ชี้ระยะยาว ‘เกณฑ์ ESG’ ยังดึงดูดนลท.ได้…เหตุช่วย ‘ลดความเสี่ยง’!!!

ในปัจจุบันได้เกิดรูปแบบการลงทุนผ่านเกณฑ์ใหม่ๆ เพื่อเป็นทางเลือกการลงทุนให้แก่นักลงทุนที่แสวงหา ผลิตภัณฑ์ที่จะตอบโจทย์สไตล์การลงทุนและสร้างผลตอบแทนอย่างที่หวัง


หนึ่งในธีม (Theme) การลงทุนที่เป็นกระแสหลักของโลกและได้รับความสนใจมากขึ้นนั่นก็คือ การลงทุนแบบรับผิดชอบโดยคำนึงถึง ‘สิ่งแวดล้อม (Environmental : E)’ ‘สังคม (Social : S)’ และ ‘บรรษัทภิบาล (Governance : G)’ ซึ่งเป็นการลงทุนอย่างยั่งยืน


ในไทยเองก็มีการกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในธีมนี้โดยเฉพาะ เรียกว่า “กอง Thai CG Fund” ปัจจุบันมี 12 กองด้วยกัน นอกจากนี้ยังมี ‘กอง CG Fund’ อีก 6 กอง และ ‘กอง ESG’ อีก 11 กอง ซึ่งมีปรัชญาลงทุนไม่แตกต่างกันแต่ประการใด


ในวันนี้ ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากนำข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ อย่าง “บลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด” และ “บลจ. ทาลิส จำกัด” มาเสนอให้แก่นักลงทุนที่สนใจหรือตัดสินใจไม่ได้ มาประกอบการตัดสินใจกัน

 

 

มองอนาคตหุ้นไทย ยังเข้าเกณฑ์ ‘ESG’ ได้ต่อเนื่อง

โดยเริ่มที่ “ประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์” ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ. ทาลิส จำกัด ได้ให้มุมมองว่า ปัจจุบัน ‘หุ้น’ ในตลาดหุ้นไทยที่เข้าเกณฑ์ ESG ค่อนข้างมีความหลากหลายในทุกอุตสาหกรรมโดยมีตั้งแต่บริษัทขนาดเล็ก กลางและใหญ่ ในอนาคตมองว่าหุ้นที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


แต่ก็ต้องยอมรับว่าในช่วงเกิดสถานารณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้หุ้นกลุ่มดังกล่าวเพอฟอร์แมนซ์ไม่ได้เด่นไปกว่ากลุ่มอื่นมากนัก และอาจทำให้ไม่ได้รับความนิยมในตอนนี้ เนื่องจากการเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส ทำให้นักลงทุนหันมาดูพื้นฐานของธุรกิจเป็นหลัก

 

(ประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์)

 

 

“อย่างไรก็ดีในระยะยาวเกณฑ์ ESG จะเป็นประโยชน์แก่หุ้นที่ผ่านเกณฑ์ได้ เพราะการคัดเลือกหุ้นเข้าเกณฑ์ช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนถึงการดำเนินการธุรกิจ พร้อมทั้งช่วย ‘ลดความเสี่ยง’ ให้มีระดับที่น้อยกว่าหุ้นทั่วไปจึงทำให้นักลงทุนสบายใจหากจะลงทุนในระยะยาว”

 

 

มองหุ้นไทยช่วงที่เหลือปีนี้ “ปรับตัวดีขึ้น”...หลัง COVID-19 เริ่มคลี่คลาย-ขานรับวัคซีน

โดยแนวโน้มหุ้นกลุ่มนี้จะเป็นไปตามตลาดหุ้นไทย ซึ่งเราคาดการณ์ว่าตั้งแต่นี้ถึงสิ้นปีตลาดหุ้นจะมีทิศทางที่ดีขึ้น หลังจากที่ระยะเวลาผลิตวัคซีนและยาต้านไวรัสมีแนวโน้มที่จะออกมาใช้ได้จริงก่อนสิ้นปี ซึ่งการเคลื่อนไหวของดัชนีอาจจะอยู่ในกรอบ 1,300 – 1,400 จุด ซึ่งปัจจัยที่ต้องระมัดระวัง คือการระบาดของไวรัส COVID-19 ใน ‘ระลอกที่ 2’ หรือ ‘ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น’ มาจากมีคนในประเทศติดเชื้อ โดยหาก2 ปัจจัยนี้เกิดขึ้นจริงก็อาจทำให้ตลาดแอคชั่นในเชิงลบหรือลดลงถึง 10%


“ในส่วนของเศรษฐกิจของไทยนั้นอาจจะฟื้นตัวได้ไม่เร็วเท่ากับตลาดหุ้น เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวยังคงต้องพึ่งพานักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ซึ่งเหตุการณ์ในต่างประเทศก็ยังมีหลายประเทศที่ยังควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ จึงทำให้ภาคการท่องเที่ยวอาจจะฟื้นตัวได้ช่วงสิ้นปี และในปีหน้าจะปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ”

 

 

นักลงทุนตอบรับ ‘หุ้น ESG’ พื้นฐานดี-โปร่งใส

ต่อมาที่ “นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส” Chief Investment Officer บลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด มองว่าผลงานของ ‘กอง CG Fund’ ของบริษัทยังคงอยู่ในอันดับท็อปของบลจ. โดยไม่ต่างกับหุ้นทั่วไปมากนัก เนื่องจากหุ้น ESG ที่เราคัดเลือกเข้า CG Fund ยังคงเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานดีและสามารถเอาชนะสถานการณ์วิกฤตต่างๆ ได้ อย่างเช่น ไวรัส COVID-19

 

(นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส)

 

 

“ด้วยเกณฑ์ ESG ที่ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี เราประเมินว่าหุ้นกลุ่มดังกล่าวจะได้ประโยชน์ในระยะยาว เพราะเกณฑ์ ESG ค่อนข้างสนับสนุนให้นักลงทุนที่ชื่นชอบการทำธุรกิจให้มีความโปร่งใส”

 

 

“เตือนนักลงทุน” ตลาดหุ้นไทยเริ่มปรับตัวสูง ‘อาจย่อตัวลงได้’...แนะคัดเลือกหุ้นพื้นฐานดี

สำหรับมุมมองเกี่ยวกับตลาดหุ้นไทย นักลงทุนอาจจะต้อง ‘ระมัดระวัง’ มากขึ้นเนื่องจากราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นค่อนข้างสูง โดยที่ปัจจัยกดดันยังเป็นปัจจัยเดิมๆ อย่างสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ซึ่งหากมีปัจจัยกดดันเพิ่มเติมก็อาจทำให้ตลาดย่อตัวลงได้ จึงอยากแนะนำนักลงทุนให้คัดเลือกหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง เนื่องจากหลังจากเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัส COVID-19 ทำให้บริษัทจดทะเบียนมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น โดยหุ้นกลุ่มเดียวกันก็อาจมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน



“สำหรับเกณฑ์ ESG ถือเป็นอีกหนึ่งเกณฑ์ที่ช่วยคัดกรองหุ้นที่มีคุณภาพและลดความเสี่ยงการลงทุนให้แก่นักลงทุน แม้ว่าในปัจจุบันผลงานจะคงอิงตามตลาด แต่ในระยะยาวด้วยเกณฑ์ดังกล่าวจะช่วยให้นักลงทุนมีความสบายใจในการลงทุนมากขึ้น และยังช่วยสนับสนุนให้บริษัทที่มีความรับผิดชอบด้าน ESG กลายมาเป้นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนมากขึ้นด้วยเช่นกัน”

Share: