กระแสหุ้นโกลบอลกำลังมา…ส่อง “TOP5 หุ้นเฮลท์แคร์” ที่ทำผลงานให้กองทุนมากที่สุด YTD

วิกฤติ Covid-19 สร้างความผันผวนให้กับตลาดเงินตลาดทุนแทบจะทุกกลุ่มอุตสาหกรรม แต่มีเพียง 2 กลุ่มที่ราคาหุ้นทะยานขึ้นต่อเนื่อง นั่นก็คือ หุ้นเฮลท์แคร์และหุ้นเทคโนโลยี ซึ่งหุ้นทั้ง 2 กลุ่มเราทราบกันดีว่าเป็นหุ้นเมกะเทรนด์ ที่เติบโตแน่ๆ ในอนาคต เพราะฉะนั้นวันนี้มาดูกันว่าแล้วหุ้นเฮลท์แคร์ตัวไหนที่น่าสนใจ โดยเราคัดเลือกจากรายชื่อหุ้นจาก ‘กองทุนเฮลท์แคร์’ ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) ซึ่งประกอบด้วย


 

1.TGHDIGI            ผลตอบแทน 37.33% YTD
2.ASP-IHEALTH      ผลตอบแทน 29.29% YTD
3.K-GHEALTH (UH) ผลตอบแทน 14.36% YTD
4.KFHCARERMF      ผลตอบแทน 13.36% YTD
5.KFHEALTH-A        ผลตอบแทน 13.25% YTD

 

 

ซึ่งรายชื่อหุ้น 5 ตัวแรกที่กองทุนเฮลท์แคร์ทั้ง 5 ตัว เลือกลงทุนมากที่สุด (เลือกจากตัวที่ซ้ำ) ประกอบด้วยหุ้น UNITEDHEALTH, GUARDANT HEALTH, ROCHE, JOHNSON&JOHNSON และ BRISTOL-MYERS SQUIBB ซึ่งหุ้นทั้ง 5 ตัวเป็นหุ้นเฮลท์แคร์ชั้นนำที่ใช้ดิจิทัลลงทุนในด้านยา เวชภัณฑ์ หรือไบโอชีวภาพ

 

 

เริ่มจาก UNITEDHEALTH เป็นหุ้นที่เทรดอยู่ในตลาดหุ้นนิวยอร์ก (NYSE) ปัจจุบัน (ข้อมูล 6 ส.ค.63) มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแค็ป) 298,462.524 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย UNITEDHEALTH เป็นบริษัทประกันสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ ปัจจุบันมีชาวอเมริกันใช้ประกันของบริษัทนี้ 27 ล้านคน ซึ่งเกือบครึ่งหรือ 12 ล้านคนเป็นผู้สูงอายุ

 

GUARDANT HEALTH เป็นหุ้นที่เทรดอยู่ในตลาดหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ (NASDAQ) ปัจจุบันมีมาร์เก็ตแค็ป 7,826.437 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย GUARDANT HEALTH เป็นผู้ผลิตยารักษามะเร็งด้วยไบโอเทค โดย GUARDANT HEALTH เป็นบริษัทรายแรกที่การตรวจชิ้นเนื้อเพื่อทดสอบการกลายพันธุ์และการเติบโตของเนื้องอก ก่อนที่จะเป็นมะเร็ง หรือ Guardant Health Guardant360® CDx ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) 

 

 

ROCHE หุ้นสัญชาติสวิสเซอร์แลนด์ เทรดอยู่ในตลาดหุ้น SWX ปัจจุบันมีมาร์เก็ตแค็ป 297,158 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย ROCHE หรือ ‘โรช ฟาร์มาซูติคอลส์’ หุ้นไบโอเทคชั้นนำของโลกในตลาดไบโอเทคที่มีบริษัทรายใหญ่รวมประมาณ 17 บริษัท และล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา ทาง FDA ได้อนุมัติยารักษาโรคกล้ามเนื้อกระดูกสันหลังฝ่อในวัยเด็กตั้งแต่ 2 เดือนขึ้นไปและวัยผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของ ROCHE

 

 

ต่อมาคือ หุ้นที่เราน่าจะคุ้นเคยกันดีกับชื่อ JOHNSON&JOHNSON บริษัทเฮลท์แคร์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ เทรดอยู่ในตลาดหุ้นนิวยอร์ก (NYSE) ปัจจุบันมีมาร์เก็ตแค็ป 388,472.591 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งความคืบหน้าล่าสุดของJOHNSON&JOHNSON คือทำหนังสือตกลงกับทางรัฐบาลสหรัฐฯ ว่าจะผลิตวัคซีน Covid-19 (Ad26.COV2.S) ในปริมาณ 100 ล้านโดส มูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในข้อตกลงระบุว่าทางสหรัฐอาจจะซื้อวัคซีน Ad26.COV2.S จากทาง JOHNSON&JOHNSON เพิ่มเติมอีก 200 ล้านโดส ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ Covid-19

 

 

และหุ้น BRISTOL-MYERS SQUIBB หนึ่งในบริษัทยายักษ์ใหญ่ชั้นนำ เทรดอยู่ในตลาดหุ้นนิวยอร์ก (NYSE) ปัจจุบันมีมาร์เก็ตแค็ป 138,770.778 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในช่วง Covid-19 ที่ผ่านมา BRISTOL-MYERS SQUIBB ก็เป็นอีกบริษัทที่ผลประกอบการเติบโต โดยรายได้ในไตรมาส 2/2563 หลักๆ ยังมาจากยา Revlimid ซึ่งเป็นรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว

 

ซึ่งทั้ง 5 ตัวจะเห็นว่าเป็นบริษัทเฮลท์แคร์ที่เติบโตจาก Product พิเศษที่พัฒนาจากนวัตกรรม หรือเป็นยาเฉพาะด้านที่เป็นความต้องการของโรงพยาบาลทั่วโลก นอกจากนี้หุ้นแต่ละตัวมีการจับมือเป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัทเฮลท์แคร์ในอุตสาหกรรมเดียวกัน ยิ่งทำให้ตลาดเฮลท์แคร์เติบโตก้าวกระโดด

 

 

 

ที่มา :

https://johnsonandjohnson.gcs-web.com/node/46751/pdf

https://www.roche.com/media/releases/med-cor-2020-08-10b.htm

https://news.bms.com/press-release/corporatefinancial-news/bristol-myers-squibb-reports-second-quarter-2020-financial-res

https://www.shareinvestor.com/sg

https://prn.to/2F4htp8

http://gllt.morningstar.com/dnr0n7f73m/fundquickrank/default.aspx?LanguageId=en-GB

 

 

 

Share: