“อิสระ” ในการจัดพอร์ต...ช่วยให้ ‘ไม่หลงทาง’ จากเป้าหมายระยะยาว!!!

หลายครั้งที่ผ่านมา เราได้นำเสนอแนวคิดในการ “จัดสรรเงินลงทุน (Asset Allocation)” ในรูปแบบต่างๆ เพื่อเป็นไอเดียให้กับผู้ลงทุนที่สนใจได้นำไปปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเองกัน


เพราะในจักรวาลของการลงทุนนั้น ‘ไม่มีสูตรสำเร็จที่ตายตัว’ สำหรับใครคนใดคนหนึ่ง สุดท้ายล้วนขึ้นกับผู้ใช้เป็นสำคัญ


ในครั้งนี้เป็นอีกแนวคิดหนึ่งที่มีการใช้กันในหมู่นักลงทุนกันอย่างแพร่หลาย นั่นก็คือการจัดพอร์ตแบบ Core and Satellite” นั่นเอง


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย

 

 

เกาะเป้าหมายระยะยาวด้วย “Core”…เพิ่มผลตอบแทนผ่าน ‘Satellite’

สำหรับแนวคิดการจัดพอร์ตการลงทุนในช่วงที่ผ่านมา จะเป็นแนวคิดในการจัดสรรเงินลงทุนไปในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ในสัดส่วนเท่าไร ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผู้ลงทุนส่วนใหญ่น่าจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่แนวคิดในการจัดพอร์ตแบบ Core and Satellite” จะเป็นอีกมุมมองหนึ่ง คล้ายกับมองดูระบบสุริยจักรวาลที่มีพระอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง ‘เป็นแก่น (Core Port)’ ที่สำคัญของพอร์ตลงทุน มีน้ำหนักและมีนัยสำคัญที่สุด


“ในขณะที่ยังมีส่วนที่เป็น ‘ส่วนเสริม (Satellite)’ ที่เป็นเสมือนดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ หรือ ‘Core Port’ นั่นเอง ซึ่งอาจมีจำนวนมากน้อยแล้วแต่มุมมองการลงทุนของนักลงทุนเอง น้ำหนักจะมีสัดส่วนมากน้อยก็เช่นเดียวกัน ไม่ต่างกับดาวนพเคราะห์ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ที่มีขนาด ‘เล็ก-ใหญ่’ แตกต่างกันไป ระยะของวงโคจรก็กินเวลา ‘สั้น-ยาว’ แตกต่างกันไปด้วยเช่นกัน”


ส่วนที่เป็น ‘Core Port’ จะเน้นการลงทุนที่เป็นเป้าหมายระยะยาว เป็นการลงทุนอย่างมีวินัย และมีความเสี่ยงที่เหมาะสมกับนักลงทุน ในขณะที่ ‘Satellite’ นั้น จะเน้นการลงทุนเพื่อแสวงหาผลตอบแทนในระยะสั้นตามโอกาสที่มีเข้ามาในสถานการณ์ต่างๆ

 

 

Core Port จะทำให้คุณไม่หลงออกจากเส้นทางที่คุณต้องการจะมุ่งหน้าไปสู่ในระยะยาว โดยส่วนนี้สามารถใช้วินัยในการลงทุนเข้าจับ เช่น ทยอยลงทุนอย่างสม่ำเสมอไปทุกๆ เดือน ในขณะที่ส่วนของ ‘Satellite’ จะช่วยสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มให้กับพอร์ตคุณได้ (หากมองถูกทาง) หรืออย่างน้อยถ้ามองผิดทาง ก็เป็นเพียงผลกระทบส่วนน้อย ที่จะไม่กระทบต่อเป้าหมายหลักที่คุณกำลังมุ่งหน้าไปสู่แต่ประการใด”


แนวคิดนี้มีความยืดหยุ่นมาก ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนที่ชอบความเสี่ยง หรือไม่ชื่นชอบความเสี่ยงก็สามารถนำแนวคิดนี้มาใช้ได้ เพียงแต่ ‘Core Port’ อาจแตกต่างกันไปบ้างเท่านั้น


ตัวอย่าง 1 : คนไม่ชอบเสี่ยง ใช้ ‘Core Port’ เป็นกองทุนตราสารหนี้ แล้วไปใช้ ‘Satellite’ เป็นกองทุนหุ้น กองทุนผสม หรือกองทุนทางเลือก เช่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนทองคำ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนให้กับพอร์ต


ตัวอย่าง 2 : คนเดินทางสายกลาง ใช้ ‘Core Port’ เป็นกองทุนผสม (Multi Asset) ซึ่งผลตอบแทนดีกว่าตราสารหนี้ แล้วก็ไปเลือก ‘Satellite’ เป็นกองตราสารหนี้ กองหุ้นเติบโตสูง กองทุนทองคำ เป็นต้น


ตัวอย่าง 3 : คนชอบเสี่ยง ใช้ ‘Core Port’ เป็นกองดัชนีหุ้น (Index Fund) เกาะผลตอบแทนระยะยาวเท่ากับตลาด แล้วกระจายไปใน ‘Satellite’ เป็นกองทุนตราสารหนี้ กองหุ้นแบบ Active Fund กองผสม เป็นต้น


ส่วนน้ำหนักการลงทุนจะเป็นสัดส่วนเท่าไรนั้น ยังคงให้น้ำหนักใน ‘Core Port’ อย่างมีนัยสำคัญ ขึ้นกับตัวผู้ลงทุนเอง ค่อนข้าง ‘อิสระ’ ในมุมมองนี้นอกจากเรื่องการกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ที่หลากหลายแล้ว ยังนำมุมมองในระยะสั้นต่อโอกาสการลงทุนที่มีในแต่ละสินทรัพย์ ภูมิภาค หรือตลาดแล้วในลักษณะของ ‘Satellite’ ก็จะมีส่วนที่จะช่วยเพิ่มผลตอบแทนให้กับพอร์ตลงทุนของคุณได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญแม้ทุกอย่างไม่เป็นดังที่คิดไว้ แต่การกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสมก็จะช่วยลดความเสียหายให้กับพอร์ตรวมได้ไม่มากก็น้อยเช่นเดียวกัน

Share: