“COVID-19” หนุนความต้องการ ‘พลังงานงานทางเลือก-รถยนต์ไฟฟ้า’ เพิ่มขึ้น

ไม่ว่าจะลงทุนผ่าน “กองทุนรวม” หรือลงทุน “หลักทรัพย์รายตัว” กระแสการลงทุนด้วยธีมต่างๆ ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่นักลงทุนให้ความสำคัญหรือประกอบการตัดสินใจการลงทุนในแต่ละครั้ง


เพราะธีมการลงทุนแต่ละประเภทนั้น มีความแตกต่างกันเชิงไม่ว่าจะเป็นประเทศที่ลงทุน ภูมิภาค เซ็กเตอร์ หลักทรัพย์ เป็นต้น แต่ในปัจจุบันนี้ก็ได้เกิด ธีมใหม่ๆ ขึ้นมาด้วยเช่นกัน


ซึ่งในวันนี้เราจะมาพูดถึงธีม “พลังงานทดแทน” หรือ “พลังงานทางเลือก” ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งธีมที่เคยเปรี้ยงมากโดยเฉพาะในช่วงราคาน้ำมันโลกมีราคาสูง แต่แม้ราคาน้ำมันในปัจจุบันจะทรงตัวในระดับต่ำ ธีมของ “พลังงานทางเลือก” ก็ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่นาสนใจมาฝากกันเช่นเคย

 

 

นโยบายรัฐหนุน “พลังงานทางเลือก”...สร้างจังหวะการลงทุน

สำหรับธีม “พลังงานทางเลือก” นั้น เป็นธีมการลงทุนตามการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างพื้นฐาน ด้วยสถานการณ์วิกฤติมลภาวะ และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ (climate change) ที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศของโลก จึงทำให้ผู้ประกอบธุรกิจไม่น้อยหันมาปรับการดำเนินธุรกิจให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งธีมการลงทุนระยะยาวที่น่าสนใจด้วยเช่นกัน


โดย “ธณาพล อิทธินิธิภัค” Vice President and Head of Thai Business Blackrock ได้กล่าวถึงภาพรวมการลงทุนตามการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างว่า ในปัจจุบันนโยบายภาครัฐบาลในหลายประเทศได้ออกนโยบายขับเคลื่อนการใช้พลังงานทางเลือกเพื่อแก้วิกฤติมลภาวะ และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ (climate change) ทางเราจึงเห็นจังหวะที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ที่คาดว่าจะเติบโตอีกกว่า 7 เท่า ในอีก 20 ปีข้างหน้า และเชื่อว่าการลงทุนในธุรกิจดังกล่าวจะสร้างมูลค่าอย่างมหาศาล


ขณะเดียวกันจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกจากสถานการณ์แพร่ระบาดของ ‘ไวรัส COVID-19’ น่าจะผ่านพ้นจุดต่ำสุดแล้วและกำลังฟื้นตัวภายใต้บริบทใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานสะอาดและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

 

“ท่ามกลางสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน ภาวะโลกร้อน ภัยพิบัติ และปัญหามลพิษ ตามความตกลงปารีส (Paris Agreement) ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  เพื่อกำหนดมาตรการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ตั้งแต่ พ.ศ. 2563 ประกอบกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีต้นทุนลดลงจนถูกว่าการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิลที่เป็นแหล่งพลังงานหลักในปัจจุบัน จึงทำให้พลังงานทางเลือกอาจถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นทางเลือกแรกของความต้องการ”

 

 

“จุดเด่น” นโยบายลงทุน...3 กลุ่มอุตสาหกรรมทั่วโลก

“BGF Sustainable Energy Fund” บริหารจัดการโดย ‘Blackrock’ บริษัทจัดการชั้นนำของโลกที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนที่คำนึงและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยกองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นของธุรกิจพลังงานยั่งยืนใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมทั่วโลก ได้แก่

  1. Renewable Energy Power : บริษัทที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน

  2. Clean Transport : การขนส่งโดยใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีสะอาด

  3. Energy Efficiency : การเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน



“ซึ่งนับเป็นกลุ่มธุรกิจ ESG ที่มีการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่องและมีความยั่งยืน โดยกองทุนนี้ได้รับการจัดอันดับ ‘Morningstar 5 ดาว’ และ ‘5 globe Morningstar sustainability rating’ อีกด้วย จากสถานการณ์แพร่ระบาดของ ‘ไวรัส COVID-19’ จะเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาใช้รถยนต์ส่วนบุคคล จึงคาดว่าการขนส่งโดยใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีสะอาด เช่น รถยนต์ไฟฟ้าจะขยายตัวเฉลี่ย 20% ต่อปีไปจนถึงปี 2583 ดังนั้นบริษัทที่ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าว มีโอกาสเติบโตอย่างก้าวกระโดด และเป็นโอกาสที่นักลงทุนจะได้กระจายการลงทุนไปในธุรกิจที่สามารถสร้างผลกำไรสูงในระยะยาว ในภาวะที่สภาพคล่องในระบบการเงินให้อยู่ในระดับสูง”

 

 

กอง MRENEW”...กับโอกาสลงทุนในธีม ‘พลังงานทางเลือก’

ฟาก “ชาญวุฒิ รุ่งแสงมนูญ” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) บอกว่า เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับนักลงทุนบริษัทได้ส่ง ‘กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี รีนิวเอเบิล เอนเนอร์จี (MRENEW)’ ที่มีนโยบายลงทุนใน ‘BGF Sustainable Energy Fund’ ซึ่งเป็นกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบบัญชีไม่ต่ำกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ เสนอขายช่วง IPO วันที่ 21 – 28 ส.ค. 63 นี้

 

 

“กองทุนเปิด MRENEW เหมาะสำหรับผู้สนใจลงทุนในระยะยาว โดยคาดหวังผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทดแทน และคาดหวังผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนในประเทศ สามารถรับความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมพลังงาน ผู้สนใจสามารถลงทุนขั้นต่ำได้เพียง 1,000 บาท โดยสามารถซื้อและขายคืนหน่วยลงทุนได้ทุกวันทำการ กองทุนนี้มีนโยบายจ่ายเงินปันผลอย่างน้อยปีละครั้ง กองทุนมีความเสี่ยงระดับ 7” 


กอง MRENEW ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสการลงทุนในบริษัทที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดีในอนาคต ไปกับธีม ‘พลังงานทางเลือก’ ได้ทั้งผลตอบแทนและเป็นมิตรกับโลก ยังมีการกระจายการลงทุนในหลากหลายอุตสาหกรรม ทำให้หมดความเสี่ยงเรื่องการลงทุนแบบกระจุกตัว ทางเราเองก็หวังว่าข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจได้ไม่มากก็น้อย”

Share: