“คุ้มครองรายย่อย”...โดยไม่ปิดโอกาสการลงทุนของ ‘รายใหญ่-สถาบัน’!!!

ปัจจุบันโอกาสการลงทุนของคนไทยโดยทั่วไปถือว่าเปิดกว้างและสามารถเข้าถึงการลงทุนได้ไม่ต่างกับนักลงทุนรายใหญ่

           

ด้วยเครื่องมืออย่าง “กองทุนรวม” ทำให้โลกของการลงทุนของ ‘รายย่อย’ ไม่ถูกจำกัดอีกต่อไป อยากจะลงทุนในสินทรัพย์ใดในโลกตอนนี้เรียกว่าในสินทรัพย์หลักๆ แล้ว มีครบถ้วนแล้วก็คงไม่ผิดนัก

           

แต่ก็ยังมีการลงทุนบางประเภทที่ยัง ‘จำกัด’ ไว้ให้เฉพาะ ‘รายใหญ่’ เท่านั้น ไม่ใช่เพราะต้องการปิดกั้นโอกาสการลงทุนของ ‘รายย่อย’ แต่ประการใด

           

หากแต่เป็นเพราะทางหน่วยงานกำกับดูแลประเมินแล้วว่า...การลงทุนนั้นมีความซับซ้อน และมีความเสี่ยงสูง ในเบื้องต้นนี้เลยเปิดให้ลงทุนเฉพาะกลุ่มไปพรางๆ ก่อนนั่นเอง

           

แล้ว ‘รายใหญ่’ ในตลาดนั้น เป็นยังไง วันนี้ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย

 

“โพรดักต์การลงทุน” บางประเภท...ยังจำกัดไว้เฉพาะ ‘รายใหญ่-สถาบัน’

           

แม้ว่าปัจจุบันโอกาสการลงทุนของนักลงทุนไทยทั่วไปจะเปิดกว้างมากขึ้น แต่ก็ยังมีกองทุนบางประเภทที่ยัง ‘จำกัด’ ไว้สำหรับนักลงทุน ‘รายใหญ่’ เท่านั้น หลายคนที่ชื่นชอบ “กองตราสารหนี้” อาจเคยเจอบางกองที่มีชื่อกองยาวมาก ต่อท้ายชื่อกองว่า ‘…ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย’ ต่อท้าย กองทุนกลุ่มนี้จะมีการเคาะซื้อขั้นต่ำค่อนข้างสูง เช่น 500,000 บาท ขึ้นไป เป็นต้น

           

แต่นั่นก็ยังถือว่า...เป็นชั้นต้นของกลุ่ม ‘รายใหญ่’ เท่านั้น ด้วยโพรดักต์ในจักรวาลการลงทุนมีมากมายมหาศาล ในต่างประเทศก็มีพัฒนาการไปไกลมาก โพรดักต์บางอย่างตลาดไทยก็ถือว่าค่อนข้างใหม่ เพื่อ ‘จำกัดกลุ่มผู้ลงทุน’ ให้เหมาะสม ทาง “สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)” จึงแบ่งประเภทของ “นักลงทุนรายใหญ่” ออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

         

1.ผู้ลงทุนรายใหญ่ (High Net Worth : HNW) : สำหรับนักลงทุนบุคคล คือ ผู้ลงทุนที่มีสินทรัพย์สุทธิตั้งแต่ 50 ล้านบาท ขึ้นไป หรือมีรายได้ต่อปีตั้งแต่ 4 ล้านบาท ขึ้นไป เป็นต้น เข้าเกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่งก็ได้ จัดเป็น ‘รายใหญ่’ แล้ว

         

2.ผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ (Ultra High Net Worth : UHNW) : สำหรับนักลงทุนบุคคล คือ ผูที่มีสินทรัพย์สุทธิตั้งแต่ 70 ล้านบาท ขึ้นไป หรือมีรายได้ต่อปีตั้งแต่ 10 ล้านบาท ขึ้นไป เป็นต้น แบบนี้จัดชั้นเข้า ‘รายใหญ่พิเศษ’  

 

                     

 

           

“ทั้งนี้เกณฑ์ในการแบ่งก็จะมีหลายข้อ เข้าเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งก็ถือว่าผ่านแล้ว ซึ่ง ‘นักลงทุนบุคคล’ กับ ‘นิติบุคคล’ ก็จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป จะเห็นว่าโพรดักต์บางอย่าง ‘รายใหญ่’ เองก็ยังลงทุนไม่ได้เลย เช่น Hedge Fund เป็นต้น ต้องเป็น ‘รายใหญ่พิเศษ’ เท่านั้น จึงจะลงทุนได้”

           

“กองทุนนิติบุคคล (Private Equity)” เองก็เป็นอีกโพรดักต์หนึ่ง ที่จำกัดกลุ่มของผู้ลงทุนเอาไว้เช่นกัน หรือที่เรารู้จักกันดีในกลุ่มของ High Yield Bond” หรือ Non-rated” ก็เช่นเดียวกัน เหตุผลสำคัญของผู้กำกับดูแลก็เพื่อป้องกันรายย่อย ในขณะเดียวกันก็เพิ่มโอกาสให้กับกลุ่มผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้ โดยมีเกณฑ์กำกับดูแลการขายที่เคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ลงทุนเข้าใจลักษณะและความเสี่ยงซึ่งอยู่ในระดับสูงอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุน

           

“ผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นของคู่กัน ดังนั้นเมื่อเกิดความเสียหายขึ้น ก็ถือว่านักลงทุนนั้นรับทราบความเสี่ยงอยู่แล้ว ในส่วนของ ‘รายย่อย’ แค่โพรดักต์ธรรมดา หุ้นตก ราคาตราสารหนี้ร่วง ก็นอนไม่หลับกันแล้ว บางโพรดักต์ก็ต้องปล่อยให้เป็นโอกาสที่เปิดกว้างสำหรับ ‘รายใหญ่’ ไปแล้วกัน”

         

สำหรับ ‘รายย่อย’ หากเข้าใจที่มาที่ไปแล้ว ก็ไม่ต้องเสียใจอะไร ลำพังทางเลือกการลงทุนที่มีอยู่ในปัจจุบันก็ถือว่าครบถ้วนอย่างเพียงพอแล้ว ส่วนทางเลือกการลงทุนบางประเภทนั้น ก็ต้องปล่อยผ่านให้กับกลุ่มนักลงทุนที่มีความรู้ความเข้าใจ มีเงินหนาอย่าง ‘รายใหญ่-สถาบัน’ ไป แต่ใครจะรู้ในอนาคตหากความรู้ความเข้าใจของนักลงทุนทั่วไปมีกว้างขวางและมากเพียงพอ เราก็อาจมีโอกาสการลงทุนในโพรดักต์เหล่านี้ผ่านรูปแบบของ ‘กองทุนรวม’ ได้เช่นเดียวกันในอนาคต

Share: