กรุงศรีฟินโนเวต เปิดแผนครึ่งปีหลัง ทุ่ม 10 ล้านเหรียญสหรัฐ ลงทุน 3 สตาร์ทอัพเทค

กรุงศรีฟินโนเวต เท 10 ล้านเหรียญสหรัฐ ลุยลงทุนในสตาร์ทอัพ เทค เพิ่ม 3 รายในช่วงครึ่งปีหลัง ส่งผลพอร์ตลงทุนเต็มวงเงิน 50 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมแผนปี”64 ชงบอร์ดแบงก์กรุงศรี ขอระดมทุนอีก 50 ล้านเหรียญสหรัฐ รอบ รองรับแผนเข้าลงทุนสตาร์ทอัพ ระบุผลตอบแทนของตาร์อัพที่ลงทุน 7 ราย มูลค่าเพิ่ม 3-5 เท่า อนาคตดันเข้าตลาดหุ้นทำกำไรเข้าบริษัท


นายแซม ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด กล่าวว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทเตรียมแผนลงทุนสตาร์ทอัพอีก 3 ราย ภายในวงเงิน 10 ล้านเหรีญสหรัฐ หลังจากที่ปัจจุบันได้เข้าลงทุนในสตาร์อัพต่างๆ 7 ราย รวมเป็นเม็ดเงิน 40 ล้านเหรียญสหรัฐ


โดยล่าสุดที่ลงทุน คือ บริษัท ไอคอน เฟรมเวิร์ค จำกัด (ICON Framework) หนึ่งในผู้นำด้านการใช้เทคโนโลยี เพื่อพัฒนาระบบการทำงานในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ซึ่งมีลูกค้าในธุรกิจดังกล่าวกว่า 65-70 แห่ง


ทั้งนี้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา กรุงศรี ฟินโนเวต ได้ระดมทุนมาจำนวน 50 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อลงทุนในสตาร์อัพพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยต่อยอดบริการให้แก่กลุ่มธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY)


นายแซม กล่าวว่า ภายในสิ้นปีนี้ เงินลงทุนของบริษัทจะเต็มวงเงิน 50ล้านเหรียญสหรัฐ จึงได้เตรียมเสนอคณะกรรมการธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ขอระดมทุนเพิ่มอีก 50 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อรองรับการลงทุนในสตาร์ทอัพใหม่อีก 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งจะทำให้บริษัทมีพอร์ลงทุนสตาร์ทอัพใหญ่ขึ้น 100 ล้านเหรียญสหรัฐ


โดยสตาร์ทอัพที่สนใจเข้าลงทุนนั้น นายแซมกล่าวว่า จากสถานการณ์โควิด -19 ทางกรุงศรี ฟินโนเวต ได้ปรับแผนดำเนินการที่มุ่งเน้นในการสร้างพันธมิตรและลงทุนในสตาร์ทอัพที่มีโอกาสเติบโตและมีเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด เช่น อีโลจิสติกส์ (e-Logistics) การชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ (Online Payment) การให้บริการด้านซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชั่นผ่าน (Software as a service : SaaS) และการส่งอาหาร (Food Deliverery) เป็นต้น รวมไปถึงการลงทุนในเทคโนโลยีเพื่ออนาคต (Futuristic Investment) และการลงทุนใน Fund of Funds


ส่วนผลกระทบจากโควิดต่อสตาร์ทอัพที่กรุงศรี ฟินโนเวตได้ลงทุนแล้วนั้น นายแซมกล่าวว่า บริษัทได้มีการติดตามผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่มีต่อนิเวศธุรกิจ (Ecosystem) ของสตาร์ทอัพที่ได้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง และนำมาทบทวนแผนการดำเนินธุรกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งเป็นการทำงานกับพันธมิตรสตาร์อัพอย่างใกล้ชิดและผสานศักยภาพ พบว่าสตาร์อัพเหล่สนี้ยังดำเนินธุรกิจอยู่ ซึางเชื่อว่ายังมีศักยภาพในการเติบโต


โดยด้านผลตอบแทนจากการเข้าลงทุนในสตาร์ทอัพนั้น นายแซมกล่าวว่า เริ่มเห็นผลตอบแทนกลับมาแล้วผ่านมูลค่ากิจการของสตาร์ทอัพ ซึ่งหากเป็นสตาร์ทอัพที่สามาถปรับตัวขึ้นจากซีรีส์ A ไประดับซีรีส์ B จะมีมูลค่ากิจการเพิ่มสูงขึ้นหรือกำไร 2-3 เท่า จากเงินลงทุนที่ลงทุนก่อนหน้านี้ ส่วนสตาร์ทอัพที่กรุงศรีฯ เข้าลงทุนตั้งแต่ซีรีส์ A จะได้กำไรมากกว่าราว 3-5 เท่าหรือ 300-500 เท่า


นอกจากนี้ หากสตาร์ทอัพมีผลดำเนินงานที่เติบโต กรุงศรีฯ จะผลักดันเข้าตลาดหลักทรัพย์ในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งจะมี 2 -3 ราย จากสตาร์ทอัพทั้งหมดที่ลงทุนแล้ว 7 รายที่อยู่ในเป้าหมายเข้าตลาดหุ้นในปี 2565 เป็นต้นไป คือ บริษัทฟีโนมีนา ผู้ให้บริการจัดพอร์ตลงทุน และ Grab ซึ่งมีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ โดยกรุงศรี ฟินโนเวต และบริษัทแม่ MFUG (ธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ) ซึ่งถือหุ้นใหญ่สุด สัดส่วนรวมกัน 4.99% ของทุนจดทะเบียน Grab และอีกบริษัท คือ ไอคอน เฟรมเวิร์ค ซึ่งมีแผนนำเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)


“ในช่วงแรกที่เราลงทุน จะเน้นเพื่อให้เกิด synergies ก่อน แต่พอมีกำไร ก็เอาเข้าตลาดหุ้นได้กำไรกลับมา เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเราทำได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ระหว่างทางก่อนไปถึงเข้าตลาดหุ้น หากพบว่าสตาร์ทอัพไหนที่ลงทุนแล้วผลตอบแทนน้อย จะมีการขายออก และนำเงินไปลงทุนในสตาร์ทอัพอื่นที่เพิ่อให้เกิด synergies ให้เรา ได้ในอนาคต" นายแซมกล่าว


สำหรับทิศทางการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังของกรุงศรี ฟินโนเวต นายแซม กล่าวว่า บริษัทได้ปรับวางกลยุทธ์การลงทุนไว้ภายใต้ 4 หลักการ เพื่อรองรับรูปแบบวิถีชีวิตใหม่ ( New Normal ) คือ กลยุทธแรก เป็นเรื่องการลงทุนเพื่อร่วมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (Strategic Investment)ซึ่งในระยะ 3 ปี ได้ทำงานกับสตาร์อัพ 50 ราย 75 โครงการ และทำงานกับ 26 หน่วยงานธุรกิจในธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ซึ่งสิ่งที่ได้จากการลงทุน คือ ได้ Big data การทำงานที่ประหยัดต้นทุนและเวลา รวมทั้งช่วยเพิ่มช่องทางการทำธุรกิจที่สร้างรายได้กลับมาด้วย ส่วนกลยุทธที่สอง การลงทุนโดยพิจารณาถึงผลตอบแทนในระยะยาว (Financial Returns)


“ที่ผ่านมา กรุงศรี ฟินโนเวต ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในสตาร์ทอัพ อีโคซิสเต็ม และส่งเสริมการเติบโตของสตาร์ทอัพมาโดยตลอด ทั้งในเรื่องของการลงทุนและการเปิดเวทีเพื่อบ่มเพาะสตาร์ทอัพให้สามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่ง จากนี้ไป จะเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาความร่วมมือ ด้วยการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับเทคสตาร์ทอัพขนาดใหญ่ (Giant Tech Startup) ที่มีศักยภาพ เพื่อร่วมกันพัฒนานวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรมและมีความเชื่อมโยงกับธุรกิจต่างๆ ของกรุงศรีกรุ๊ปให้มากขึ้น นายแซมกล่าว


นอกจากนี้ กรุงศรี ฟินโนเวต ยังคงสนับสนุนสตาร์ทอัพขนาดเล็กให้มีโอกาสในการเติบโตและขยายธุรกิจผ่านโครงการ Meet the Angle by Krugnsri Finnovate หลังจากที่โครงการดังกล่าวได้รับการตอบรับที่ดีในช่วงที่ผ่านมาโดยมีสตาร์ทอัพเข้าร่วมโครงการแล้วถึง 40 บริษัท

Share: