BAM กลับมาทวงบัลลังก์ คาดฟื้นตัวแบบ V Shape ช่วงครึ่งปีหลัง

ในฝั่งตลาดทุน หุ้นบริหารสินทรัพย์หรือ AMC จะเป็นหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอ หรือมีหนี้เสียเพิ่มขึ้นเสมอ โดยจะเห็นว่าในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา (10 ส.ค.-9 ก.ย.63) หุ้นบริหารสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดหุ้นไทย อย่าง BAM ราคาปรับลดลง 11.79% แต่ล่าสุดหุ้นกลับมาบวกแล้ว!!!!  

 

 

รีบาวด์จาก Cover short ของต่างชาติ

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ประเมินว่าเมื่อวันที่ 10 ก.ย.63 ดัชนีรีบาวด์ในกรอบ Sideways down โดยมองว่าการรีบาวด์จากแรงซื้อคืน (Cover short) ผ่านกลุ่มนักลงทุนในประเทศ อาจมีต่อเนื่องในระยะสั้น แต่ไม่น่าจะมีพลังพอที่จะผลักดันในตลาดเปลี่ยนแนวโน้มออกจากกรอบ Sideway down ได้ในระยะสั้น


การฟื้นตัวแบบชัดเจน คาดจะเริ่มเห็นช่วงครึ่งหลังของเดือนนี้ เมื่อผ่านเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง 19 กย.นี้ไป และ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ จากพรก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท เริ่มใช้จริง ถึงจะเริ่มเห็นภาพตลาดที่ดีขึ้น กว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้


โดยผลกระทบของ COVID-19 ทำให้การเก็บหนี้ของ BAM ในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 อยู่ที่เพียง 5.9 พันล้านบาท ลดลง 46% YoY ส่วนในครึ่งปีหลัง คาดว่าการเก็บหนี้จะฟื้นตัวแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก โดยมีแรงหนุนจากการคลายล็อคดาวน์ ทำให้ประสิทธิภาพการตามเก็บหนี้ดีขึ้น ทางนักวิเคราะห์จึงประมาณการการเก็บหนี้ปี 2563 อยู่ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท

 

 

BAM น่าจะฟื้นตัวแบบ V-shape

ดังนั้นจึงประเมินว่าในครึ่งปีหลัง 2563 BAM จะฟื้นตัวแบบ V-shape ซึ่งจะช่วยให้สามารถปรับโครงสร้างหนี้และตามเก็บหนี้ได้เร็วขึ้น และสามารถเร่งขายทรัพย์สินรอการขาย (NPA) นอกจากนั้นบริษัทยังมีโอกาสบันทึกภาษีเงินได้รอตัดบัญชีที่ 2-2.5 พันล้านบาท ในงบรายได้ไตรมาส4/63 (ยังไม่รวมในประมาณการของเรา) จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยคาดการณ์กิจการจะเก็บหนี้ได้เร็วขึ้นเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก ทั้งนี้แนวโน้ม NPL ของธนาคารที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ซิ้อหนี้ได้เพิ่มในราคาถูกอีก 1-2 ปี

 

 

คาดกำไรของ BAM จะฟื้นตัวเด่นตั้งแต่ไตรมาส 3/63 เป็นต้นไป

ทางนักวิเคราะห์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินหุ้น BAM ว่าจะลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง คาดกำไรของ BAM จะฟื้นตัวเด่นตั้งแต่ไตรมาส 3/63 เป็นต้นไป หนุนด้วยแนวโน้มกำไรจากทั้งการขาย NPA หลังกรมบังคับคดีกลับมาเปิดประมูลตามปกติ และบริษัทเริ่มอัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นการขายทรัพย์มือ 2 ค่อนข้างมากในช่วงครึ่งปีหลัง 2563 ทั้งมหกรรมลดราคา 9 เดือน 9 และการขายผ่าน Online Channel ในเว็บไซต์ของบริษัทเอง หรือการขายผ่าน Shopee บวกกับ Offline Channel ด้วยการออกบูธตาม Event ต่างๆ อีกกว่า 10 งานในปีนี้ หนุนให้เราคาดจะได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี เพราะปัจจุบันดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ในระดับต่ำ และราคาอสังหาฯ มือหนึ่งปรับเพิ่มขึ้นมาพอสมควรแล้ว จึงคาด ทั้งปี 2563 BAM จะมีกำไร ปกติราว 2,549 ล้านบาท  ลดลง 61.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (YoY)


มอง BAM เป็น Defensive Play ที่แข็งแกร่ง ผลดำเนินงานที่อ่อนแอในไตรมาส 2/63  เป็นเพียงประเด็นชั่วคราว และคาดแนวโน้มฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 3/63 นอกจากนี้ยังมี Upside Risk จากกำไรพิเศษในส่วนของรายการภาษีสินทรัพย์ล่วงหน้า (DTA)  และ NPA รายใหญ่ ขณะที่ราคาหุ้นมี Upside 36.0% จากมูลค่าพื้นฐานปี 2564 ที่ 29.50 บาท และคาดมี Div. Yield อีก 3.5% จึงคงแนะนำ “ซื้อ” (ข้อมูลอัพเดต 10 ก.ย.63)

 

 

BAM พบสัญญาณแบงก์ขายหนี้ SME มากขึ้น ล่าสุดขายอสังหาฯ ผ่าน Shopee ได้ยอดวันเดียว 200 ล้าน!!!!!

นายรฐนันท์ ฟูเกียรติ ผู้จัดการกลุ่มนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM กล่าวในงานบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน (Opp Day) ว่า ประเมินว่าแนวโน้มการเติบโตของ BAM ในไตรมาส 3/63 และไตรมาส 4/63 เทรนด์จะดีขึ้นเรื่อยๆ จากกิจกรรมต่างๆ ที่จะกลับมาสู่ระดับปกติ โดยช่องทางการขาย NPL หลักผ่านกรมบังคับคดี ที่หยุดไป 2 เดือน กลับมาปกติในเดือนมิ.ย.63 ทำให้ NPL ดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ส่วน NPA กระทบการจัดบูธ ก็ทำแคมเปญชดเชย และจัดแคมเปญออนไลน์


“เชื่อว่าผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และจะดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ทั้งนี้ประเมินว่า NPL จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะ NPL ในช่วง Covid-19 ยังไม่เข้ามา อย่างไรก็ตามภาพหลังจากนี้ จะเห็นธนาคารพาณิชย์ออกมาขายหนี้คอร์ปอเรทมากขึ้น เนื่องจากในไตรมาส 2/63 จะการขายพอร์ตหนี้เอสเอ็มอีเพิ่มขึ้น ใกล้เคียงกับพอร์ตหนี้ที่อยู่อาศัย ต่างกับไตรมาส 1/63 ที่เป็นพอร์ตหนี้ที่อยู่อาศัยเป็นหลัก” นายรฐนันท์กล่าว


นายรฐนันท์กล่าวเพิ่มเติมว่า ในไตรมาส 2/63 ที่ผ่านมา อาจจะมีความกังวลจากนักลงทุนถึงผลประกอบการของบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากการตั้งสำรอง ต้องชี้แจ้งว่าทางบริษัทตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนทางเครดิต 1,277 ล้านบาท ในไตรมาส 2/63 เพื่อสะท้อนรายได้ดอกเบี้ยที่ไม่ได้รับ เพราะฉะนั้นสาเหตุที่ตั้งสำรองที่สูงเกินไป ไม่กระทบกับ Bottom line แต่เพื่อให้เห็นผลประกอบการจริง หรือกำจัดตัวแปรที่มีผลต่อมาตรฐานทางเงินการเงินเท่านั้น ทั้งนี้ NPLในแง่ YoY ยังอยู่ในแทร็กเรคคอร์ดที่ทำได้ในอดีต โดยสถานการณ์ Covid-19 มีผลกระทบต่อการยอด NPL แค่ 10% ในครึ่งปีแรก ส่วนการซื้อทรัพย์ในครึ่งปีแรก แบ่งเป็น การซื้อ NPL 6,500 ล้านบาท และ NPA (ซื้อตรงจากธนาคารพาณิชย์) อีก 1,100 ล้านบาท


ทั้งนี้ในช่วง Covid-19 บริษัทไม่สามารถจัด Physical Booth ได้ จึงปรับมาขายอสังหาฯ ผ่านอีคอมเมิร์ซแทน ปรากฎว่าประสบความสำเร็จพอสมควร โดยในวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา BAM ขายอสังหาฯ ผ่าน Shopee ผ่านโปรโมชั่น 9.9 มียอดตลอดทั้งวันประมาณ 200 กว่าล้านบาท ซึ่งหลังจากนี้เป็นสิ่งที่ทำต่อไปในอนาคต และเตรียมบุกธุรกิจ DTA ในปี 2563

Share: