“บลจ.” หนุนต่ออายุ ‘กอง SSF Extra’ ...ลุ้น ‘ภาครัฐ’ เอาด้วย!!!

ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 รัฐบาลในหลายๆ ประเทศได้ออกนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง อย่างการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ตลาดเงินและตลาดทุน


รวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน ที่ได้ออกมาตรการอย่าง “กองทุนรวมเพื่อการออมระยะยาวแบบพิเศษ SSF Extra (Super Saving Fund Extra : SSFX)” ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบจัดตั้งขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบตลาดทุนและเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในช่วงสถานการณ์ดังกล่าว


ด้วยภาวะตลาดที่ไม่สู้ดีหนักและเศรษฐกิจยังคงชะลอตัวจึงทำให้ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนไม่ดีนัก โดยหลังจากเปิดขายไปวันที่ 1 เม.ย.- 30 มิ.ย. 20 นั้น มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมทั้งสิ้น 1.1 หมื่นล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 1 ก.ค. 20) ซึ่งทำได้ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้


แต่ล่าสุด “สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO)” เตรียมประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาข้อเสนอขับเคลื่อนตลาดทุนไทยต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง ซึ่งหนึ่งในเรื่องที่เสนอจะมีพิจารณาให้ ‘ต่ออายุ’ กอง SSF Extra ด้วย


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้นำมุมมองของ ผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ที่มีต่อประเด็นกล่าวและแนวโน้มในอนาคตว่าจะออกมาเช่นไร ให้แก้ผู้ที่สนใจได้ติดตามกัน

 

 

 

“ต่ออายุ SSF Extra” ช่วยหนุนตลาดได้...หลัง ‘COVID-19’ ทำนลท.ขาดความเชื่อมั่น

ล่าสุด “สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO)” เตรียมประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาข้อเสนอขับเคลื่อนตลาดทุนไทยต่อ รมว.คลัง โดยหนึ่งในเรื่องที่จะเสนอ ได้แก่ การส่งเสริมและการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อกระตุ้นให้เกิดการออมในะระยาวมากขึ้น เนื่องจากในช่วงวิกฤติ COVID-19 เห็นได้ว่าประชาชนมีการออมเงินน้อยมาก หากใช้มาตรการด้านภาษีก็น่าจะช่วยให้เกิดการออมเพิ่มขึ้นได้ 


“โดยจะเสนอให้มีการต่ออายุ ‘กองทุนรวมเพื่อการออมพิเศษ (SSFX)’ ไปอีก 10 ปี หลังจากสิทธิประโยชน์ที่ให้เป็นพิเศษหมดอายุไปเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 63 และจะเสนอให้ลดระยะเวลาการถือครอง จาก 10 ปี เหลือ 7 ปี เนื่องด้วยที่ผ่านมามีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนค่อนข้างน้อยมาก เชื่อว่าระดับ 7 ปีน่าจะมีความเหมาะสม และน่าจะมีเม็ดเงินลงทุนเข้ามาเพิ่มมากขึ้น”


ด้าน “ธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์” รองกรรมการผู้จัดการ บลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) มองว่า การต่ออายุ ‘กองทุนรวมเพื่อการออมระยะยาวแบบพิเศษ (SSF Extra)’ ถือเป็นเรื่องที่ดี  เนื่องจากในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 นั้น นักลงทุนมีความกังวลที่จะลงทุนในตลาดหุ้น  จึงทำให้การตอบรับจากนักลงทุนไม่ดี ประกอบกับเกณฑ์ระยะเวลาการถือครองเป็นเวลา10 ปี ที่ใช้ระยะเวลาถือครองนานกว่า ‘กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)’ จึงทำให้ไม่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนบางกลุ่ม จึงมองหากจะมีการต่ออายุ ‘กอง SSF Extra’ ขึ้นจริงก็จะต้องปรับเกณฑ์ดังกล่าวด้วย เพื่อดึงความสนใจแก่นักลงทุน

 

(ธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์)

 

 

“การต่ออายุให้แก่ SSF Extra ถือเป็นเรื่องที่ดีและจะช่วยสนับสนุนให้แก่ตลาดทุนได้เป็นอย่างดี รวมถึงกลุ่มนักลงทุนที่มีเป้าหมายการออมเงินในระยะยาว แต่หากไม่มีการต่ออายุ ก็คงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากๆ”


ส่วนแนวโน้ม “กองทุนประหยัดภาษี” นั้น เรามองว่าจะไปต่อได้ดี เนื่องจากรัฐบาลได้มีนโยบายให้คนในประเทศหันมาออมเงินมากขึ้น จึงเชื่อว่าจะมีนโยบายใหม่ๆ ที่จะคอยสนับสนุนออกมาอย่างต่อเนื่อง และในช่วงภาวะดอกเบี้ยต่ำทำให้ต้องแสวงหาโอกาสการลงทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่า ตลาดทุนจึงตอบโจทย์ได้ดีกว่า

 

 

มี “กอง SSF Extra”...ย่อมดีกว่าไม่มี

เช่นเดียวกัน “พจน์ หะริณสุต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. วรรณ จำกัด ที่ได้ให้มุมมองว่า โดยส่วนตัวมองว่า การต่ออายุให้ ‘กองSSF Extra’ นั้นย่อม ‘ดีกว่าไม่มี’ แม้ว่ารัฐบาลจะมีการพิจารณาไม่ต่ออายุก็ตาม เนื่องจากถ้ามี ‘กอง SSF Extra’ จะทำให้นักลงทุนมีตัวเลือกการลงทุนมากขึ้น จากสิทธิ์พิเศษทางภาษี สำหรับ บลจ. เอง การมี ‘กอง SSF Extra’ ก็ทำให้การขายกองทุนได้ง่าย เพราะจะทำให้นักลงทุนมีตัวเลือกผลิตภัณฑ์การลงทุนให้เลือกเยอะขึ้น โดยสิทธิ์พิเศษการลงทุนในกองนั้นเองก็เป็นหนึ่งในการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนด้วยเช่นกันขณะเดียวกันตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันปรับตัวขึ้นมากค่อนข้างสูงแล้ว จึงทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลต่อตลาด การมีเครื่องมือการลงทุนที่เพิ่มขึ้นจึงเป็นตัวดึงดูดนักลงทุน

 

(พจน์ หะริณสุต)

 

 

“โดยแนวโน้มการเติบโต ‘กองประหยัดภาษี’ อย่างกอง SSF ปกตินั้น มองว่าเติบโตได้ค่อนข้างช้า โดยคาดการณ์ว่ากฎเกณฑ์ต่างๆ อย่างระยะเวลาการถือครองเป็นเวลา 10ปี และสิทธิ์ทางภาษีที่น้อยกว่ากองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่ทำให้ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนไม่ดีนัก”


“จะเห็นได้ว่า ‘ผู้เชี่ยวชาญ’ ส่วนใหญ่ยังมีมุมมองเชิงบวกกับการต่ออายุ ‘กอง SSF Extra’ ซึ่งไม่ใช่เพราะการขายของที่ง่ายขึ้น แต่ผลิตภัณฑ์ตลาดหุ้นในปัจจุบันมีให้เลือกไม่มากนัก จึงทำให้สิทธิ์พิเศษทางภาษีที่ถูกหยิบขึ้นมานั้น จะช่วยดึงดูดนักลงทุนได้อีกหนึ่งทาง แต่ภาครัฐเองก็คงมีเหตุผลเช่นเดียวกันสำหรับเรื่องนี้ ซึ่งท่าทีของภาครัฐเองที่ส่งสัญญาณมาก่อนหน้าก็ค่อนข้างชัดว่า...ไม่น่าจะมีการต่อแต่ประการใด ก็ถือเป็นเรื่องของการมองต่างมุม”

Share: