หมอบุญ มอง GDP ปีนี้ดิ่ง 10% เศรษฐกิจไทยซบลากยาวอย่างน้อย 3 ปี

นายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยขณะนี้ค่า P/E ถือว่าอยู่ในระดับสูงที่ 17-18 เท่า เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆที่อยู่ระดับ 14-15 เท่า ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่จะมอง ทั้งประเด็นการเมืองมีความมั่นคงหรือไม่ รวมทั้งการแข็งค่าของเงินบาท และความสามารถในการแข่งขันของบ้านเรา ที่ถือเป็นอีกปัจจัยทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวยาก


สำหรับภาพรวมรวม GDP ประเทศไทย มองว่ามีโอกาสติดลบ 10% เพราะสถานะการยังไม่ดีขึ้น โอกาสฟื้นตัวยาก โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวราว 8 ล้านราย ปัจจุบันประมาณ 7 ล้านราย ซึ่งนักท่องเที่ยวหายไปประมาณ 2 ล้านราย จาก 3 ล้านราย รวมทั้งยอดการส่งออกหายไปอีก 8 หมื่นล้านบาท ดังนั้นทั้ง 2 ปัจจัยรวมกันจึงเป็นเหตุทำให้ GDP มีโอกาสติดลบ 10%


ขณะที่มองว่าหัวใจคนไทยต้องเพิ่มทักษะของแรงงาน ถ้าหากยังทำรูปแบบเดิม แรงงานมีโอกาสตกงานเพิ่มมากขึ้น อย่าง หนังสือพิมพ์ ที่ปรับลดพนักงานอย่างต่อเนื่อง


ทั้งนี้ COVID-19 มีผลกระทบต่อทุกองค์กร ที่สำคัญ หนี้ครัวเรือนของไทยปรับเพิ่มขึ้นเกือบ 100% แล้ว ส่วนหนี้ภาครัฐก็เกือบชนชิลลิ่ง 60% แล้วเช่นกัน ประกอบเงินออมก็ยังอยู่ในระดับต่ำ ดังนั้นมองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจะไม่ใช่รูปแบบตัว U แต่จะเป็นรูปแบบ ตัว L ที่คาดจะลากยาวอย่างน้อย 3 ปี


พร้อมทั้งยังมองว่าในเรื่องของวัคซีน COVID-19 ก็ยังพึ่งพายาก เพราะ COVID-19 เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และไม่สามารถรับรู้ได้ว่าวัคซีนที่ออกมา จะอยู่ได้นานแค่ไหนด้วย โดย COVID-19 สามารถกลายพันธุ์ และติดต่อกันอย่างรวดเร็ว จึงต้องหาจุดสมดุลและเห็นด้วยกับ การ์ดต้องไม่ตก

 

 

THG ลุยตั้ง Medical Services

สำหรับแผนธุรกิจของ THG นายแพทย์บุญ กล่าวอีกว่า บริษัทฯ มีนโยบายนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์ใหม่ๆ เข้ามาให้บริการเพื่อเพิ่มศักยภาพและยกระดับโรงพยาบาลเครือ THG สู่ Smart Hospital รับยุคดิจิทัลและศักยภาพประเทศไทยเป็นเมดิคัลฮับของภูมิภาคนี้ รวมถึงความต้องการใช้บริการทางการแพทย์จากชาวต่างชาติที่เป็นกลุ่มเฮลท์


ทัวริสซึมหรือกลุ่มท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เนื่องจากประเทศไทยสามารถรับมือการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ได้ดีเป็นอับดับต้นๆ ของโลกและมีอัตราการเสียชีวิตต่ำ


จึงลงนามความร่วมมือเอ็มโอยูกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดตั้ง ‘ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม Medical Services’ ที่ รพ.ธนบุรี บำรุงเมือง เพื่อสนับสนุนการวิจัยพัฒนาอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ เพื่อนำมาใช้ในโรงพยาบาลเครือ THG และร่วมมือกันพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม Health Tech สู่การจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในอนาคต ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนความก้าวหน้าและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทางการแพทย์แก่ประเทศอีกด้วย


"เทรนด์ของโรงพยาบาลในอนาคตจะต้องพัฒนาสู่ Smart Hospital นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ต่างๆ เข้ามาใช้ เช่น ระบบ A.I., เพื่อยกระดับบริการให้ก้าวหน้าล้ำสมัยสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล ช่วยให้คนไข้ที่อยู่ห่างไกลสามารถได้รับคำปรึกษาและเข้าถึงการรักษาได้ทันเวลา ขณะที่โรงพยาบาลสามารถให้บริการคนไข้ได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น" นายแพทย์บุญ กล่าว

Share: