มอบ ‘บริการด้านการลงทุน’ และ ‘ผลประโยชน์ที่ดีที่สุด’ ให้แก่ลูกค้า

 

นับว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ “เอไอเอ ประเทศไทย” ผู้นำในธุรกิจประกันชีวิตและผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked) ในประเทศไทย ที่ได้เดินหน้าเข้าสู่ตลาดทุนไทยในอีกหนึ่งรูปแบบ

 

โดยได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับ “บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเอไอเอ (ประเทศไทย) จำกัด” หรือAIAIMT” ในวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา

 

ในวันนี้เอง ทาง ‘Wealthy thai’ มีโอกาสได้พบกับแม่ทัพใหญ่ผู้มากความสามารถอย่าง “สุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) จำกัด จึงไม่พลาดที่จะเก็บเอาเรื่องราวที่น่าสนใจมาฝากแก่ผู้อ่านกันเช่นเคย

 

“บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย)” ติด ‘ท็อป3’ AUM กว่า 8.47 แสนลบ.

         

สำหรับ “บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) จำกัด” ก่อตั้งขึ้นด้วยทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์เพื่อบริหารจัดการสินทรัพย์ของ ‘เอไอเอ ประเทศไทย’ และเงินลงทุนในกองทุนรวมจากกรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิต ลิงค์) ของเอไอเอ ประเทศไทย เพื่อมอบบริการด้านการลงทุนและผลประโยชน์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า

 

ปัจจุบัน “บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย)” มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ โดยมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร(AUM)รวมมูลค่า 847,000 ล้านบาท พร้อมมีทีมผู้บริหารจัดการกองทุนที่มีประสบการณ์ด้านการลงทุนกว่า 30 ปี ทั้งในตลาดไทยและตลาดสากล

 

        

 

“เพื่อที่จะสร้างการบริการด้านการลงทุนและผลตอบแทนที่ดี เราจะประสานความร่วมมือกับเครือข่ายการลงทุนของกลุ่มบริษัทเอไอเอทั่วโลก ตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อบริหารการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม”

           

พร้อมด้วยการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้การบริหารจัดการกองทุน ซึ่งจะช่วยลดค่าบริหารจัดการและช่วยให้ค่าธรรมเนียมในการบริการให้ลูกค้าถูกกว่าตลาดได้ โดยเราคาดหวังว่าจะได้การตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ด้วยค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่าและการบริหารจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญ ฐานลูกค้าในปัจจุบันและอนาคตเรายังคงมุ่งเน้นในกลุ่มยูนิต ลิงค์ของบริษัทเป็นสำคัญ

 

“บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย)” ประเดิมปีแรกเปิด 5 กองทุนใหม่

           

สำหรับการเปิดกองทุนใหม่ ในปีนี้เราจะมีการเปิดกองทุนจำนวน 5 กองโดยเป็นกองที่เกี่ยวกับ “ตลาดทุนไทย” ทั้งหมด ประกอบไปด้วย

 

-‘กองทุนเปิด เอไอเอ เอ็นแฮนซ์ เซท 50 (AIA-ES50)’

-‘กองทุนเปิด เอไอเอ ไทย อิควิตี้ (AIA-TEQ)’

-‘กองทุนเปิด เอไอเอ ไทย อิควิตี้ ดิสคัฟเวอรี่ (AIA-THDIS)’

-‘กองทุนเปิด เอไอเอ อินคัม ฟันด์ (AIA-IC)’

-‘กองทุนเปิด เอไอเอ ตราสารหนี้ระยะสั้น (AIA-ST)’

 

จ่อเปิด “กองทุนต่างประเทศ” ต้นปี 64 จำนวน 4 กองทุน

 

           
ส่วน “กองทุนต่างประเทศ” เพื่อที่จะตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการผลแทนที่ดีและกระจายความเสี่ยงการลงทุน เรามีแผนจะเปิด 7 กองทุน โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปีหน้าราว 4 กอง ส่วนที่เหลือคาดหวังว่าจะได้เห็นความชัดเจนหลังจากนั้น

 

“เราได้ตั้งเป้าภายใน 3-5ปี ข้างหน้า บลจ.จะมีครบทุกผลิตภัณฑ์ให้นักลงทุนได้คัดเลือกตามสไตล์การลงทุนที่เหมาะสม โดยจำนวนกองทุนจะไม่ถูกจัดตั้งให้เยอะเกินไปถึงขนาดหลัก 100 กองทุน แต่คาดว่าจะมีจำนวนไม่เกิน 20 กองทุน”

 

โดยมุมมองสำหรับตลาดทุนนั้น เรามองว่า ทุกสินทรัพย์ทั่วโลกรวมถึงตลาดทุนไทย ราคา “เริ่มแพง” แล้วนักลงทุนอาจจะมีความระมัดระวังในการลงทุน ปัจจัยที่จะมีผลต่อนั้นยังคงความหวังถึงการผลิตวัคซีน ซึ่งหากมีความชัดเจนมากขึ้น ก็คาดว่ภาพรวมทุกอย่างจะดีขึ้นด้วยเช่นกัน

 

บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) ถือเป็น ‘บลจ.ลูกประกัน’ ที่ถือเป็นบลจ.น้องใหม่ในตลาดบลจ. แต่เชื่อว่าด้วยประสบการณ์ลงทุนในตลาด จะสามารถตอบโจทย์นักลงทุนอย่างกลุ่มยูนิตลิงค์ ที่หวังจะสร้างผลตอบแทนการลงทุนให้สูงกว่าเดิม ซึ่งการก้าวเข้าสู่การเป็นบลจ.เองก็ถือเป็นก้าวสำคัญของบริษัทประกันภัยในอุตสาหกรรมกองทุนเช่นเดียวกัน”

 

 

Share: