“เศรษฐกิจ”...ก็ต้องการ ‘วัคซีน’ เช่นกัน!!!

ช่วงระยะนี้การลงทุนอาจไม่คึกคักเท่าไรนัก นักลงทุนอาจเริ่มมีคำถามรวมถึงรอดูว่าสถานการณ์เริ่มดีขึ้นหรือยัง ข่าวสารต่างๆ ก็มีทั้งบวกลบ สลับเข้ามาอยู่ตลอด  แต่เรื่องทั่วโลกให้ความสนใจคือ การพัฒนา “วัคซีนโควิด” อย่างต่อเนื่องในหลายประเทศและเข้าใกล้ความจริงมากขึ้นทุกวัน นั้นหมายถึงการหยุดการระบาดของ ‘โควิด-19’ กำลังเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่นานนัก เป็นผลดีต่อสุขภาพและชีวิตของประชากรทั้งโลก ที่จะกลับมาใช้ชีวิตที่เป็นปกติ รวมถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กระทบไปจะกลับมาฟื้นตัว


“แต่เรื่องของสุขภาพและชีวิต ก็มีความสำคัญไม่น้อยกว่าเรื่องเศรษฐกิจเช่นกัน หากโควิดสามารถรักษาและควบคุมได้ แต่หากเศรษฐกิจไม่สามารถฟื้นกลับมาได้ ก็คงเป็นเรื่องที่ไม่ดีนัก ดังนั้น เศรษฐกิจก็ต้องการวัคซีนเช่นกัน  แต่อะไรคือวัคซีนที่ต้องรีบฉีดให้เศรษฐกิจให้ฟื้นตัวกลับมาเร็วและตรงจุดที่สุด”


ผมเคยพูดถึงเรื่อง New Challenge หลังโควิด-19” ไปในตอนก่อนหน้านี้ โดยได้ชี้ให้เห็นจุดแข็งของประเทศที่อาจเป็นโอกาสต่อเศรษฐกิจของประเทศหลัง ‘โควิด19’ คลี่คลาย แต่ ณ เวลานี้เราได้เห็นแล้วว่าภาวะเศรษฐกิจในครึ่งปีแรกแย่ขนาดไหนจากตัวเลขต่างๆ ที่รายงานออกมา  ดังนั้น “วัคซีน” ที่รัฐบาลต้องรีบใช้และต้องใช้ให้ ‘ถูกที่-ถูกจุด’ มากที่สุด ผมมองว่ามีส่วนหลักๆ ดังนี้ครับ


1) กระตุ้นการบริโภคในประเทศ : เมื่อธุรกิจที่พึ่งพารายได้จากต่างประเทศหดตัวลง การกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศคือเรื่องที่ทุกประเทศทำการกระตุ้นอย่างเร่งด่วน เราได้เห็นมาตรการเยี่ยมยาวตามมาด้วยการกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่มากพอเพราะหลายธุรกิจยังพึ่งพารายได้จากธุรกิจที่หยุดกิจการไป เช่น โรงแรม, การท่องเที่ยว, การส่งออก ดังนั้นปัจจัยที่จะช่วยทำให้การใช้จ่ายในประเทศเติบโตได้นั่นคือข้อต่อมา 

 

 

2) การจ้างงาน : การว่างงาน คือ ปัญหาของหลายประเทศที่ประสบกันในทันทีเพราะการเกิดโควิด และเป็นโจทย์ที่มีนัยสำคัญสำหรับรัฐบาลอย่างมากเพราะเราได้เห็นกันเป็นที่แน่นอนแล้วว่าหลังวิกฤตโควิด ‘เทคโนโลยี’ จะถูกนำมาใช้ในธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างมาก นั่นหมายถึงแรงงานคนอาจจะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยอัตราการว่างงานของไทยเดือน ส.ค. 2563 อยู่ที่ระดับ 1%


“เมื่อมองดูแล้วต้องบอกว่าการพัฒนาและลงทุนในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ ‘แรงงานคน’ ในประเทศไทย ยังถือว่ามีโอกาสอยู่ เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร, กลุ่มบริการต่างๆ ที่เป็นเศรษฐกิจหลักและเป็นจุดแข็งของประเทศยังมีความจำเป็นต้องใช้แรงงานคนควบคู่กับเทคโนโลยีและเครื่องจักรไปพร้อมๆ กัน ผมมองว่าสามารถทำให้เกิดการจ้างงานได้ในระยะยาว  อย่างไรก็ตามการลงทุนพัฒนาในข้อนี้ ต้องพึ่งพาปัจจัยสำคัญในข้อต่อมานั่นคือ”   


3) การบริหารงบประมาณ : เพื่อเป็นแก้ปัญหาให้ถูกจุดและไปตามลำดับความสำคัญ ในช่วงเวลานี้เป็นจังหวะที่ดีในการทำให้เศรษฐกิจมีกำลังฟื้นกลับมาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่จะทำได้ รวมถึงทำให้มีความสามารถรองรับเศรษฐกิจในด้านต่างๆ ที่จะเปิดกลับมาหลัง ‘โควิด-19’ หมดไป  เช่น การลงทุนด้านการขนส่งที่สามารถเชื่อมโยงไปสู่ภูมิภาคจังหวัดอื่นๆ ในประเทศซึ่งสามารถรองรับการท่องเที่ยว และการขนส่งสินค้าเศรษฐกิจต่างๆ, การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ที่รองรับการเข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศ และเพื่อการส่งออกสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กด้วยเช่นกัน 


“หากสามารถจัดสรรและใช้งบประมาณได้เหมาะสม จะส่งบวกต่อระบบเศรษฐกิจได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว”  


ที่ผมยกตัวอย่างมานี้เป็นภาพรวม ที่ผมมองว่ามีความเกี่ยวข้องกันและต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ  หากพิจารณาจากตัวเลขเศรษฐกิจและผลกำไรบริษัทต่างๆ ในช่วงครึ่งปีแรกต้องบอกว่า ‘ทรุดหนัก’ ตามสถานการณ์ของโลกและในภูมิภาค  จากนี้ไปก็ต้องจับตาดูว่า วัคซีน ที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยกลับมาฟื้นนั้นได้ผลมากพอเพียงใด ส่วนปัจจัยต่างประเทศนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างแน่นอน


ผมยังเชื่อว่า “เครื่องจักรตัวหลัก” ของประเทศ จะกลับมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไปได้ แต่จะไปได้ ‘เร็ว’ หรือ ‘ช้า’ ขึ้นอยู่กับผู้บริหารประเทศทุกส่วนที่เกี่ยวข้องครับ

Share: