงก์ด้วยเช่นกัน ในยุคที่คนพยายามมองหาแหล่งลงทุนเพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่ดีกว่า (Search for Yield)

 

แม้ว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังคุ้นชินกับ ‘เงินฝาก’ และ ‘ไม่ชื่นชอบความเสี่ยง’ แต่โอกาสการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าในขณะที่ความเสี่ยงเชื่อว่า ‘ผู้มีเงินออม’ ส่วนใหญ่รับได้

 

ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากนำเสนอข้อมูล “กองทุนเปิดพรินซิเพิลตราสารหนี้ (PRINCIPAL FI)” กองตราสารนี้ ที่ได้รับการจัดอันดับ ‘มอนิ่งสตาร์ 5 ดาว’ มาฝากกัน

 

ลุยตราสารหนี้คุณภาพดี-ตอบโจทย์คนออมเงิน...ด้วย ‘กอง PRINCIPAL FI’

 

สำหรับ “กองทุนเปิดพรินซิเพิลตราสารหนี้ (PRINCIPAL FI)” มีนโยบายที่จะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งหนี้ที่มีความมั่นคงรวมกันไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินกองทุนรวม และมีความสามารถในการชำระดอกเบี้ยและเงินต้น มีกลยุทธ์การลงทุนแบบ ‘Active Management’ มุ่งหวังสร้างผลตอบแทนให้สูงกว่าดัชนีเทียบวัด

 


“การพิจารณาลงทุนในตราสารนั้นจะประกอบไปด้วยตราสารหนี้,เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝากและตราสารหนี้ภาคเอกชนบริษัทจัดการจะกำหนดการดำรงอายุถัวเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักของกระแสเงินที่จะได้รับจากทรัพย์สินที่กองทุนรวมลงทุนไว้ มี ‘อายุเฉลี่ย’ ของตราสารหนี้ที่ลงทุน (Target Portfolio Duration) ไม่เกิน 4 ปี”

 

ล่าสุด (ณ วันที่ 30 มิ.ย. 20) นั้น ‘กอง PRINCIPAL FI’ มีการลงทุนในกลุ่มตราสารหนี้ต่างๆ ดังนี้

 

  1. หุ้นกู้บริษัท                               47.27%
  2. พันธบัตรรัฐบาล                        24.89%
  3. พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย 14.50%
  4. พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย ระยะสั้น อายุไม่ เกิน 1 ปี 10.87%
  5. หุ้นกู้ธนาคาร                            0.75%
  6. บัญชีเงินฝากออมทรัพย์– ลงทุน  0.67%
  7. บัญชีเงินฝากออมทรัพย์             0.66%
  8. พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ                  0.31%
  9. หุ้นกู้ด้อยสิทธิ์ที่ออกโดยธนาคาร  0.09%

 

          

 

โดย ‘กอง PRINCIPAL FI’ เหมาะสำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่ต้องการแสวงหาโอกาสการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ทั้งใน และ/หรือต่างประเทศ โดยเข้าใจความผันผวนและยอมรับความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารดังกล่าวได้ แต่อย่างไรก็ตามกองทุนจะป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 90% ของมูลค่าทรัพย์สินที่ลงทุนในต่างประเทศ

 

“ผลตอบแทนที่ ‘กอง PRINCIPAL FI’ สามารถทำได้ในช่วงย้อนหลัง 3 ปี (ณ วันที่ 31 ก.ค. 63) อยู่ที่ 2.45% ต่อปี ซึ่งถือว่าผลตอบแทนดีกว่าเงินฝากธนาคารมากในช่วงเวลาเดียวกัน จึงเหมาะสำหรับผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total Return) รวมถึงคาดหวังผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝากและยอมรับผลตอบแทนที่อาจต่ำกว่าหุ้นได้”

 

สำหรับผลิตภัณฑ์ตราสารหนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งเลือกที่สร้างความเสถียรภาพให้แก่พอร์ตการลงทุนในช่วงที่ตลาดผันผวน แม้ว่าจะให้ผลตอบแทนที่ต่ำกว่าตราสารทุน อย่างไรก็ตาม ‘กอง PRINCIPAL FI’ ยังถือเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการฝากเงินในยุคดอกเบี้ยต่ำอยู่นั่นเอง

Share: